[จากใจคนรักสัตว์]เมื่อ "ปัญหาแมวจร" กำลังจะบีบให้ผมกลายเป็น "คนวางยาเบื่อ" เพราะสุขภาพจิตพังและเสี่ยงตกงาน

สวัสดีครับวันนี้ผมขอใช้พื้นที่ตรงนี้ระบายและแชร์มุมมองอีกด้านหนึ่ง ในฐานะคนที่เคยเอ็นดูหมาและแมว แต่ตอนนี้ชีวิตผมกำลังพังทลายเพราะ "แมวจรและแมวเพื่อนบ้านที่เลี้ยงเปิด" จนในหัวเริ่มมีความคิดอยากวางยาเบื่อพวกมันให้จบๆไป
ผมเห็นหลายถามว่า "ทำไมคนเราถึงใจร้ายวางยาเบื่อน้องได้ลงคอ?" วันนี้ผมขอมาตอบคำถามเหล่านั้นเป็นข้อๆ จากประสบการณ์ตรงที่ผมเจอมาตลอด 1 ปีกว่าๆครับ ผมหวังว่าคำตอบของผมจะมีน้ำหนักมากพอให้คนที่ถามว่าแมวมันไปทำอะไรให้ ถึงต้องทำกับมันแบบนี้ กลับมามองในอีกมุมนึงได้บ้างนะครับ

Q: ทำไมต้องทำรุนแรงขนาดนั้น?
A: เพราะผมทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ครับ มันกระทบสุขภาพจิต การนอน และหน้าที่การงานย่างรุนแรง แมวพวกนี้ชอบมากัดกันบนหลังคาบ้านตอนตี 1 ถึงตี 4 แทบทุกวัน ผมต้องตื่นมากลางดึก ทุกครั้งที่กำลังจะเคลิ้มหลับต่อ มันก็จะเริ่มขู่กันใหม่เคยเจอนานสุดตี1ยัน7โมง อดนอนสะสมจนสติในการทำงานเสีย โดนหัวหน้างานเตือนเรื่องประสิทธิภาพในการทำงานมา 3 รอบแล้ว คาดว่าถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปน่าจะโดนไล่ออกแน่นอน สุขภาพจิตดิ่งจนตอนนี้เสี่ยงเป็นภาวะซึมเศร้าแล้วครับ

Q: แมวมันสร้างความเดือดร้อนขนาดนั้นเลยหรอ แค่ไล่ก็ไปแล้วไหม?
A: ถ้ามันมาครั้งคราวคงไม่เป็นไรครับ แต่นี่มันปักหลักและมาทุกคืนช่วงเวลาเดิม ไล่ยังไงก็ไม่ไป แถมยังแอบเข้ามาขี้ฉี่ใส่ข้าวของบริเวณบ้านจนพังเสียหาย ต้องทิ้งของไปหลายชิ้นแล้วครับ

Q: ถ้าน้องดื้อ แค่ตีสั่งสอนก็ได้?
A: สัตว์พวกนี้ไวเป็นกรดครับ มันไม่ได้เชื่องหรือยอมให้จับง่ายๆ เหมือนเวลามันอยู่ต่อหน้าคนให้อาหารมันครับ เคยเอาไม้ฟาดเสียงดังตั๊บโดนตัวไป 2 ครั้ง แต่มันก็ยังกลับมาเหมือนเดิมครับ

Q: ทำไมไม่จัดการบริเวณบ้านไม่ให้แมวเข้ามา หรือใช้สมุนไพรไล่?
A: จัดการแล้วครับ แต่พื้นที่แต่ละบ้านมีข้อจำกัด ทั้งน้ำส้มสายชู พริกป่น พริกไทย การบูร ซื้อมาลองหมดทุกวิธี จนถอดใจและเริ่มเอะใจว่า ทำไมต้องเป็นหน้าที่เราที่ต้องมาเสียเงินแก้ปัญหาที่คนอื่นก่อ?

Q: ทำไมไม่แจ้งเขตให้มาจัดการ?
A: เคยแจ้งเขตแล้วครับ แต่เขตบอกว่าจัดการให้ไม่ได้จริงๆ เพราะแมวมันไวและเป็นปัญหาโลกแตก จับไปก็มีมาใหม่ เขตเลยให้ผมยืมกรงมาจับแมวแทน ผมเลยลองไปร้องเรียนในระบบ Traffy Fondue ดู พอเจ้าหน้าที่กดรับเรื่องและโทรมา สรุปคือเขาเป็นเจ้าหน้าที่คนเดียวกันกับที่เขตคนเดิมนั่นแหละครับ... เฮ้อออออ สรุปคือพึ่งพาหน่วยงานรัฐไม่ได้เลย

Q: อย่าทำร้ายน้องเลยเป็นบาป แค่จับไปปล่อยก็พอ?
A: ใน 1 ปีที่ผ่านมา รู้ไหมครับว่าผมจับแมวหน้าบ้านตัวเองไปปล่อยแล้วกี่ตัว? ประมาณ 28-32 ตัวครับ! จับจนจำจำนวนไม่ได้แล้ว และทุกครั้งที่เอาไปปล่อย ผมรู้สึกผิดตลอดเหมือนตัวเองเห็นแก่ตัว เอาความเดือดร้อนไปโยนให้ชุมชนอื่น (แม้จะปล่อยในที่กึ่งร้าง แต่เดินไปอีกหน่อยก็มีบ้านคน) และนี่แหละครับคือเหตุผลที่ว่าทำไมคนถึงเอาแมวมาปล่อยกันไม่สิ้นสุด ไม่ได้มีแค่คนที่เลี้ยงไม่ไหวเอาไปปล่อยหรอก หลายเคสก็ถูกต้อนจนมุมเหมือนผม กัดฟันจบความเดือดร้อนแค่ที่เราด้วยการวางยา

Q: ไปบอกเจ้าของให้รับผิดชอบไม่ได้หรอ?
A: อย่างแรกคือผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแมวใครครับ ผมเคยดักแมวหน้าบ้านแล้วมีคนมาปล่อยพวกมันออกจากกรง ผมถึงกับเขียนจดหมายเตือนขู่วางยาเบื่อหนีบไว้กับด้ามจับกรงแมว คนที่มาปล่อยเขาหยิบอ่านแล้วก็วางคืนที่เดิม (รู้เพราะรอยดึงจดหมายชัดเจนมาก แต่ตอนนั้นยังไม่ได้ติดกล้องวงจรปิด) ขนาดเตือนขนาดนี้เขายังไม่สนเลยครับ

Q: ลองคิดดูว่าถ้าเป็นลูกคุณจะทำลงไหม ลูกใครใครก็รัก?
A: ตามหลักแล้วลูกมนุษย์จะถูกเลี้ยงไว้ใกล้ชิดตัวพ่อแม่ตลอดเวลาครับ และถ้าผมรู้ว่าลูกผมไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครจริง ผมจะรับผิดชอบอย่างเต็มที่รวมถึงกักบริเวณจนกว่าจะเลิกนิสัยนั้นครับ

Q: แต่แมวมันเป็นสัตว์ มันไม่มีสติปัญญาเท่ามนุษย์นะ?
A: งั้นก็อย่าเอาแมวไปเปรียบเทียบกับเด็กลูกมนุษย์หรือเณรตั้งแต่แรกครับ พอเข้าใจว่าเป็นสัตว์ไม่มีสติปัญญา เจ้าของก็ยิ่งต้องดูแลเขาให้ดี อย่าปล่อยออกนอกบ้านเลยครับ ปล่อยแค่ครึ่งชั่วโมงมันก็มากพอที่จะไปฉี่หรือทำลายข้าวของบ้านอื่นแล้ว เลี้ยงระบบปิด 100% เถอะครับ และผมเชื่อว่าคนรักแมวสุดใจหลายคน ก็เคย เบื่อหนู ตียุง ฆ่าแมลงสาบ ตีงูแถวบ้านตาย หรือเกลียดปลาหมอคางดำ ถ้ามองว่าอะไรเทียบเท่ากันได้หมดสัตว์พวกนี้ก็ไม่ควรถูกละเลยช่วยเอาเข้าไปในบ้านคุณให้หมดด้วยครับ เพราะพวกเขาก็มีชีวิต

Q: ไม่มีความเมตตาบ้างเลยหรอ?
A: มีสิครับ ไม่อย่างนั้นผมคงไม่เสียเวลาจับใส่กรงไปปล่อยตั้งแต่แรก แต่สุดท้ายก็รู้สึกผิด เพราะเหมือนแค่ย้ายความเดือดร้อนไปให้คนอื่น

อีกเรื่องที่อยากฝากคือ คนที่ให้อาหารแมวจรหลายคนไม่ได้พาไปทำหมัน (ยกเว้นคนที่ทำทั้งสองอย่าง ผมขอบคุณจริง ๆ) เมื่ออาหารไม่ขาด แมวก็ขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายความเดือนร้อนที่ได้รับจนสุดก็จะสร้างคนแบบผมขึ้นมาอีก

ผมจึงอยากให้ลองเปลี่ยนจากซื้ออาหาร มาใช้เงินทำหมันก่อน หากยังไม่มีความพร้อมทำหมัน ก็อย่าเพิ่มจำนวนแมวจรโดยไม่ตั้งใจด้วยการให้อาหาร เพราะนั่นอาจช่วยทั้งคนและแมวได้มากกว่าในระยะยาวครับ และแมวที่ทำหมันจะลดการปีนป่ายทำลายข้าวของหรือร้องเสียงดังและฉี่ทำอณาเขตลงด้วยครับ

Q: ทำไมคุณไม่พาแมวจรไปทำหมันเองล่ะ?
A: ค่าใช้จ่ายมันแพงครับ ลำพังเงินเลี้ยงดูครอบครัวก็แทบไม่เหลือเก็บแล้ว และต่อให้มีหน่วยงานรัฐมาทำฟรี เขาก็กำหนดวันและสถานที่ที่ผมไม่สะดวกไปจริงๆ บางจุดจำกัดจำนวนตัวด้วย แต่ถ้าพอไปทำเอง ค่าทำหมันตัวละ 800- 2,500 บาท แต่ยาเบื่อราคาถูกกว่ามาก แต่ได้หลายตัว... และปัญหาจะไม่ตกถึงคนอื่นด้วย

Q: บ้านเรามีแมวเป็นร้อยตัวแล้วเก็บมาจากข้างทางหมด
A: ครอบครัวผมต้องมาก่อนครับกำลังผมมีมากพอแค่ดูแลครอบครัว ส่วนคุณมีกำลังอุปการะเป็นร้อยตัวผมก็ยินดีด้วย

Q: ถ้าทำแบบนี้กับแมว ขอให้ชีวิตคุณยิ้ม เป็นงั้นเป็นงี้? (สำหรับคนรักสัตว์สายแช่ง)
A: ผมขอแช่งกลับครับ ขอให้ชีวิตคุณอยู่ดีๆ สงบๆ ก็มีคนมาสร้างความเดือดร้อนให้ ขอให้กลางคืนคุณต้องนอนอย่างหวาดผวาในทุกคืน ของให้มีคนมาทำให้คุณเสียการเสียงานจากความเหนื่อยล้าของร่างกาย เพราะสิ่งพวกนี้คือสิ่งที่แมว (ที่เกิดจากคนให้อาหารไม่ทำหมันหรือเลี้ยงระบบเปิด) ทำกับผมอยู่ทุกวันครับ แต่ถ้าคุณไม่ได้แช่งผม และอ่านมาถึงตรงนี้เพื่อทำความเข้าใจมุมมองของผม ผมขอบคุณมากๆ ครับ

ที่ผมมาโพสต์วันนี้ ผมไม่ได้ต้องการสนับสนุนให้คนไปวางยาสัตว์นะครับ แต่ผมอยากให้สังคม โดยเฉพาะ "คนที่เลี้ยงแมวระบบเปิด" และ "คนที่ชอบให้อาหารแมวจรแต่ไม่รับผิดชอบไม่พาไปทำหมัน" ได้รับรู้ไว้ว่าความสงสารและความละเลยของคุณ มันกำลังทำลายชีวิตคนคนหนึ่งให้พัง จนเขาถูกบีบให้ต้องกลายเป็นคนใจร้ายในสายตาใครหลายคนครับ

สุดท้าย หากโพสต์นี้มีประโยชน์ ผมอยากให้ช่วยเอาไปแชร์ไปส่งต่อและบอกคนรอบข้ารวมถึงคนที่ยังไม่เข้าใจอีกมุมของปัญหานี้ โดยเฉพาะคนที่เลี้ยงสัตว์แบบไม่รับผิดชอบหรือให้อาหารแมวจรโดยไม่ช่วยทำหมัน อยากให้เห็นว่า ไม่ใช่แค่ไล่ ไม่ใช่น้องทำอะไรผิด ไม่ใช่แค่ให้อาหารน้องเพราะสงสาร แต่มันมีความเดือนร้อนที่คุณมองไม่เห็น เหมือนที่หลายคนชอบบอกใครวางยาเบื่อแมวกุ นั้นแหละครับเขาก็หาคุณที่เป็นเจ้าของแมวอันเป็นต้นเหตุความเดือดร้อนไม่เจอเหมือนกันเพราะเขาไม่รู้แมวใครมาจากไหน ไหนจะแมวจรอีกเขาอาจจะไม่ได้โดนแมวคุณคนเดียว

ผมเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ต้องรับผลจากความใจบุญรักสัตว์ที่ขาดความรับผิดชอบ และในมุมมองส่วนตัวผมว่าหากยังไม่มีความพร้อมพาแมวไปทำหมัน การหยุดให้อาหารอาจช่วยไม่ให้ปัญหาขยายวงกว้างไปมากกว่านี้ได้ ขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่