แฉด้านมืด ‘อินฟลูเอนเซอร์เด็ก’ พ่อแม่ให้ลูกกินแมลง-ถ้ำมองคนเข้าห้องน้ำ แลกยอดวิวบนออนไลน์
.
สื่อจีนเตือนถึงปัญหา "อินฟลูเอนเซอร์เด็ก" ที่เพิ่มขึ้นตามกระแสแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น โดยชี้ว่าเบื้องหลังยอดวิวและกระแสความนิยม กำลังเกิดพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและใจของเด็กมากขึ้น
.
ตัวอย่างที่พบ ได้แก่ การให้เด็กกินแมลง หอยทาก หรือพืชป่าเพื่อเรียกยอดวิว การจงใจสร้างฉากให้พี่น้องทะเลาะกัน การนำเด็กมาโปรโมตในลักษณะคู่รักเพื่อขายสินค้า การปั้นลูกเป็นสายกินจนเด็กหญิงวัยเพียง 3 ขวบมีน้ำหนักพุ่งถึง 35 กิโลกรัม รวมถึงการให้เด็กพูดคำพูดที่ไม่เหมาะสมกับวัยเพื่อดึงดูดความสนใจบนโลกออนไลน์
.
รายงานยังยกตัวอย่างคลิปที่เด็กถูกนำมาแสดงเนื้อหาไม่เหมาะสม เช่น เด็กชายคนหนึ่งบุกเข้าไปในห้องอาบน้ำหญิง ก่อนที่ผู้ใหญ่ในคลิปจะพูดว่า "เด็กยังไม่บรรลุนิติภาวะ ไม่ต้องรับผิดทางกฎหมาย ต่อให้ลวนลามผู้หญิงก็ต้องยอมทน" อีกคลิปหนึ่งเป็นภาพเด็กชายแอบส่องห้องน้ำหญิง ก่อนจะอ้างว่า "ผมยังเป็นเด็ก ไม่ผิดกฎหมาย"
.
ทางการจีนระบุว่าเนื้อหาลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและใจของผู้เยาว์ โดยกฎหมาย "มาตรการจัดประเภทข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและใจของผู้เยาว์" ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจนเพื่อปกป้องเด็กจากการถูกแสวงหาผลประโยชน์ผ่านคอนเทนต์ออนไลน์
.
กฎหมายฉบับดังกล่าวยังกำหนดประเภทของข้อมูลบนโลกออนไลน์ที่อาจชักจูงหรือกระตุ้นให้ผู้เยาว์เลียนแบบพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น เนื้อหาที่สื่อถึงเรื่องเพศในเชิงยั่วยุ
.
นอกจากนี้ กฎหมายนี้ยังห้ามการนำภาพลักษณ์ของเด็กมาใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการจัดฉากให้เด็กแสดงพฤติกรรมหรือค่านิยมที่บิดเบือนหรือการใช้ภาพเด็กเพื่อโฆษณาและทำการตลาดสินค้าหรือบริการที่ไม่เหมาะสำหรับผู้เยาว์
.
กฎหมายยังระบุให้ผู้ผลิตคอนเทนต์และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ต้องดำเนินมาตรการป้องกันและยับยั้งเนื้อหาที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและใจของผู้เยาว์ หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
.
รายงานยังชี้ว่าแม้การที่ผู้ปกครองบันทึกและแบ่งปันชีวิตประจำวันของลูกบนโลกออนไลน์จะไม่ใช่เรื่องผิด แต่ระหว่างการแบ่งปันชีวิตกับการแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กนั้น มีเส้นแบ่งที่ไม่ควรถูกข้าม เมื่อกล้องเริ่มหมุนตามยอดวิว และเด็กกลายเป็นเครื่องมือสร้างกระแสหรือสร้างรายได้ การบันทึกความทรงจำก็แปรเปลี่ยนเป็นธุรกิจ
.
เมื่อมีผลประโยชน์ ก็ย่อมเกิดห่วงโซ่ธุรกิจตามมา หลายบัญชีจึงผลิตคอนเทนต์ที่หวือหวาและไม่เหมาะสมเพื่อเพิ่มยอดผู้ติดตาม ยอดขาย และเอาใจระบบแนะนำของแพลตฟอร์ม จนเกิดการเลียนแบบและกลายเป็นวงจรไม่รู้จบ
.
ดังนั้น การแก้ปัญหาอินฟลูเอนเซอร์เด็กต้องอาศัยทั้งการกำหนดขอบเขตที่ชัดเจน การเข้มงวดในการตรวจสอบของแพลตฟอร์มและการปรับปรุงระบบอัลกอริทึม เพื่อไม่ให้การแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กยังคงมีพื้นที่บนโลกออนไลน์
.
กระแสบนโลกออนไลน์อาจมาเร็วไปเร็ว แต่ช่วงวัยเด็กไม่อาจย้อนกลับคืนมาได้ เด็กอาจปรากฏอยู่หน้ากล้องได้ แต่ไม่ควรใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ยอดวิว การปกป้องเด็กให้เติบโตอย่างเหมาะสมจึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งสังคม และครอบครัวคือด่านแรกที่สำคัญที่สุด
.
#ข่าวจีน #อินฟลูเอนเซอร์เด็ก #โซเชียลมีเดีย
https://www.facebook.com/share/p/1D3xXSaR2U/
🙅 แฉด้านมืด ‘อินฟลูเอนเซอร์เด็ก’ พ่อแม่ให้ลูกกินแมลง-ถ้ำมองคนเข้าห้องน้ำ แลกยอดวิวบนออนไลน์
.
สื่อจีนเตือนถึงปัญหา "อินฟลูเอนเซอร์เด็ก" ที่เพิ่มขึ้นตามกระแสแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น โดยชี้ว่าเบื้องหลังยอดวิวและกระแสความนิยม กำลังเกิดพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและใจของเด็กมากขึ้น
.
ตัวอย่างที่พบ ได้แก่ การให้เด็กกินแมลง หอยทาก หรือพืชป่าเพื่อเรียกยอดวิว การจงใจสร้างฉากให้พี่น้องทะเลาะกัน การนำเด็กมาโปรโมตในลักษณะคู่รักเพื่อขายสินค้า การปั้นลูกเป็นสายกินจนเด็กหญิงวัยเพียง 3 ขวบมีน้ำหนักพุ่งถึง 35 กิโลกรัม รวมถึงการให้เด็กพูดคำพูดที่ไม่เหมาะสมกับวัยเพื่อดึงดูดความสนใจบนโลกออนไลน์
.
รายงานยังยกตัวอย่างคลิปที่เด็กถูกนำมาแสดงเนื้อหาไม่เหมาะสม เช่น เด็กชายคนหนึ่งบุกเข้าไปในห้องอาบน้ำหญิง ก่อนที่ผู้ใหญ่ในคลิปจะพูดว่า "เด็กยังไม่บรรลุนิติภาวะ ไม่ต้องรับผิดทางกฎหมาย ต่อให้ลวนลามผู้หญิงก็ต้องยอมทน" อีกคลิปหนึ่งเป็นภาพเด็กชายแอบส่องห้องน้ำหญิง ก่อนจะอ้างว่า "ผมยังเป็นเด็ก ไม่ผิดกฎหมาย"
.
ทางการจีนระบุว่าเนื้อหาลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและใจของผู้เยาว์ โดยกฎหมาย "มาตรการจัดประเภทข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและใจของผู้เยาว์" ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจนเพื่อปกป้องเด็กจากการถูกแสวงหาผลประโยชน์ผ่านคอนเทนต์ออนไลน์
.
กฎหมายฉบับดังกล่าวยังกำหนดประเภทของข้อมูลบนโลกออนไลน์ที่อาจชักจูงหรือกระตุ้นให้ผู้เยาว์เลียนแบบพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น เนื้อหาที่สื่อถึงเรื่องเพศในเชิงยั่วยุ
.
นอกจากนี้ กฎหมายนี้ยังห้ามการนำภาพลักษณ์ของเด็กมาใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการจัดฉากให้เด็กแสดงพฤติกรรมหรือค่านิยมที่บิดเบือนหรือการใช้ภาพเด็กเพื่อโฆษณาและทำการตลาดสินค้าหรือบริการที่ไม่เหมาะสำหรับผู้เยาว์
.
กฎหมายยังระบุให้ผู้ผลิตคอนเทนต์และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ต้องดำเนินมาตรการป้องกันและยับยั้งเนื้อหาที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและใจของผู้เยาว์ หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
.
รายงานยังชี้ว่าแม้การที่ผู้ปกครองบันทึกและแบ่งปันชีวิตประจำวันของลูกบนโลกออนไลน์จะไม่ใช่เรื่องผิด แต่ระหว่างการแบ่งปันชีวิตกับการแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กนั้น มีเส้นแบ่งที่ไม่ควรถูกข้าม เมื่อกล้องเริ่มหมุนตามยอดวิว และเด็กกลายเป็นเครื่องมือสร้างกระแสหรือสร้างรายได้ การบันทึกความทรงจำก็แปรเปลี่ยนเป็นธุรกิจ
.
เมื่อมีผลประโยชน์ ก็ย่อมเกิดห่วงโซ่ธุรกิจตามมา หลายบัญชีจึงผลิตคอนเทนต์ที่หวือหวาและไม่เหมาะสมเพื่อเพิ่มยอดผู้ติดตาม ยอดขาย และเอาใจระบบแนะนำของแพลตฟอร์ม จนเกิดการเลียนแบบและกลายเป็นวงจรไม่รู้จบ
.
ดังนั้น การแก้ปัญหาอินฟลูเอนเซอร์เด็กต้องอาศัยทั้งการกำหนดขอบเขตที่ชัดเจน การเข้มงวดในการตรวจสอบของแพลตฟอร์มและการปรับปรุงระบบอัลกอริทึม เพื่อไม่ให้การแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กยังคงมีพื้นที่บนโลกออนไลน์
.
กระแสบนโลกออนไลน์อาจมาเร็วไปเร็ว แต่ช่วงวัยเด็กไม่อาจย้อนกลับคืนมาได้ เด็กอาจปรากฏอยู่หน้ากล้องได้ แต่ไม่ควรใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ยอดวิว การปกป้องเด็กให้เติบโตอย่างเหมาะสมจึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งสังคม และครอบครัวคือด่านแรกที่สำคัญที่สุด
.
#ข่าวจีน #อินฟลูเอนเซอร์เด็ก #โซเชียลมีเดีย
https://www.facebook.com/share/p/1D3xXSaR2U/