“Roast8ry’ กาแฟเชียงใหม่ ขายแก้วละ 800 คนก็ยอมจ่าย สุกงอมจนถึงเวลาบุก ‘กรุงเทพ’ กวาดยอดขายวันละ 600 แก้ว/สาขา

ต้องไปลองชิมดูแล้วหละ
ราคาเริ่มต้นแก้วละ 130 บาท แพงที่สุดแก้วละ 1,500 บาท
กาแฟไร่นี้เป็นที่รู้กันในกลุ่มคนรักกาแฟว่า นี่คือหนึ่งในเมล็ดกาแฟที่ดีที่สุดในโลก



คุยกับ “ต๋อง-อานนท์ ธิติประเสริฐ” แชมป์โลกลาเต้อาร์ตคนแรกและคนเดียวในไทย ทิ้งร้านเก่ามูลค่าร้อยล้าน ปั้น “Roast8ry” จนสร้างยอดขายสูงสุด 1,200 แก้วต่อวัน ปีนี้ขอปักหมุดกรุงเทพย่านทรงวาด ไม่หวั่นตลาดร้านกาแฟท้าทาย ขอโฟกัสตัวเอง-โจทย์ต่อไปคว้าแชมป์โลกบาริสต้ามาครอง

เชียงใหม่” เมืองที่ได้รับการขนานนามว่า “เมืองหลวงกาแฟ” เพราะมีคาเฟ่ร้านกาแฟแทบจะทุกๆ 150 เมตร โดยล่าสุด “ต๋อง-อานนท์ ธิติประเสริฐ” ผู้ก่อตั้ง “Roast8ry” (อ่านว่า โรสเทอรี่) บอกว่า ปัจจุบันเชียงใหม่มีร้านกาแฟมากถึง 4,000 แห่ง มีทั้งคนที่อยู่รอดและต้องปิดตัวลงท่ามกลางสถานการณ์ร้านกาแฟเฟ้อ แถมยังมีราคาให้เลือกตั้งแต่ต่ำร้อยไปจนถึงหลักสองใบแดง

แต่ร้านของ “ต๋อง” ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ว่ามา มีราคาเริ่มต้นแก้วละ 130 บาท แพงที่สุดแก้วละ 1,500 บาท
ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดจาก Hard Sale หรือยัดเยียดของแพงให้ลูกค้าที่เดินเข้ามาในร้านแต่อย่างใด ในทางกลับกันลูกค้าของ “Roast8ry” ส่วนใหญ่เต็มที่จะจ่าย และไม่เคยเกี่ยงว่า ราคาจะถูกจะแพงแค่ไหน เพราะเชื่อว่า คุณภาพที่ได้กลับไปไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน

ชื่อชั้นของ “ต๋อง-อานนท์” เกิด เติบโต และเป็นที่รู้จักมาก่อน ในฐานะผู้ก่อตั้งร้าน “Rist8ro” (อ่านว่า ริสเทสโต้) กระทั่งเกิดจุดพลิกผันที่ทำให้ต๋องต้องออกมาเริ่มต้นใหม่พร้อมกับเงินสด 1,700 บาท และรถพอร์ช 1 คัน ส่วนลูกน้องจากร้านเดิมก็ตามมาสร้างร้านใหม่กับต๋องในปี 2563

จนถึงปัจจุบัน “Roast8ry” เปิดไปแล้ว 4 สาขา 2 แห่งแรกอยู่ที่เชียงใหม่ ไปอีก 1 สาขาที่ขอนแก่น และล่าสุดกับการเข้ามาปักหลักที่กรุงเทพย่านถนนทรงวาด “ต๋อง” บอกว่า ไม่ได้เลือกขยายโดยยึดจากแผนธุรกิจใดๆ ทั้งนั้น แต่เพราะมีสิ่งที่อยากทำ และคิดว่า การมากรุงเทพจะได้เจอกับคอกาแฟที่เข้าใจสิ่งที่อยากจะสื่อสารมากที่สุด

“Roast8ry” ประจำการที่กรุงเทพย่านถนนทรงวาดมาราวๆ 5 เดือนเศษ การมาครั้งนี้ “ต๋อง” บอกว่า ไม่ได้คิดถึงภาพการแข่งขันอย่างที่หลายคนคิด ทุกครั้งที่เปิดสาขาใหม่แชมป์โลกคนนี้แทบจะใช้ใจนำทางเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ มีคอนเซปต์ไอเดียแล้วอยากนำเสนอจึงหาพื้นที่ที่เหมาะสมก็แค่นั้น “ต๋อง” เปรียบสาขาที่กรุงเทพเหมือนกับ “ห้องซ้อม” ที่จะยกเวที World Barista Chanpionship มาเสิร์ฟให้คอกาแฟเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แม้ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ลูกค้าทุกคนที่เดินเข้าร้านแล้วจะอยากกินกาแฟแชมป์เปี้ยนเสมอไป แต่เพราะอยากทำ อยากลอง อยากชง จึงตัดสินใจเปิดร้านที่นี่

ทำไมต้องเป็นกรุงเทพทั้งที่มีสาขาก่อนหน้าอยู่แล้ว ? “ต๋อง” อธิบายว่า จะยกเมนูแชมป์เปี้ยนไปไว้ที่เชียงใหม่หรือขอนแก่นคงเป็นไปได้ยาก ด้วยราคาเมล็ดกาแฟที่ใช้ในการแข่งขันขั้นต่ำต้องมี 10,000 บาท/กิโลกรัม บวกกับต้นทุนอื่นๆ ด้วยแล้ว ราคาขายจะอยู่ที่แก้วละ 400-500 บาท ผู้บริโภคในกรุงเทพน่าจะเข้าใจได้ดีที่สุด ซึ่งนอกจากเมนูแชมป์เปี้ยนก็ยังมีเมนูกลุ่มคลาสสิกและซิกเนเจอร์ให้เลือกกิน ราคาเริ่มต้นแก้วละ 130 บาท

ราคาที่ทิ้งห่างจากค่าเฉลี่ยตลาดแบบนี้ไม่ได้ตั้งเองแบบไร้ที่มาที่ไป “ต๋อง” ให้ความเห็นเรื่องกระแสสินค้า “Overpriced” ที่เกิดขึ้นกับวงการกาแฟในรอบหลายปีที่ผ่านว่า ถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับความพึงพอใจที่ลูกค้าได้กลับไป สำหรับ “Roast8ry” ราคาทุกอย่างมีต้นทุนที่อธิบายย้อนกลับไปได้ ยกตัวอย่างเช่น เมล็ดกาแฟจากไร่ ลา เอสเมอรัลด้า ไร่กาแฟชื่อดังระดับโลกจากประเทศปานามา ที่ “Roast8ry” นำมาเสิร์ฟในราคาเริ่มต้นแก้วละ 800 บาท

กาแฟไร่นี้เป็นที่รู้กันในกลุ่มคนรักกาแฟว่า นี่คือหนึ่งในเมล็ดกาแฟที่ดีที่สุดในโลก กระบวนการกว่าจะมาเป็นกาแฟ 1 แก้ว ทีมของต๋องต้องบินไปที่ปานามาเพื่อไปเลือกและทำงานร่วมกับไร่กาแฟ โดยแต่ละไร่จะมีมาตรฐานระดับแชมป์โลก มีคะแนนอ้างอิงชัดเจน ซึ่งเมล็ดจากไร่ ลา เอสเมอรัลด้า มีรสชาติใกล้เคียงกับเมล็ดกาแฟที่ประมูลกันไปสูงถึงกิโลกรัมหลักล้านบาท คิดออกมาเป็นการชงกาแฟต่อแก้วอาจจะสูงถึงแก้วละ 20,000 บาทด้วยซ้ำไป

อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/business/1241885

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่