JJNY : ‘แม่น้องเมย’ยื่น‘กมธ.’│เวเนฯ พบร่างเหยื่อดินไหวต่อเนื่อง!│น้ำมันพุ่ง 5% สูงสุดรอบหลายสัปดาห์│เตือนทั่วไทยฝนตกหนัก

‘แม่น้องเมย’ ยื่น ‘กมธ.กฎหมายฯ’ช่วยหาสาเหตุลูกเสียชีวิต ‘รังสิมันต์’รับหารือกมธ.
https://www.dailynews.co.th/news/6011446/
.

.
’แม่น้องเมย’ ยื่น ‘กมธ.กฎหมายฯ‘ ช่วยหาสาเหตุลูกเสียชีวิตอย่างไร หลังถูกสั่งธำรงวินัย ด้าน ’รังสิมันต์’ พร้อมนำเข้าหารือ กมธ.-ขอข้อมูลสำนักงานตำรวจ ลั่น หากให้ความเป็นธรรมไม่ได้ ความยุติธรรมจะอยู่ในเครื่องหมายคำถามต่อไป
.
เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือกรณีนักเรียนเตรียมทหารที่เสียชีวิตจากการถูกสั่งธำรงวินัย จากครอบครัวของนายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย
.
ทนายความฝั่งครอบครัวนายภคพงศ์ กล่าวว่า ได้มายื่นหนังสือต่อ กมธ. 2 ประเด็น ได้แก่
1.ในช่วงกลางปีที่แล้วมีคำพิพากษาศาลทหารสูงสุด พิพากษาลงโทษนักเรียนเตรียมทหารบังคับบัญชา ซึ่งปัจจุบันรับราชการตำรวจ พิพากษาในความผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ ซึ่งลงโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 20,000 บาท ท้ายที่สุดศาลลดโทษ โดยในส่วนโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่สิงหาคม ปี 2560 แต่ศาลเพิ่งมีคำตัดสินเมื่อปี 2568 ทางครอบครัวเคลือบแคลงใจมาตลอดว่าทำไมตั้งแต่เกิดเหตุ ถึงไม่มีการดำเนินการทางวินัยกับนักเรียนเตรียมทหารบังคับบัญชาผู้นี้ ทั้งๆ ที่ปัจจุบันรับราชการตำรวจ และมองว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรพิจารณาเรื่องวินัยและจริยธรรม
.
ทนายความ กล่าวต่อว่า 2.เรื่องการไปร้องทุกข์กับสถานีตำรวจนครบาลพญาไทให้ดำเนินคดีกับนายแพทย์ทหารท่านหนึ่ง โดยนายแพทย์ทหารท่านนี้ได้วินิจฉัยว่าเสียชีวิตจากโรคหัวใจ ทางครอบครัวจึงสงสัยว่านายภคพงศ์เป็นโรคหัวใจได้อย่างไร เพราะนายภคพงศ์ไม่เคยมีโรคประจำตัว จึงขอให้ส่งศพไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เมื่อส่งศพไปแล้วพบว่าไม่สามารถหาสาเหตุการเสียชีวิตได้ เนื่องจากศพที่ส่งไป ไม่มีสมองและหัวใจ รวมถึงอวัยวะอื่นๆ จึงมีการไปร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจนครบาลพญาไท เพื่อดำเนินคดีตั้งแต่ปี 2563 แต่ปัจจุบันยังไม่ทราบผลของคดีว่ามีการสั่งฟ้องหรือไม่
.
เมื่อถามว่าปัจจุบัน นายแพทย์คนดังกล่าวยังทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลดังกล่าวหรือไม่ ทนายความฝั่งครอบครัวนายภคพงศ์  กล่าวว่า ยังรับราชการอยู่
.
ด้านนางสุกัลยา ตัญกาญจน์ มารดานายภคพงศ์ กล่าวว่า ตนพยายามหาความจริงทุกวิถีทางเพื่อที่จะรู้ว่าลูกเสียชีวิตอย่างไร แต่ยิ่งพยายาม ยิ่งไปไม่ได้ ยิ่งตัน ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปแล้ว หากศาลทหารสั่งไม่ฟ้อง ตนก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว
.
ขณะที่นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ในส่วนของ กมธ.ที่ได้ชื่อว่าดูแลเรื่องความยุติธรรม สำหรับเรื่องที่เป็นที่จับตามองและสังคมให้ความสนใจขนาดนี้ หากเรายังไม่สามารถมอบความเป็นธรรมให้ได้ หลังจากนี้ความยุติธรรมคงจะยังอยู่ในเครื่องหมายคำถามต่อไป ตนจะนำเรื่องนี้หารือกับ สส.ภายใน กมธ. เพื่อกำหนดแนวทางและขอข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
.

.
เวเนฯ พบร่างเหยื่อดินไหวต่อเนื่อง! สังเวยทะลุ 3,800 ศพ-ไร้บ้านเกือบ 1.8 หมื่นคน
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10316224
.
เวเนฯ พบร่างเหยื่อดินไหวต่อเนื่อง! – รอยเตอร์ รายงานวันที่ 9 ก.ค. ถึงความคืบหน้าเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้งใน ประเทศเวเนซุเอลา ตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 3,811 ราย
.
นายฮอร์เก โรดริเกซ ประธานสภาแห่งชาติของเวเนซุเอลา เปิดเผยเมื่อวันพุธที่ 8 ก.ค.ตามเวลาท้องถิ่นว่า นอกจากตัวเลขผู้เสียชีวิตจะสูงขึ้นต่อเนื่องแล้ว จำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บก็เพิ่มขึ้นเช่นกันเป็น 16,740 ราย และผู้ประสบภัยที่สูญเสียบ้านหรือที่อยู่อาศัยเพิ่มเป็น 17,907 ราย
.

.
น้ำมันพุ่ง 5% สูงสุดรอบหลายสัปดาห์ หุ้นมะกันลด หลังสหรัฐถล่มอิหร่านซ้ำ
https://www.matichon.co.th/foreign/news_5797942
.
น้ำมันพุ่ง 5% สูงสุดรอบหลายสัปดาห์ หุ้นมะกันลด หลังสหรัฐถล่มอิหร่านซ้ำ
.
ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ทั่วโลกปรับตัวลดลง ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นในวันที่ 8 กรกฎาคม หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่า ข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวกับอิหร่านสิ้นสุดลงแล้ว และรัฐบาลสหรัฐประกาศปฏิบัติการโจมตีทางทหารครั้งใหม่
.
ราคาน้ำมันปิดตลาดเพิ่มขึ้นเกือบ 5% เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาปะทุอีกครั้ง ทำให้ตลาดกังวลว่าอุปทานพลังงานโลกอาจเผชิญความปั่นป่วนอีก หากการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกระงับอีกครั้งหนึ่ง
.
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 3.86 ดอลลาร์ หรือ 5.2% ปิดที่ 78.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.08 ดอลลาร์ หรือ 4.4% ปิดที่ 73.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน
.
ข้อมูลที่เผยแพร่ในสัปดาห์นี้ยังแสดงให้เห็นว่า ปริมาณน้ำมันดิบใน คลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐลดลงสู่ระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2526 ทำให้ตลาดมีความเปราะบางมากขึ้นต่อภาวะช็อกด้านอุปทานในอนาคต
.
ในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับลดลงแรงที่สุด โดยปิดลดลง 1.09% มาอยู่ที่ 52,348.09 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 0.28% ปิดที่ 7,482.59 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต ซึ่งได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ยังสามารถปิดบวกได้เล็กน้อย 0.2% ที่ 25,870.65 จุด
.
บรรยากาศเชิงลบในตลาดหุ้นยิ่งรุนแรงขึ้น หลังจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออกมาเตือนครั้งใหม่ว่า ความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ ทำให้ดัชนี MSCI ที่ใช้วัดผลการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นทั่วโลก ลดลง 0.60% ปิดที่ 1,114.54 จุด
.
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมารุนแรงขึ้น รวมทั้งความกังวลว่าเงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้นอีกครั้งจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ยังส่งผลกดดันต่อตลาดทองคำ โดยราคาทองคำในตลาดสปอตลดลง 0.52% มาอยู่ที่ 4,084.19 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐฯ ลดลง 1.45% ปิดที่ 4,085.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ว่าทองคำมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แต่เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยจึงมักสูญเสียความน่าสนใจในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่