ส่องสถิติตู้ชาร์จ EV ไทย (2020-2026) ทำไมตู้ DC เพิ่มเป็นหมื่นหัว แต่ชีวิตจริงยังแย่งกันชาร์จ

พอดีผมได้นั่งไล่ดูตัวเลขสถิติจำนวนสถานีชาร์จและหัวจ่ายไฟฟ้าในไทยของ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ที่เค้าอัปเดตออกมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงปี 2020 ลากยาวมาจนถึงต้นปี 2026 นี้ เห็นความเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดชนิดที่ว่าถ้าใครไม่ได้ตามมาสัก 2 ปี กลับมาดูอีกทีมีงงแน่นอน เลยอยากเอาตัวเลขมาชวนคุยกันหน่อยครับว่า วงการตู้ชาร์จบ้านเราตอนนี้มันเปลี่ยนไปทิศทางไหน และในฐานะคนขับ EV คนหนึ่ง มันตอบโจทย์ชีวิตจริงแล้วหรือยัง?

1. ย้อนดูความบ้าคลั่ง จากหลักร้อยสู่หลักหมื่นหัวจ่าย
ลองดูตัวเลขรวมทั้งประเทศ (นับเฉพาะค่ายหลักๆ ไม่รวมตู้เฉพาะกลุ่มแบบ Tesla หรือ MG) นะครับ
- พ.ย. 2020 มีแค่ 647 แห่ง ทั่วประเทศ (ตอนนั้นใครขับ EV ไปต่างจังหวัดคือใจต้องนิ่งมาก)
- พ.ค. 2023 ขยับมาเป็น 1,482 แห่ง (เริ่มใจชื้น มีจุดชาร์จตามปั๊มเยอะขึ้น)
- ม.ค. 2026 (ล่าสุด) พุ่งไปถึง 4,643 แห่ง รวมกันปาไป 13,977 หัวจ่าย!
          ในแง่จำนวนผู้ให้บริการ ตอนนี้ EV Station PluZ (OR) ยึดเมืองไปเรียบร้อย ครองไปค่ายเดียว 1,321 แห่ง (เน้นหัวจ่าย DC CCS2 ปาเข้าไป 2,764 หัว) ตามมาด้วยเอกชนและรัฐวิสาหกิจเจ้าอื่นอย่าง EA Anywhere (486 แห่ง), REVERSHARGER (472 แห่ง), PEA VOLTA (457 แห่ง) และ Elex by EGAT (446 แห่ง) ยอมรับเลยว่าในแง่ "ปริมาณ" ทุกเจ้าเร่งสปีดกันดุเดือดมาก

2. หัวชาร์จ AC กำลังจะกลายเป็นโบราณวัตถุ?
          ถ้าใครสังเกตพฤติกรรมการขยายตู้ของผู้ให้บริการยุคนี้ จะเห็นเลยว่า "ตู้ AC (ชาร์จช้า) สาธารณะตามห้างหรือคอมมูนิตี้มอลล์แทบจะหยุดนิ่ง" เมื่อก่อนเจ้าตลาดอย่าง EA Anywhere เน้นหัว AC เยอะมาก (จุดเด่นยุคแรก) แต่พอมารอบล่าสุด ทุกเจ้าเทหน้าตักไปที่ DC CCS2 (ชาร์จเร็ว) กันหมด
ตรงนี้ผมมองว่าสมเหตุสมผลนะ เพราะพฤติกรรมคนขับ EV ยุคนี้ไม่มีใครอยากนั่งรอ 3-4 ชั่วโมงเพื่อได้ไฟมาขับต่อไม่กี่กิโลแล้ว ทุกคนต้องการ "ชาร์จเร็ว 15-20 นาที แล้วไปต่อ" รถรุ่นใหม่ๆ ก็รองรับไฟ DC สูงขึ้นเรื่อยๆ ตู้ AC ตามที่สาธารณะเลยกลายเป็นของเหลือเลือกที่คนจะแวะชาร์จก็ต่อเมื่อไม่มีตู้ DC หรืออยากได้ที่จอดรถเท่านั้นแหละครับ
          ส่วนหัวชาร์จฝั่งญี่ปุ่นอย่าง DC CHAdeMO ยิ่งชัดเจน ตอนนี้กลายเป็น "ความตายที่รอวันเผา" อย่างแท้จริง ขนาดเจ้าตลาดอย่าง OR ยังเหลือหัวจ่ายประเภทนี้แค่ 1 หัวจ่ายถ้วน ในพอร์ต! จะมีเหลือเยอะหน่อยก็แค่ PEA VOLTA (316 หัว) ที่น่าจะติดสัญญา TOR ยุคแรกๆ หรือต้องสำรองให้รถรุ่นเก่าๆ อย่าง Nissan Leaf แต่หลังจากนี้บอกเลยว่าไม่มีใครเอาเข้ามาติดเพิ่มแน่นอน
(จุดนี้เตือนเลยครับว่า ใครที่กำลังจะไปหาซื้อรถ EV มือสอง หรือรถนำเข้าบางรุ่น ต้องเช็กชนิดหัวชาร์จด่วนของรถให้ดีๆ นะครับ ถ้าไม่ใช่หัวมาตรฐานมหาชนแบบ CCS2 แต่อนาคตไปได้หัว CHAdeMO มาเนี่ย ชีวิตการเดินทางต่างจังหวัดจะยากขึ้นทุกวัน เพราะตู้ชาร์จสาธารณะแทบจะไม่เหลือหัวนี้ให้ชาร์จแล้ว)

3. ตัวเลขโต แต่ทำไมชีวิตจริงยังเหนื่อย?
          สิ่งที่ผมอยากชวนทุกคนคิดต่อคือ ตัวเลขโครงข่ายที่ดูหรูหรา 1.3 หมื่นกว่าหัวจ่ายเนี่ย ในฐานะคนใช้งานจริง เรายังเจอ Pain Point เดิมๆ อยู่เลย
- ตู้ Offline / ตู้เอ๋อ / จ่ายไฟไม่เต็ม ตัวเลขสถิติของสมาคมฯ เค้าสะท้อนแค่ "จำนวนที่ติดตั้ง" ครับ แต่เค้าไม่ได้บอกว่าในแต่ละวันมีตู้ที่เสีย ชาร์จไม่เข้า หรือ App ล่มใช้งานไม่ได้กี่เปอร์เซ็นต์ ไปถึงหน้าตู้แล้วชาร์จไม่ได้นี่หัวร้อนกว่าไม่มีตู้ซะอีก
- สงครามแย่งชิงทำเล และคอขวดพลังงาน (Grid) ตอนนี้ปั๊มน้ำมัน ห้างใหญ่ๆ โดนจับจองไปหมดแล้ว เจ้าใหม่ๆ ที่จะเข้ามาแชร์ตลาดเริ่มทำได้ยากขึ้น ที่สำคัญคือ ตู้ DC สเปกแรงๆ (120kW - 360kW) กินไฟมหาศาลมาก ตอนนี้บางพื้นที่เริ่มชนเพดานของหม้อแปลงไฟฟ้าในไทยแล้ว การจะขยายเพิ่มหลังจากปี 2026 น่าจะเจอโจทย์ยากเรื่องระบบสายส่งของการไฟฟ้าฯ แน่ๆ
- มารยาทและระบบจอง ตู้เยอะขึ้น รถก็เยอะขึ้นเป็นเงาตามตัว ปัญหา "ชาร์จเต็มแล้วไม่เลื่อน" หรือ "แอปจองล่มข้ามค่าย" ยังเป็นดราม่าในกลุ่ม EV ทุกวันเสาร์-อาทิตย์เหมือนเดิม

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่