[CR] ວັດໃຫຍ່ສີມຸງຄຸນ /วัดกลาง /วัดใหญ่ศรีมุงคุน (Wat Si Mung Kun / Wat Kang) หอไตรกลางน้ำที่งดงาม เมืองสาละวัน ลาวใต้



เที่ยวสาละวัน ลาวใต้ #1 ทางผ่าน ตาดผาส้วม กับความเปลี่ยนแปลงที่รกร้าง
https://pantip.com/topic/44122991

เที่ยวสาละวัน ลาวใต้ #2 ตาดสูง Tat Soung Waterfall พี่ใหญ่ใน 3 พี่น้อง บนสายน้ำเซเส็ด Xeset จาก ภูเส็ด (Phou Set)
https://pantip.com/topic/44124321


เที่ยวสาละวัน ลาวใต้ #3 ตาดเลาะ Tat Lo Waterfall พี่รองใน 3 พี่น้อง บนสายน้ำเซเส็ด Xeset
https://pantip.com/topic/44127619

เที่ยวสาละวัน ลาวใต้ #4 ตาดฮัง Tad Hang Waterfall น้องเล็กใน 3 พี่น้อง บนสายน้ำเซเส็ด Xeset
https://pantip.com/topic/44131301


เที่ยวสาละวัน ลาวใต้ #5 ล่าช้างเผือกที่ตาดฮัง Tad Hang Waterfall กับดวงตาของเจ้าที่ ที่เผ้าดู
https://pantip.com/topic/44138557


---------------------
"วัดกลาง" (หรือวัดใหญ่ศรีมุงคุน) ใจกลางเมืองสาละวัน สปป.ลาว

เพี้ยนปักหมุด

วัดกลาง / วัดใหญ่ศรีมุงคุน (Wat Si Mung Kun / Wat Kang): ตั้งอยู่ใจกลางเมืองสาละวัน เป็นที่ตั้งของ หอไตรปิฎกกลางน้ำโบราณอายุมากกว่า 230 ปี โครงสร้างทำด้วยไม้ตามภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อป้องกันปลวกและแมลง สร้างขึ้นกลางสระน้ำที่เต็มไปด้วยเต่า หอไตรแห่งนี้ถือเป็น "แฝดคนละฝั่งโขง" ที่มีลักษณะถอดแบบทางสถาปัตยกรรมล้านช้างมาคล้ายคลึงกับหอไตรวัดทุ่งศรีเมืองของไทย

ชื่อของ วัดใหญ่ศรีมุงคุน เขียนเป็นภาษาลาวได้ดังนี้ครับ:
ວັດໃຫຍ່ສີມຸງຄຸນ
(อ่านว่า: วัด-ใหญ่-สี-มุง-คุน)

หรือหากเรียกชื่อหอไตรกลางน้ำที่เป็นไฮไลต์ของวัด จะเขียนว่า:
ຫໍໄຕກາງນ້ຳ ວັດໃຫຍ່ສີມຸງຄຸນ
(อ่านว่า: หอ-ไต-กาง-น้ำ วัด-ใหญ่-สี-มุง-คุน)

เพี้ยนยิ้ม
หากคุณเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงจากฝั่งไทย (อุบลราชธานี) ข้ามไปยังสาละวัน แนะนำให้แวะชมสถาปัตยกรรมที่เกี่ยวเนื่องกัน:
วัดทุ่งศรีเมือง: ตั้งอยู่ในตัวเมืองอุบลราชธานี มี หอไตรกลางน้ำ ศิลปะผสมผสาน 3 สกุลช่าง (ไทย พม่า ลาว) ที่ได้รับการยกย่องว่าสมบูรณ์และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของอีสาน ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจทางสถาปัตยกรรมชุดเดียวกันกับที่พบในเมืองสาละวัน

วัดบูรพา: อีกหนึ่งวัดเก่าแก่ในอุบลราชธานีที่มีสิมและหอไตรโบราณตามแบบศิลปะพื้นถิ่น

เพี้ยนส่อง

วัดใหญ่ศรีมุงคุน (วัดใหญ่สีມຸງຄຸນ) แขวงสาละวัน มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและเป็นพื้นที่ประดิษฐานมรดกทางวัฒนธรรมชิ้นเอกที่มีตำนานเล่าขานสืบต่อกันมา ดังนี้ครับ
📜 ประวัติความเป็นมาและเรื่องราวในอดีต
หอพระไตรปิฏกวัดศรีมงคล เป็นหอไตรกลางน้ำ ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2327 สมัยการปกครองของเอกะราชาที่ 1 ชื่อ “ท้าวคำพิทูน” เดิมเป็นเพียงหอไตรขนาดเล็ก ต่อมาในปี 2402 สมัยเอกะราชาที่ 6 ชื่อ“ท้าวเหง้ากันยา” ท่านได้นำพุทธศาสนิกชนชาวสาละวันมาช่วยกันสร้างหอไตรหลังใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เพื่อใช้เป็นแหล่งเก็บรักษาเอกสาร หลักธรรมคำสอนทางพุทธศาสนา โดยเฉพาะพระไตรปิฏกจำนวน 84,000 พระธรรมขันธ์ รวมถึงเป็นศูนย์รวมทางจิตใจให้กับชาวพุทธในแขวงสาละวัน

หอพระไตรปิฎกหลังนี้สร้างขึ้นจากไม้เนื้อแข็งที่ชาวบ้านร่วมกันนำมาถวาย ถูกออกแบบและก่อสร้างโดยช่างฝีมือที่มีความชำนาญ หลังคาเป็นแบบหอปราสาท มุงด้วยแป้นไม้แดงแบบโบราณ ตั้งอยู่บนเสาไม้ 54 ต้น โครงสร้างอาคารหอไตรเชื่อมประสานเข้าด้วยกันโดยการเจาะรูแล้วตอกด้วยลิ่มไม้ ภายในมีการแกะสลักรูปภาพต่างๆที่เป็นศิลปะของท้องถิ่น

วันที่ 20 มิถุนายน 2513 ช่วงสงครามเวียดนาม กองทัพสหรัฐอเมริกาได้ส่งฝูงบิน T-28 มาโจมตีเมืองสาละวัน วัดศรีมงคลเป็นเป้าหมายหนึ่งที่ถูกยิงถล่ม ทั่วบริเวณวัด ทั้งกุฏิ วิหาร รวมถึงหอไตรกลางน้ำ ได้รับความเสียหายชนิดที่ในเอกสารของลาวใช้คำว่า “ถูกเผาทำลายเกลี้ยง” สร้างความเสียใจแก่ชาวลาว โดยเฉพาะชาวสาละวันเป็นอย่างยิ่ง

ปี 2552 แขวงสาละวันได้ปฏิสังขรณ์หอพระไตรปิฎก วัดศรีมงคลให้กลับคืนมาใหม่ มีพิธีวางศิลาฤกษ์เริ่มต้นก่อสร้างในวันที่ 7 มิถุนายน 2552 ตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 7 ของลาว การปฏิสังขรณ์ยึดรูปแบบตามหอไตรหลังเก่า เพิ่มเสาไม้เป็น 57 ต้น ใช้ไม้กระจะทำเป็นเสา โครงหลังคาสร้างขึ้นจากไม้แคน มุงด้วยดินขอ พื้นกระดานไม้ ประตู หน้าต่าง ใช้ไม้ประดู่ แกะสลักด้วยศิลปะลาวโบราณ รูปแกะสลักแสดงวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณีของชาวลาวและชาวสาละวัน
มูลค่าก่อสร้างหอพระไตรปิฎกหลังใหม่ ตกประมาณกว่า 7,000 ล้านกีบ หรือ 28 ล้านบาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนในสมัยนั้น ในนี้เป็นเงินที่ประชาชนช่วยกันบริจาค 2,500 ล้านกีบ และเป็นเงินงบประมาณของรัฐอีก 4,500 ล้านกีบ

** ข้อมูลจาก
https://thaipublica.org/2022/12/pundop93/

เพี้ยนเหรอ
🐢 ตำนานและความเชื่อพื้นบ้าน

นอกจากประวัติศาสตร์การสู้รบแล้ว วัดใหญ่ศรีมุงคุนยังมีตำนานความเชื่อที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นอย่างแนบแน่น:
ตำนานสระน้ำแห่งเต่าอายุยืน: สระน้ำที่ล้อมรอบหอไตรกลางน้ำนั้น มีฝูงเต่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากตามธรรมชาติ ชาวบ้านมีตำนานความเชื่อว่า เต่าเหล่านี้คือ ผู้พิทักษ์คัมภีร์พระไตรปิฎก และเป็นสัตว์จำแลงของเทวดาที่มาคอยดูแลรักษาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด ห้ามใครมาจับหรือทำร้ายเด็ดขาด ผู้ที่เดินทางมาทำบุญจึงนิยมนำอาหารมาเลี้ยงเต่าเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอพรให้มีอายุยืนยาว
ความศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์แสน: พระพุทธรูปประธานเก่าแก่ที่เป็นทองสัมฤทธิ์ มีตำนานเล่าขานในหมู่ชาวเมืองว่า ในอดีตยามที่เมืองสาละวันเผชิญกับภัยแล้งอย่างหนัก ชาวเมืองจะร่วมใจกันอัญเชิญพระองค์แสนออกแห่รอบเมืองเพื่อทำพิธีขอฝน และฝนก็จะตกลงมาสร้างความชุ่มชื้นให้แก่ไร่นาอย่างน่าอัศจรรย์ใจทุกครั้ง ปัจจุบันจึงเป็นพระพุทธรูปที่ชาวบ้านนิยมมากราบไหว้เมื่อต้องการที่พึ่งทางใจหรือขอความร่มเย็นเป็นสุขในชีวิต
หากคุณสนใจเรื่องราวของแขวงสาละวันเพิ่มเติม ผมสามารถแนะนำ ประวัติความเป็นมาของตัวเมืองสาละวัน หรือ เทศกาลงานบุญประจำปี ที่ชาวบ้านจะมารวมตัวกันที่วัดแห่งนี้เพิ่มได้นะครับ บอกได้เลย!

เพี้ยนขอบคุณ
เหตุผลหลักที่คนโบราณสร้างหอไตรไม้ไว้กลางสระน้ำคือ เพื่อป้องกันมด ปลวก และแมลงต่างๆ ขึ้นไปกัดทำลายคัมภีร์ใบลาน ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และหาได้ยากยิ่งในสมัยก่อน
การสร้างลักษณะนี้สะท้อนถึงภูมิปัญญาไทยโบราณในหลายๆ ด้าน ดังนี้

1. การป้องกันแมลงและศัตรูพืช
ตัดเส้นทางเดินของแมลง: คัมภีร์พระไตรปิฎกในอดีตจะจารึกสลักลงบน ใบลาน ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติที่มด ปลวก และแมลงชอบกัดกิน
สะพานชักเก็บได้: ตัวอาคารจะไม่มีส่วนใดสัมผัสกับพื้นดินเลย โดยจะใช้สะพานไม้พาดจากฝั่งเมื่อต้องการใช้งาน และจะชักสะพานเก็บทันทีเพื่อไม่ให้เป็นทางเดินของสัตว์

2. การควบคุมอุณหภูมิและความชื้น
ลมพัดพาไอเย็น: สายน้ำรอบอาคารช่วยลดความร้อนจากแสงแดด ลมที่พัดผ่านผืนน้ำจะนำพาความชุ่มชื้นและไอเย็นลอดผ่านร่องไม้ของตัวเรือน
ยืดอายุใบลาน: อากาศที่ปลอดโปร่งและไม่แห้งแล้งจนเกินไป ช่วยป้องกันไม่ให้ใบลานกรอบหักหรือชำรุดเสียหายได้ง่าย

3. การป้องกันอัคคีภัย
ตัดขาดจากเปลวไฟ: เนื่องจากหอไตรสร้างด้วยไม้เกือบทั้งหมด จึงเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ การตั้งอยู่กลางน้ำช่วยป้องกันไฟลามจากอาคารอื่นภายในวัด และมีน้ำรอบด้านพร้อมใช้ดับไฟได้ทันที

4. การสร้างสมาธิและการรักษาความปลอดภัย
บรรยากาศปลีกวิเวก: ความเงียบสงบกลางน้ำช่วยให้พระภิกษุสามเณรมีสมาธิในการศึกษาพระธรรม
ป้องกันการโจรกรรม: ในอดีตคัมภีร์เหล่านี้มีค่ามาก การอยู่กลางน้ำทำให้คนนอกเข้าถึงได้ยากและสังเกตเห็นได้ง่ายหากมีใครบุกรุกเข้ามา

เพี้ยนลุย
การเดินทาง

พิกัด จากด่านช่องเม็กระยะทางประมาณ 157 กม  แต่แวะเที่ยวตาดเลา ตาดฮัง แวะกินข้าว ก่อนได้ ตามรีวิวข้างบน
วัดอยู่ใจกลางตัวเมืองสาละวับเลย

ຫໍໄຕປິດົກ ວັດກາງ ແຂວງສາລາວັນ
https://maps.app.goo.gl/fTNniKFUPNuKg5P9A
ชื่อสินค้า:   ວັດໃຫຍ່ສີມຸງຄຸນ
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่