PTTEP รับฮอร์มุซตึง PTTGC สกัดขาดทุน




  “ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซที่ดันให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่ม E&P อย่าง PTTEP และ PTT ที่จะได้อานิสงส์จาก Stock Gain ขณะที่ PTTGC ประกาศหยุดดำเนินการผลิตชั่วคราว (Mothball) โรง Polyols มอง Positive ในระยะยาวต่อการตัดสิน  เพราะบริษัทไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงที่จะขาดทุนมากขึ้นของ Polyols (ปี 2025 -1.2 พันล้านบาท)”  

                หุ้นวิชั่น – PTTEP รับแรงหนุนราคาน้ำมันพุ่งจากความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซ โบรกคาดกำไรไตรมาส 2/69 แตะ 2.55 หมื่นล้านบาท พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” เป้า 180 บาท ขณะที่ PTTGC เดินหน้าหยุดผลิตโรง Polyols ชั่วคราว ลดภาระขาดทุน หนุนแนวโน้มกำไรฟื้นในระยะยาว

               บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซที่ดันให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่ม E&P อย่าง PTTEP และ PTT ที่จะได้อานิสงส์จาก Stock Gain แต่อาจกดดันผลประกอบการของกลุ่มสายการบินและโลจิสติกส์ เช่น AAV, BA จากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น

เก็ง Q2 กำไร 2.55 หมื่นล.

               ทั้งนี้ประเมินว่า PTTEP จะรายงานกำไรสุทธิ 2Q26E ที่แข็งแกร่งที่ 2.55 หมื่นล้านบาท (+89% YoY,+115% QoQ) โดยมีแรงหนุนหลักๆจากราคาขายน้ำมันเฉลี่ย (liquid ASP) ที่ปรับตัวขึ้นแรงและปริมาณขายเฉลี่ยที่ดีขึ้น โดยมีสมมติฐานที่สำคัญ ดังนี้

               1) บริษัทน่าจะเห็นราคาขายเฉลี่ย (blended ASP) ที่แข็งแกร่งจากแรงหนุนของน้ำมันดิบที่ปรับตัว ขึ้นจากผลกระทบของสงครามระหว่างอิสราเอล/สหรัฐอเมริกา (US)-อิหร่านและการปิดช่องแคบฮอร์ มุซ (Strait of Hormuz)

               2) คาดว่า PTTEP จะรายงานปริมาณขายเฉลี่ยที่สูงเป็นสถิติใหม่ต่อเนื่องโดยมีปัจจัยผลักดัน จากการรับรู้แปลง A-18 ในพื้นที่ MTJDA, ปริมาณขายที่สูงขึ้นของโครงการในอ่าวไทย, และรอบการโหลดน้ำมันของโครงการในแอฟริกาและตะวันออกกลาง

               3) อย่างไรก็ดี คาดว่ากำไร 2Q26E จะเป็นจุดสูงสุดของปีนี้ และมีแนวโน้มที่อ่อนตัว QoQ ใน 3Q26E ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับสู่ระดับปกติมากขึ้นหลังสงครามมีแนวโน้มผ่อนคลายลงและ Strait of Hormuz กลับมาเปิดอีกครั้ง

เคาะพื้นฐาน 180 บาท

               คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E/2027E ที่ 6.94/6.87 หมื่นล้านบาท เทียบกับ 6.03 หมื่นล้านบาทในปี 2025 โดยมีสมมติฐานที่สำคัญ คือ 1) ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยสูงขึ้น 2) ราคาขายเฉลี่ยก๊าซธรรมชาติ (gas ASP) ดีขึ้น และ 3) ปริมาณขายเฉลี่ยสูงขึ้น ทั้งนี้หากก าไรสุทธิ 2Q26E เป็นไปตามที่ ทั้งนี้คาดกำไร 1H26 จะคิดเป็น 53.8% ของปริมาณกำไรทั้งปีของเรา

               คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายปี 2026E ที่ 180.00 บาท อิงวิธีDCF (WACC 6.7%, TG 0%) และราคาน้ำมันดิบระยะยาวเดิมที่ USD65.0/bbl ด้วยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง เราเชื่อว่าบริษัทจะมีการประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่สูงขึ้น (เทียบกับ 4.1 บาทต่อหุ้นสำหรับ 1H25)

PTTGC หยุดผลิตโรง GCP

               นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทของ บริษัท จีซี โพลีออลส์ จํากัด (GCP) วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 82.1 มีมติอนุมัติแผนปรับโครงสร้างธุรกิจ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์อุตสาหกรรม

               โดย GCP จะหยุดการดำเนินการผลิตชั่วคราว (Mothball) และรักษาโรงงานให้อยู่ในสภาพพร้อมกลับมาดำเนินการผลิต อนึ่งบริษัทฯ ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นเป็นร้อยละ 100 ควบคู่กับแผนการดำเนินงานดังกล่าว ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569

โบรกชี้ลุ้นกำไรฟื้น

               บล.กรุงศรี ระบุ PTTGC ประกาศหยุดดำเนินการผลิตชั่วคราว (Mothball) โรง Polyols เนื่องจากการแข่งขันสูง โดยจะยังรักษาโรงงานให้อยู่ในสภาพพร้อมกลับมาดำเนินการผลิต บริษัทจะบันทึกค่าใช้จ่าย (provision) ในการหยุดผลิตชั่วคราว ราว 1,800 ล้านบาท ใน 2Q26 และมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสภาพราว 50 ล้านบาท/ปี ส่วน feedstock ในการผลิตอย่าง Propylene oxide/PO อยู่ระหว่างหาผู้ซื้อระยะยาว คาดอาจสร้างกำไรส่วนเพิ่มได้ และจะไม่ต้องรับรู้ Ebitda loss ราว 200-300 ล้านบาท/ปี และ net loss ราว 1.2 พันล้านบาท/ปี อีก

               มอง Positive ในระยะยาวต่อการตัดสิน Mothball โรง Polyols ของ PTTGC เพราะ บริษัทไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงที่จะขาดทุนมากขึ้นของ Polyols (ปี 2025 -1.2 พันล้านบาท) มีน้ำหนักมากกว่าค่าใช้จ่าย provision -1.8 พันล้านบาท (ยังไม่ได้จ่ายจริงทั้งหมด), ประมาณการมี upside risk จากยังไม่ได้รวมการ Mothball ไว้ในประมาณการ และแรงกดดันหลักอย่างการด้อยค่าทรัพย์ของ Polyols ทำไปแล้วใน 4Q25-1Q26 รวมราว 6.4 พันล้านบาท

               คงมุมมองบริษัทเป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์เด่นในวงจรฟื้นตัวของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ที่การ rationalized ทั่วโลกส่งให้ oversupply ลดลง product spread ฟื้น และลดค่าใช้จ่ายคงที่ได้ต่อเนื่อง ส่งให้กำไรปกติฟื้นเฉลี่ย 41%CAGR ใน 2026-28

เม่าเคาะซื้อเม่าออกรถ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่