ข้าวแช่ชาววัง สำรับหน้าร้อนที่ละเอียดตั้งแต่น้ำลอยดอกไม้ไปจนถึงเครื่องเคียงทุกคำ



ข้าวแช่ชาววัง เป็นอาหารไทยที่คนเห็นครั้งแรกมักหยุดมองก่อนเลย เพราะหน้าตาดูเรียบ สะอาด และเย็นตา แต่พอรู้วิธีทำจริงจะรู้ทันทีว่าเมนูนี้ไม่ธรรมดาเลย ข้าวต้องหุงให้เม็ดสวยแล้วขัดเมือกออก น้ำต้องลอยดอกไม้ให้มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ และเครื่องเคียงแต่ละอย่างก็ต้องทำแยกกันอย่างประณีต

เดิมทีข้าวแช่มีรากมาจากอาหารของชาวมอญ ก่อนจะถูกปรับให้ประณีตขึ้นในครัวชาววังไทย จนกลายเป็นสำรับหน้าร้อนที่คนคุ้นกันในชื่อ “ข้าวแช่ชาววัง” จุดเด่นอยู่ที่ความเย็นหอมของน้ำข้าวแช่ และเครื่องเคียงที่มีรสหวาน เค็ม มัน กินสลับกันแล้วช่วยให้สดชื่นมาก

ถ้าจะทำให้อร่อยจริง รายละเอียดเล็ก ๆ สำคัญหมด ตั้งแต่การเลือกข้าว การอบควันเทียน การลอยดอกมะลิ หรือแม้แต่การหั่นผักแนมให้พอดี เวลากินจะไม่ได้ตักทุกอย่างรวมกันเหมือนข้าวราดแกง แต่ค่อย ๆ กินข้าวเย็นสลับกับเครื่องเคียงทีละอย่าง จึงเป็นเมนูที่ทั้งสวยและมีจังหวะของมันเอง

....

ข้อมูลการเสิร์ฟ

จำนวนเสิร์ฟ: 4 ที่
เวลาเตรียม: 1 ชั่วโมง 30 นาที
เวลาปรุง: 1 ชั่วโมง 30 นาที
เวลารวม: ประมาณ 3 ชั่วโมง

....

วัตถุดิบ

ส่วนข้าวแช่

1. ข้าวหอมมะลิเก่า 2 ถ้วย
2. น้ำสะอาดสำหรับหุงข้าว 2 1/2 ถ้วย
3. น้ำเย็นจัด 8 ถ้วย
4. น้ำแข็งสะอาดสำหรับเสิร์ฟตามชอบ
5. ดอกมะลิสด 1 ถ้วยเล็ก
6. กลีบกุหลาบมอญเด็ดกลีบ 1/2 ถ้วย
7. เทียนอบ 1 แท่ง

ส่วนลูกกะปิทอด

1. กะปิอย่างดี 2 ช้อนโต๊ะ
2. ปลาย่างแกะเอาแต่เนื้อ 100 กรัม
3. หอมแดงซอย 5 หัว
4. กระเทียมไทย 6 กลีบ
5. ตะไคร้ซอย 1 ต้น
6. น้ำตาลมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ
7. ไข่ไก่ 1 ฟอง
8. แป้งทอดกรอบ 1/3 ถ้วย
9. น้ำมันสำหรับทอด

ส่วนพริกหยวกสอดไส้

1. พริกหยวกเม็ดใหญ่ 8 เม็ด
2. หมูสับ 200 กรัม
3. กุ้งสับ 100 กรัม
4. รากผักชี 2 ราก
5. กระเทียมไทย 5 กลีบ
6. พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา
7. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
9. ไข่ไก่ 2 ฟอง สำหรับชุบ

ส่วนไชโป๊วผัดหวาน

1. ไชโป๊วหวานสับ 150 กรัม
2. น้ำตาลมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำเปล่า 2-3 ช้อนโต๊ะ

ส่วนหมูฝอยหวาน

1. เนื้อหมูส่วนสะโพก 250 กรัม
2. หอมแดงเจียว 1/4 ถ้วย
3. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำตาลมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ
5. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

ผักแนม

1. แตงกวา 2 ลูก
2. ต้นหอม 4 ต้น
3. กระชาย 4 หัว
4. มะม่วงดิบเปรี้ยว 1 ลูก
5. พริกชี้ฟ้าแดง 2 เม็ด
6. ผักสดตามชอบ

....

ขั้นตอนการทำ

1. เตรียมน้ำลอยดอกไม้

   * ต้มน้ำสะอาดแล้วพักให้เย็นสนิท
   * ใส่ดอกมะลิและกลีบกุหลาบลงแช่ในน้ำ
   * ปิดฝาแช่ไว้ 2-3 ชั่วโมง หรือแช่ตู้เย็นไว้ข้ามคืน
   * ก่อนใช้สามารถอบควันเทียนเพิ่มความหอมได้ โดยจุดเทียนอบ วางในภาชนะเล็ก داخلหม้อน้ำ แล้วปิดฝาไว้ประมาณ 10-15 นาที

2. หุงข้าวสำหรับข้าวแช่

   * ซาวข้าวหอมมะลิเก่าเบา ๆ จนน้ำเริ่มใส
   * หุงด้วยน้ำในปริมาณพอดีให้เม็ดข้าวสวย ไม่แฉะ
   * เมื่อข้าวสุก พักให้เย็นพอจับได้

3. ขัดเมือกข้าว

   * นำข้าวสุกใส่อ่างน้ำสะอาด
   * ใช้มือลูบเบา ๆ เพื่อให้เมือกแป้งหลุดออก
   * เปลี่ยนน้ำ 2-3 รอบจนเม็ดข้าวใสขึ้นและไม่เหนียว
   * สะเด็ดน้ำแล้วพักให้เย็น

4. ทำลูกกะปิทอด

   * โขลกหอมแดง กระเทียม และตะไคร้ให้ละเอียด
   * ผัดเครื่องที่โขลกกับกะปิ ปลาย่าง และน้ำตาลมะพร้าวจนแห้ง
   * พักให้เย็นแล้วปั้นเป็นก้อนเล็ก
   * ชุบไข่หรือคลุกแป้งบาง ๆ ตามถนัด แล้วทอดจนสีสวย พักให้สะเด็ดน้ำมัน

5. ทำไส้พริกหยวก

   * โขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทยให้ละเอียด
   * นำไปคลุกกับหมูสับ กุ้งสับ น้ำปลา และน้ำตาล
   * ผ่าพริกหยวกคว้านเมล็ดออก แล้วยัดไส้ลงไป
   * นึ่งจนสุก พักให้เย็น จากนั้นชุบไข่แล้วทอดหรือจี่ในกระทะจนผิวตึงสวย

6. ทำไชโป๊วผัดหวาน

   * ล้างไชโป๊วเร็ว ๆ ถ้ารสเค็มจัดเกินไป แล้วบีบน้ำออก
   * ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ผัดไชโป๊วกับน้ำตาลมะพร้าว
   * เติมน้ำเล็กน้อยแล้วผัดต่อจนเงาและแห้งพอดี
   * ตักพักไว้

7. ทำหมูฝอยหวาน

   * ต้มหมูจนสุก แล้วฉีกเป็นเส้นฝอย
   * ตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อย ผัดหมูกับน้ำปลาและน้ำตาลมะพร้าว
   * ผัดจนหมูแห้งฟู แล้วใส่หอมแดงเจียวลงคลุก
   * พักให้เย็น

8. เตรียมผักแนม

   * ล้างแตงกวา ต้นหอม กระชาย มะม่วงดิบ และพริกชี้ฟ้าให้สะอาด
   * หั่นแตงกวาและมะม่วงเป็นชิ้นพอดีคำ
   * ซอยพริกชี้ฟ้าเป็นเส้นบาง
   * จัดทุกอย่างใส่จานให้เรียบร้อย

9. จัดข้าวแช่

   * ตักข้าวที่ขัดเมือกแล้วใส่ถ้วย
   * รินน้ำลอยดอกไม้เย็น ๆ ลงไปให้ท่วมข้าว
   * ใส่น้ำแข็งเล็กน้อยถ้าต้องการความเย็นสดชื่น
   * จัดเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงและผักแนมแยกจาน

10. วิธีเสิร์ฟและกินให้อร่อย

* เวลากินให้ตักข้าวในน้ำเย็นทีละคำ
* กินสลับกับลูกกะปิ พริกหยวก ไชโป๊วผัดหวาน และหมูฝอย
* ผักแนมใช้ช่วยตัดรสและเพิ่มความสด
* ไม่ควรนำเครื่องเคียงทั้งหมดใส่ลงในถ้วยข้าว เพราะจะทำให้น้ำขุ่นและเสียกลิ่นหอม

....

เคล็ดลับความอร่อย

1. ใช้ข้าวเก่าจะได้เม็ดสวยและไม่แฉะง่าย
2. ขั้นตอนขัดเมือกข้าวสำคัญมาก ถ้าขัดไม่ดีน้ำข้าวแช่จะขุ่น
3. น้ำลอยดอกไม้ควรหอมอ่อน ๆ ไม่ฉุนเกินไป
4. ถ้าจะอบควันเทียน ควรทำในภาชนะปิดสนิท กลิ่นจะติดน้ำได้ดี
5. ลูกกะปิต้องผัดไส้ให้แห้งก่อนปั้น ไม่อย่างนั้นทอดแล้วแตก
6. พริกหยวกคว้านเมล็ดให้หมด จะได้กินง่ายและไม่ขม
7. ไชโป๊วผัดหวานต้องผัดจนเงา แต่ไม่แข็ง
8. หมูฝอยอย่าผัดไฟแรงเกินไป เพราะจะแข็งและขมปลาย
9. ผักแนมควรเตรียมให้สดและกรอบ จะช่วยให้สำรับไม่หนัก
10. ข้าวแช่เหมาะกับการเสิร์ฟเย็นจัด แต่ไม่ควรใส่น้ำแข็งมากจนรสน้ำจืด

....

คุณค่าทางโภชนาการโดยประมาณต่อ 1 ที่

พลังงาน: 520 กิโลแคลอรี
โปรตีน: 24 กรัม
ไขมัน: 18 กรัม
คาร์โบไฮเดรต: 64 กรัม
ใยอาหาร: 4 กรัม
โซเดียม: 890 มิลลิกรัม

ข้าวแช่ชาววังเป็นเมนูที่ยิ่งทำยิ่งเห็นว่าครัวไทยละเอียดแค่ไหน ทุกอย่างดูนิ่งและเบา แต่เบื้องหลังใช้เวลา ใช้สมาธิ และใช้ความประณีตมาก พอจัดสำรับเสร็จแล้วจะได้ทั้งความหอม ความเย็น และรสของเครื่องเคียงที่ค่อย ๆ เปิดทีละชั้น กินในวันอากาศร้อนแล้วชื่นใจมาก

ข้าวแช่ชาววัง, อาหารไทยโบราณ, สำรับชาววัง, อาหารหน้าร้อน, ข้าวแช่, อาหารไทยชาววัง

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่