"จุดเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้าม" ในการย้ายสิทธิ์ประกันสังคมหลังเกษียณหรือลาออกจากงาน ซึ่งอาจทำให้เงินบำนาญชราภาพต่อเดือนหายไปมากกว่า 70% โดยมีรายละเอียดดังนี้:
1. หลักการคิดเงินบำนาญชราภาพของ ม.33 (พนักงานบริษัทเอกชน)
เกณฑ์การรับบำนาญ: ต้องส่งเงินสมทบตั้งแต่ 15 ปี (180 เดือน) ขึ้นไป และจะได้รับเงินคืนเมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์พร้อมสิ้นสุดความเป็นพนักงาน
สูตรคำนวณ: คิดจาก
ฐานเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย มาคูณด้วย 20% (ฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 17,500 บาท) และหากส่งเกิน 15 ปี จะบวกเพิ่มให้อีกปีละ 1.5%
ตัวอย่าง: ถ้าคิดจากฐานสูงสุด ส่งครบ 15 ปี ได้บำนาญ 3,500 บาท/เดือน หากส่ง 25 ปี จะได้เพิ่มเป็น 6,125 บาท/เดือน
2. ปัญหาที่ทำเงินหาย 70% (เมื่อสมัคร ม.39 ทันที)
หลังลาออกจากงาน สิทธิ์การรักษาพยาบาลจะคุ้มครองต่ออีกแค่ 6 เดือน
หลายคนกังวลเรื่องสิทธิ์รักษาพยาบาลหาย จึง
รีบไปสมัครเป็นผู้ประกันตน ม.39 ทันที (จ่ายเองเดือนละ 432 บาท)
ผลกระทบ: การทำแบบนี้จะทำให้ระบบเปลี่ยนฐานเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายจากเดิมสูงสุด 17,500 บาท
กลายเป็นฐานเงินเดือนของ ม.33 ล็อกตายตัวที่ 4,800 บาททันที
ทำให้บำนาญจากที่ควรได้ 3,500 บาท
เหลือเพียง 960 บาท/เดือน
หรือจากที่ควรได้ 6,125 บาท
เหลือเพียง 1,680 บาท/เดือน (หายไปกว่า 70%)
3. ทริกการย้ายสิทธิ์ที่ถูกต้อง (ได้ทั้งสิทธิ์รักษา และบำนาญไม่ลด)
หากต้องการรักษาฐานเงินเดือนเดิม (17,500 บาท) ไว้คำนวณบำนาญ และยังได้สิทธิ์รักษาพยาบาลต่อ มีเทคนิคดังนี้:
* ยื่นเรื่องขอรับเงินบำนาญชราภาพ ม.33 ทันทีหลังจากลาออก
* ใช้สิทธิ์รักษาฟรีต่อ 5 เดือนแรก (เพราะ ม.33 ยังคุ้มครองต่อให้อีก 6 เดือนหลังลาออก)
* เมื่อเข้าสู่เดือนที่ 6 ค่อยไปยื่นเรื่องสมัคร ม.39 เพื่อรักษาประโยชน์สิทธิ์รักษาพยาบาลต่อไป
💡 ผลลัพธ์ที่ได้: วิธีนี้จะทำให้ในอนาคตหากเราลาออกจาก ม.39 เพื่อกลับมารับเงินบำนาญ ระบบจะใช้ฐานเงินเดือนเดิมของ ม.33 (สูงสุด 17,500 บาท) มาคำนวณให้เหมือนเดิม โดยไม่นำฐาน 4,800 บาทของ ม.39 มาคิดให้เงินลดลง แถมระยะเวลาที่ส่ง ม.39 ยังถูกนำมานับเพิ่มอายุงานให้อีกปีละ 1.5% ด้วย
CR : IG Longtunman
"เตือนมนุษย์เงินเดือน! ย้ายสิทธิ์ประกันสังคมพลาดตอนเกษียณ บำนาญหายวับกว่า 70%"
1. หลักการคิดเงินบำนาญชราภาพของ ม.33 (พนักงานบริษัทเอกชน)
เกณฑ์การรับบำนาญ: ต้องส่งเงินสมทบตั้งแต่ 15 ปี (180 เดือน) ขึ้นไป และจะได้รับเงินคืนเมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์พร้อมสิ้นสุดความเป็นพนักงาน
สูตรคำนวณ: คิดจาก ฐานเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย มาคูณด้วย 20% (ฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 17,500 บาท) และหากส่งเกิน 15 ปี จะบวกเพิ่มให้อีกปีละ 1.5%
ตัวอย่าง: ถ้าคิดจากฐานสูงสุด ส่งครบ 15 ปี ได้บำนาญ 3,500 บาท/เดือน หากส่ง 25 ปี จะได้เพิ่มเป็น 6,125 บาท/เดือน
2. ปัญหาที่ทำเงินหาย 70% (เมื่อสมัคร ม.39 ทันที)
หลังลาออกจากงาน สิทธิ์การรักษาพยาบาลจะคุ้มครองต่ออีกแค่ 6 เดือน
หลายคนกังวลเรื่องสิทธิ์รักษาพยาบาลหาย จึงรีบไปสมัครเป็นผู้ประกันตน ม.39 ทันที (จ่ายเองเดือนละ 432 บาท)
ผลกระทบ: การทำแบบนี้จะทำให้ระบบเปลี่ยนฐานเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายจากเดิมสูงสุด 17,500 บาท กลายเป็นฐานเงินเดือนของ ม.33 ล็อกตายตัวที่ 4,800 บาททันที
ทำให้บำนาญจากที่ควรได้ 3,500 บาท เหลือเพียง 960 บาท/เดือน
หรือจากที่ควรได้ 6,125 บาท เหลือเพียง 1,680 บาท/เดือน (หายไปกว่า 70%)
3. ทริกการย้ายสิทธิ์ที่ถูกต้อง (ได้ทั้งสิทธิ์รักษา และบำนาญไม่ลด)
หากต้องการรักษาฐานเงินเดือนเดิม (17,500 บาท) ไว้คำนวณบำนาญ และยังได้สิทธิ์รักษาพยาบาลต่อ มีเทคนิคดังนี้:
* ยื่นเรื่องขอรับเงินบำนาญชราภาพ ม.33 ทันทีหลังจากลาออก
* ใช้สิทธิ์รักษาฟรีต่อ 5 เดือนแรก (เพราะ ม.33 ยังคุ้มครองต่อให้อีก 6 เดือนหลังลาออก)
* เมื่อเข้าสู่เดือนที่ 6 ค่อยไปยื่นเรื่องสมัคร ม.39 เพื่อรักษาประโยชน์สิทธิ์รักษาพยาบาลต่อไป
💡 ผลลัพธ์ที่ได้: วิธีนี้จะทำให้ในอนาคตหากเราลาออกจาก ม.39 เพื่อกลับมารับเงินบำนาญ ระบบจะใช้ฐานเงินเดือนเดิมของ ม.33 (สูงสุด 17,500 บาท) มาคำนวณให้เหมือนเดิม โดยไม่นำฐาน 4,800 บาทของ ม.39 มาคิดให้เงินลดลง แถมระยะเวลาที่ส่ง ม.39 ยังถูกนำมานับเพิ่มอายุงานให้อีกปีละ 1.5% ด้วย
CR : IG Longtunman