‘เต้าคั่ว’ สลัดท้องถิ่นเมืองสงขลา เมนูลูกผสมทางวัฒนธรรม

‘เต้าคั่ว’ สลัดท้องถิ่นเมืองสงขลา เมนูลูกผสมทางวัฒนธรรม

‘สงขลา’ เป็นจังหวัดชายแดนใต้ที่ผสมผสานไปด้วยวัฒนธรรมอาหารอันหลากหลาย จากการหลอมรวมของวิถีชีวิตผู้คนหลากเชื้อชาติ จนเกิดเป็นเมนูลูกผสมที่เป็นดั่ง ‘สลัดเมืองใต้’ เมนูแปลกตาที่เราไม่คุ้นเคย และคนท้องถิ่นเรียกกันว่า ‘เต้าคั่ว’
.
ชื่อของ ‘เต้าคั่ว’ (หรือที่เพี้ยนเสียงไปตามสำเนียงท้องถิ่นว่า ‘ท่าวขัว’ หรือ ‘เถ้าขั้ว’) มีรากศัพท์มาจากคำว่า ‘เต้าหู้แข็งทอด’ ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของจาน เมนูนี้คือหลักฐานการหลอมรวมทางวัฒนธรรมไทย-จีน-มลายู โดยมีจุดเริ่มต้นพาดผ่านมาจาก ‘โรจะก์’ (Rojak) ในมาเลเซียและสิงคโปร์ ก่อนจะเดินทางเข้าสู่ปัตตานีในชื่อ ‘รอเยาะ’ ข้ามฝั่งไปภูเก็ตในนาม ‘อูแช่’ และไต่ขึ้นไปสุราษฎร์ธานีจนกลายเป็น ‘ผักบุ้งไต่ราว’
.
เสน่ห์ของเต้าคั่วอยู่ที่การเตรียมเครื่องเคราอันหลากหลาย เริ่มตั้งแต่การวางฐานด้วยเส้นหมี่ขาวลวก รายล้อมด้วยผักสดและผักลวกอย่างผักบุ้ง ถั่วงอก และแตงกวาหั่นบาง ก่อนจะทับซ้อนด้วยเครื่องเคียงอย่างเต้าหู้ขาวแข็งทอด กุ้งสดชุบแป้งทอด หูหมูหรือหมูสามชั้นต้ม เลือดหมู และไข่เป็ดต้มยางมะตูมเยิ้มๆ
.
ทว่าจุดเด่นที่ช่วยผสานทุกอย่างเข้าด้วยกันอยู่ที่ ‘น้ำปรุงรส’ สูตรเฉพาะที่เคี่ยวจากน้ำตาลโตนดแท้ ผสมน้ำปลาและน้ำมะขามเปียก จนได้ความข้นเหนียวคล้ายน้ำเชื่อม ให้รสชาติหวานเด่นเค็มตาม แล้วตัดรสเลี่ยนให้จัดจ้านขึ้นด้วย ‘พริกน้ำส้ม’ ที่ทำจากพริกสดตำกับกระเทียมดองในน้ำส้มสายชู
.
ในอดีต ชาวสงขลานิยมล้อมวงกินเต้าคั่วกันในยามเช้า เป็นได้ทั้งอาหารจานหลักที่ช่วยเติมพลังงาน และอาหารว่างรองท้องในวันสบายๆ แต่ด้วยความที่เครื่องเครามากมายและมีขั้นตอนการเตรียมที่ยุ่งยาก ปัจจุบันจึงเริ่มหาอาหารชนิดนี้ได้ยากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่ง ‘เต้าคั่วสงขลา’ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของจังหวัด ในปี 2561
.
ที่มา : Sauce เรื่องราวกินได้

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่