คุณ Thierry Borgeat แชร์วิธีขายหุ้นกลุ่มนี้มาให้ครับ
▶️ ขายตอนขึ้น
1. ห้ามขายเพียงเพราะรู้สึกว่ามัน "แพงเกินไป" ตราบใดที่หุ้นยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแรง ความแพงไม่ใช่สัญญาณขาย
2. ทยอยขายทำกำไรออกบางส่วน (1/3 หรือครึ่งหนึ่ง แต่ห้ามขายหมด) เมื่อราคาพุ่งแบบก้าวกระโดด (Exponential) จนสูงกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน (50-70%) หรือสูงกว่าเส้น 200 วัน (100%+)
▶️ ขายตอนลง
1. ขายทันทีถ้าเหตุผลหรือสมมติฐานในการซื้อตอนแรกพังลง อย่าใช้อีโก้ถือสู้
2. ขายเพื่อย้ายเงินทุนไปเข้าหุ้นตัวอื่นที่ให้ความคุ้มค่าต่อความเสี่ยงที่ดีกว่า
3. ขายหรือลดพอร์ตเมื่อเกิดเหตุการณ์ M&A ครั้งใหญ่, ดีลที่ทำให้มูลค่าหุ้นเจือจางลง หรือเมื่อเห็นว่าผู้บริหารเริ่มเสียโฟกัส
4. ต้องกำหนดจุด Stop Loss ที่แน่นอนไว้ตั้งแต่ก่อนกดซื้อ เพื่อป้องกันความเสียหายหนักระดับ 50%
5. ขายเมื่อราคา ปิดรายสัปดาห์ หลุดเส้นแนวโน้มระยะยาว หรือหลุดเส้น 50/200 วัน พร้อมกับมีวอลุ่มหนาแน่น
6. ห้ามถือหุ้นที่เส้นค่าเฉลี่ย 200 วันกำลังปักหัวลงเด็ดขาด เพราะแปลว่าขาขึ้นจบลงแล้ว
7. สัญญาณเตือนตอนจบรอบ คือ ราคาจะเหวี่ยงแรงมากแต่ไม่สร้างจุดสูงสุดใหม่ และสัปดาห์ที่หุ้นตกจะมีวอลุ่มหนาแน่น (รายใหญ่กำลังรินขายของ)
8. เมื่อหุ้นวิ่งขึ้นไปจนได้กำไรพอสมควรแล้ว ให้ขยับจุด Stop Loss มาไว้ที่ทุน ทันที ห้ามปล่อยให้หุ้นที่กำไรพลิกกลับมาขาดทุน
9. หยุดซื้อเพิ่มทันทีถ้าหุ้นชิปตัวนั้นวิ่งแย่กว่าดัชนีภาพรวม ติดต่อกัน 3-6 เดือน มันคือสัญญาณเตือนว่าหุ้นกำลังสูญเสียความเป็นผู้นำ
10. หากมีข่าวร้ายแรงระดับ Black Swan ที่ทำให้หุ้นดิ่งวูบทีเดียว 20% พร้อมเทรนด์ที่เสียทรง ให้ตัดใจขายทิ้งครึ่งหนึ่งทันทีเพื่อจำกัดความเสี่ยง
อื่มม ถ้าคิดว่ามันยาก มันวุ่นวาย ก็ถือ S&P 500 แทนได้นะครับ
ที่มา :
https://x.com/ThierryBorgeat/status/2072768568442155463?s=20
มีแต่คนบอกให้ซื้อหุ้นกลุ่ม Semiconductor แล้วตอนขายหล่ะ ?
▶️ ขายตอนขึ้น
1. ห้ามขายเพียงเพราะรู้สึกว่ามัน "แพงเกินไป" ตราบใดที่หุ้นยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแรง ความแพงไม่ใช่สัญญาณขาย
2. ทยอยขายทำกำไรออกบางส่วน (1/3 หรือครึ่งหนึ่ง แต่ห้ามขายหมด) เมื่อราคาพุ่งแบบก้าวกระโดด (Exponential) จนสูงกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน (50-70%) หรือสูงกว่าเส้น 200 วัน (100%+)
▶️ ขายตอนลง
1. ขายทันทีถ้าเหตุผลหรือสมมติฐานในการซื้อตอนแรกพังลง อย่าใช้อีโก้ถือสู้
2. ขายเพื่อย้ายเงินทุนไปเข้าหุ้นตัวอื่นที่ให้ความคุ้มค่าต่อความเสี่ยงที่ดีกว่า
3. ขายหรือลดพอร์ตเมื่อเกิดเหตุการณ์ M&A ครั้งใหญ่, ดีลที่ทำให้มูลค่าหุ้นเจือจางลง หรือเมื่อเห็นว่าผู้บริหารเริ่มเสียโฟกัส
4. ต้องกำหนดจุด Stop Loss ที่แน่นอนไว้ตั้งแต่ก่อนกดซื้อ เพื่อป้องกันความเสียหายหนักระดับ 50%
5. ขายเมื่อราคา ปิดรายสัปดาห์ หลุดเส้นแนวโน้มระยะยาว หรือหลุดเส้น 50/200 วัน พร้อมกับมีวอลุ่มหนาแน่น
6. ห้ามถือหุ้นที่เส้นค่าเฉลี่ย 200 วันกำลังปักหัวลงเด็ดขาด เพราะแปลว่าขาขึ้นจบลงแล้ว
7. สัญญาณเตือนตอนจบรอบ คือ ราคาจะเหวี่ยงแรงมากแต่ไม่สร้างจุดสูงสุดใหม่ และสัปดาห์ที่หุ้นตกจะมีวอลุ่มหนาแน่น (รายใหญ่กำลังรินขายของ)
8. เมื่อหุ้นวิ่งขึ้นไปจนได้กำไรพอสมควรแล้ว ให้ขยับจุด Stop Loss มาไว้ที่ทุน ทันที ห้ามปล่อยให้หุ้นที่กำไรพลิกกลับมาขาดทุน
9. หยุดซื้อเพิ่มทันทีถ้าหุ้นชิปตัวนั้นวิ่งแย่กว่าดัชนีภาพรวม ติดต่อกัน 3-6 เดือน มันคือสัญญาณเตือนว่าหุ้นกำลังสูญเสียความเป็นผู้นำ
10. หากมีข่าวร้ายแรงระดับ Black Swan ที่ทำให้หุ้นดิ่งวูบทีเดียว 20% พร้อมเทรนด์ที่เสียทรง ให้ตัดใจขายทิ้งครึ่งหนึ่งทันทีเพื่อจำกัดความเสี่ยง
อื่มม ถ้าคิดว่ามันยาก มันวุ่นวาย ก็ถือ S&P 500 แทนได้นะครับ
ที่มา : https://x.com/ThierryBorgeat/status/2072768568442155463?s=20