รีวิวชีวิตนักศึกษาเภสัช ( เด็กวัด )

สวัสดีครับทุกคน กระทู้นี้ที่ผมจะเขียนคือเรื่องราวของผม นักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ ชั้นปี 3 ( เป็นเด็กวัด ) ที่ผมมาเขียนเรื่องนี้ เพราะอยากเป็นกำลังใจให้กับคนที่กำลังท้อหรือหมดแรงกับการเรียนครับ
โดยเรื่องราวของผมเริ่มต้นจากการที่ ครอบครัวผมมีกัน 4 คน คือ พ่อ แม่ น้อง และ ผม ซึ่งทางบ้านพ่อกับแม่ทำอาชีพรับจ้างทั่วไป รายได้ต่อวันของทั้งสองคนไม่เกิน 6-8 ร้อยบาทต่อวัน แต่รายได้นี้จะหายไปหากวันนั้นๆ เกิดฝนตก เพราะจะไม่ได้ทำงาน เท่ากับว่าหากเดือนนั้นฝนตกเกือบทั้งเดือน รายได้เดือนนั้นของครอบครัวอาจจะเหลือแค่ 4-5 พันต่อเดือน ซึ่งด้วยเหตุนี้เองผมจึงต้องเริ่มช่วยทำงานตั้งแต่อยู่ป.1 เพื่ออย่างน้อยๆ จะได้แบ่งเบาภาระของพ่อแม่ได้ ซึ่ง ณ ตอนนั้นแน่นอนว่าผมยังไม่รู้หรอกว่าอาชีพที่ผมอยากทำในอนาคตคืออะไร รู้แต่ว่าไม่อยากทำงานรับจ้างเหมือนพ่อแม่ เพราะมันเหนื่อยและรายได้ไม่แน่นอนพอ จนกระทั่งเริ่มขึ้นม.1 มันคือช่วงผลัดเปลี่ยนของการเรียน ค่าใช้จ่ายต่างๆ เริ่มเยอะขึ้นที่จากแต่ก่อนเรียนรร.ใกล้บ้านพ่อแม่ไปรับ-ส่ง ข้าวก็ฟรี แต่พอขึ้นมาม.1 ต้องเสียทั้งค่าข้าวและค่ารถรับส่ง สวนทางกับรายได้ของพ่อกับแม่ที่ยังเท่าเดิม ทำให้ต้องเริ่มกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อส่งเสียลูกสองคนให้เรียนได้อย่างไม่ลำบากมากนัก ซึ่งแน่นอนว่ามันก็ไม่พออยู่ดี เลยทำให้ผมต้องทำงานรับจ้างในช่วงวันหยุด เพื่อหาเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการเรียน ซึ่งในระหว่างนั้นเองที่ตัวผมก็เริ่มคิดว่า งานอะไรที่มันน่าจะสบายกว่าอาชีพรับจ้าง และรายได้เพียงพอจะดูแลตัวเองได้ ซึ่ง ณ ตอนนั้นในหัวของผมคือ ไม่ครู ก็ ทหาร เพราะอาชีพเหล่านี้คือข้าราชการ มีบำเหน็จบำนาญ ( พ่อกับแม่อยากให้เป็น เพราะเห็นญาติห่างๆ เป็นแล้วชีวิตไม่ลำบาก ) โดยตัวผมเองก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ก็แค่คิดว่าเรียนๆไปก็ดี มีงานการมั่นคง ก็ถือว่าดีกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้แล้ว จนกระทั่งมาถึงช่วง ม.2-ม.3 ที่มีฝนตกหนักแทบทั้งปี ทำให้รายได้ไม่พอกับรายจ่าย ประกอบกับช่วงนั้นมีโควิดแพร่ระบาดพอดี ทำให้จังหวะนั้นครอบครัวผมถือได้ว่าล้มละลายเลย ( ถึงแม้จะแทบไม่มีเงินอยู่แล้ว ) ต้องได้เป็นหนี้เป็นสินเยอะระดับหลักแสน เพื่อที่จะประคับประคองกันไปให้รอด และถือได้ว่าเป็นช่วงต่ำสุดช่วงหนึ่งของชีวิตผมเลยก็ว่าได้ เพราะเงินที่ไปรร.ในแต่ละวันก็พอแค่สำหรับข้าว 1 มื้อ ( 25 บาท ) กับ ขนม 1 ห่อ ( 5 บาท ) เท่านั้น พอตกเย็นกลับมาจากรร.ก็ต้องช่วยที่บ้านทำงานเพื่อทำให้รายได้ครอบครัวมันเพิ่มขึ้น เพื่อที่จะได้มีเงินใช้หนี้ และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเริ่มคิดได้ว่า ต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว เพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้น และเหมาะกับตัวเราที่ไม่มีอะไรเลย ใช้แค่ความสามารถตัวเองเข้าแลก จนได้พบกับอาชีพสายแพทย์ ที่ขอแค่คุณมีความสามารถสอบเข้าและเรียนจบออกไปได้ ถ้าไม่เกี่ยงงานคือไม่ตกงาน 100% และรับประกันรายได้ว่าขั้นต่ำต่อเดือน 4-5 หมื่น ซึ่งถือว่าเป็นรายได้ที่สูงมาก ( ครอบครัวผม 1 เดือนหาเงิน 3 คนรวมกันยังได้ไม่ถึง 2 หมื่น ) จึงทำให้ผมตั้งใจเรียนมากขึ้นจนสอบจบม.3 ได้ที่ 1 ของรร. ( จาก 200 กว่าคน ) จากที่แต่ก่อนอยู่อันดับ 60-90 มาตลอด เพราะผมมองแล้วว่าเราต้นทุนต่ำกว่าคนอื่น ต้องขยันมากขึ้น ต้องอดทนมากขึ้น เพราะคนที่อยากเข้าสายนี้ล้วนเป็นคนเก่งกันทั้งนั้น ขอหยุดไว้เท่านี้ก่อนแล้วจะกลับมาเขียนต่อครับ ( ถ้าคนในคณะได้มาอ่านต้องรู้แน่เลยว่าผมเป็นใคร 555 )

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่