เข้าสู่บทเรียน วิชาเพชรบูรณ์ 101: กินไก่ย่าง ล่าหมอก ไหว้พระ มรดกโลก

สวัสดีทุกคนครับ ช่วงกรกฎาคม นี่ประเทศไทยเราเข้าสู่หน้าฝนแบบฉ่ำๆแล้วเนาะครับ ปกติแล้ว จขกท จะเดินทางไปภาคใต้14จังหวัดซะมากกว่า แต่คราวนี้ อยู่ดีๆก็เกิดแรงบันดาลใจอันเจิดจรัสว่า อยากกินไก่ย่างจัง แล้วไก่ย่างที่ไหนน่ากินสุดกันนะ นั่งนึกอยู่ไม่นาน อาววว์ ต้องไก่ย่างวิเชียรบุรี สิ เห็นป้ายนี้ติดอยู่ข้างทางทุกหัวระแหง เหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก แล้ววิเชียรบุรีอยู่ไหนกันนะ เข้ากูเกิล ก็พบว่า ทางไปเพชรบูรณ์ นั่นเองงงง

แล้วคนเราอ่ะเนาะ จะขับรถเดินทางไปต่างจังหวัดที่ไม่รู้จัก เพียงแค่เพื่อกินไก่ย่าง แล้วกลับเลย มันก็ชักยังไง ก็เลยมองดูหาว่าในเส้นทางนั้นเราจะทำอะไรได้บ้างนะ ไหนๆก็ลางานแระ ก็พบว่า จังหวัดนี้ของดีย์เพียบบบบ ไปครับ เข้าสู่บทเรียนการเดินทางกันนน

"อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ"

สองสามปีก่อน(หรือนานกว่านั้น) ได้ยินข่าวฮือฮากันว่า ประเทศไทยเราได้รับประกาศจาก UNESCO ยกให้ที่นี่เป็น "มรดกโลก" แห่งล่าสุด สารภาพครับ ผมไม่ได้สนใจอะไรมากนัก ตอนนั้นอาจจะมีเรื่องอื่นๆให้อินมากกว่า แต่วันนี้มาถึงแถวนี้ ยังไงก็ต้องมาดูด้วยตาเนื้อตัวเองให้ได้สักครั้งล่ะนะ

เล่าแบบเข้าใจง่ายๆ คือ ที่นี่เคยเป็น ‘เมืองท่าบก’ หรือศูนย์กลางการค้าและวัฒนธรรมสุดมั่งคั่งเมื่อ 1,000 กว่าปีที่แล้ว (ยุคทวารวดี-ขอม)! ยุคนั้นคือจุดเจริญสูงสุด มีผู้คนหลายวัฒนธรรมเดินทางมาแลกเปลี่ยนสินค้าและศาสนากันที่นี่ ทำให้ที่นี่มีสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใครในโลก
เมืองโบราณระดับมรดกโลกแห่งนี้ เคย ‘หลับใหลและถูกลืม’ อยู่กลางป่าพงหนามมานานนับร้อยๆ ปี!
ถ้าย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นจริงๆ ต้องยกซีเคร็ทเด็ดๆ ให้กับ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ (พ่อแห่งประวัติศาสตร์ไทย) ท่านเป็นคนแรกที่ไปเจอชื่อ 'เมืองศรีเทพ' ในสมุดไทยโบราณ แล้วเกิดสงสัยว่า 'เมืองนี้มันหายไปไหน?' เลยออกเดินทางสำรวจลุยป่าจนไปเจอซากเมืองโบราณแห่งนี้เข้าในปี พ.ศ. 2447 (หรือร้อยกว่าปีที่แล้ว!)

เขาคลังนอก — ‘พีระมิดเมืองไทย’: อันนี้คือที่สุด! มันคือมหาเจดีย์ศิลาแลงทรงฐานสี่เหลี่ยมขนาดมหึมา พอยืนมองจากระยะไกล แล้วเห็นฐานชั้นๆ ซ้อนกันขึ้นไป ยิ่งบวกกับแสงแดดกระทบศิลาแลง ฟีลเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหนัง Indiana Jones หรือโบราณสถานมายา/อียิปต์เลย ทรงพลังและอลังการมากๆ





เขาคลังใน & ปรางค์ศรีเทพ: ขยับเข้ามาในตัวเมืองโบราณ จะเจอกับงานสลักลวดลายโบราณที่ยังสมบูรณ์ และรูปปั้น 'คนแคระ' แบกฐานเจดีย์ที่มีหน้าตาและท่าทางกวนๆ น่ารักแบบบอกไม่ถูก เป็นเสน่ห์งานศิลปะโบราณที่ดูมีชีวิตชีวามาก มีหลายคอลเลคชั่น หลายแบบด้วยนะฮะ ตรงนี้อ่ะ จขกทเกิดความคิดว่า คนเราเนี่ยนะ ย่อมหนีไม่พ้นความคาดหวัง หนีไม่พ้นเป้าหมาย จะแบกไว้มันก็หนัก จะปล่อยลงมามันก็พัง ใช้ชีวิตให้สมดุลย์ดีกว่าเนอะ



เห็นว่ามี 8-9 รสชาตินะ จขกท ซื้อรสมะพร้าวอ่อน อร่อยดีครับ ราคา 60บาท

เมื่อพักจนหายเหนื่อยแล้ว เราก็ขึ้นรถขับไป สักการะเจ้าพ่อศรีเทพกันต่อ
ประวัติคือมีการขุดพบ เทวรูปเนื้อศิลาแลง สลักเป็นรูปสตรีหรือเทพเจ้าโบราณ อายุกว่าพันปีภายในบริเวณปรางค์ศรีเทพ ชาวบ้านจึงเชื่อว่าเป็น "เจ้าพ่อศรีเทพ" ผู้ดูแลรักษาผืนดินและสมบัติของเมืองโบราณแห่งนี้
ชาวบ้านจึงร่วมกันสร้างศาลไม้เล็กๆ ขึ้นเพื่อประดิษฐานองค์เจ้าพ่อ ให้ผู้คนได้มากราบไหว้ขอพรและขอขมา ก่อนจะขยับขยายเป็นศาลทรงไทยที่สวยงามและมั่นคงอย่างในปัจจุบัน


แต่ความพีคที่ทำให้วงการประวัติศาสตร์โลกต้องตะลึงจริงๆ คือ สิ่งที่นักโบราณคดีขุดพบใต้ผืนดินศรีเทพ นั่นคือ
โครงกระดูกมนุษย์ 3,000 ปี + น้องหมา! พอนักโบราณคดีขุดลงไปลึกกว่ายุคทวารวดี กลับเจอ โครงกระดูกมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ที่มีอายุเก่าแก่ถึง 3,000 ปี! ฝังอยู่พร้อมกับข้าวของเครื่องใช้ ขวานหิน เครื่องประดับเปลือกหอย และที่พีคมากคือ มีการฝังโครงกระดูก 'น้องหมา' ไว้ข้างๆ เจ้าของด้วย! แสดงว่าคนยุคนั้นเลี้ยงหมาเป็นสัตว์เลี้ยงคู่ใจและผูกพันกันมาตั้งแต่สามพันปีที่แล้วแล้วจริงๆ



จบพาร์ท อุทยานศรีเทพแล้วครับ เดี๋ยวไปต่อกัน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่