คราวนี้ จะเรียกว่า ค่าโง่ .. อะไรดีครับ



รายละเอียดข่าว ... บอร์ด EEC ชี้ชัด ไฮสปีด 3 สนามบินอ้างเหตุสุดวิสัยไม่ได้ หากมีการบอกเลิกสัญญาไม่ว่ารัฐหรือเอกชนต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหาย ย้ำปัญหายืดเยื้อทำชาติเสียโอกาส จี้หาทางออกให้บอบช้ำน้อยที่สุด
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
       โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) มูลค่า 2.24 แสนล้านบาท

กำลังเผชิญความเสี่ยงเรื่อง "ค่าโง่" หรือค่าชดเชย หลังกลุ่ม ซี.พี. (บริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด) ได้ยื่นหนังสือขอใช้สิทธิสิ้นสุดสัญญา (ยกเลิกสัญญา) กับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 เนื่องจาก ติดปัญหาเรื่องการหาแหล่งเงินทุน


สถานการณ์ความเสี่ยงเรื่องค่าโง่และภาระผูกพัน

สรุปความเสี่ยงเรื่อง "ค่าโง่" และค่าชดเชยเม่าตาสว่าง
      ความเสี่ยงจากการบอกเลิกสัญญา: หากสัญญาต้องสิ้นสุดลง ทางบอร์ด EEC ได้ชี้ชัดว่าเอกชนไม่สามารถอ้าง "เหตุสุดวิสัย" ได้ ดังนั้นหากมีการบอกเลิกสัญญา ทั้งฝ่ายรัฐหรือเอกชนอาจต้องรับผิดชอบค่าเสียหายจากการลงทุนตามที่เกิดขึ้นจริง


มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น: มีการประเมินว่าหากมีการล้มเลิกสัญญา รัฐอาจเสี่ยงถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากการลงทุนที่ดำเนินการไปแล้ว (เช่น ค่าออกแบบ ค่าเวนคืนที่ดิน) เป็นเงินเกือบ 6,000 ล้านบาท เม่าบาดเจ็บ


การสูญเปล่าของงบประมาณ: งบประมาณที่รัฐจ่ายค่าเวนคืนที่ดินไปแล้วเกือบ 10,000 ล้านบาท รวมถึงผลกระทบลูกโซ่ต่อโครงการอื่นในเขต EEC ที่อาจเสียหายรวมมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท เจ้าหอบเงิน

ทางแยกของโครงการ (ปัจจุบันอยู่ในกระบวนการพิจารณา)

1.เดินหน้าแก้ไขสัญญา: เจรจาปรับเงื่อนไขการร่วมลงทุนใหม่ เพื่อให้เอกชนสามารถจัดหาเงินกู้และเดินหน้าโครงการต่อได้ นางพญาเม่าห่านทองคำ


หรือ 2. ยุติสัญญาและเปิดประมูลใหม่: ยกเลิกสัญญาเดิม และอาจปรับลดสเกลของโครงการ เช่น ปรับเป็นรถไฟความเร็วปานกลาง (160 กม./ชม.) เพื่อเปิดประมูลหาเอกชนรายใหม่

ที่มา และรายละเอียด ... รฟท. เสนอ 2 ทางเลือกให้บอร์ด EEC ตัดสินใจ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่