เห็นท่านรองนายกประกาศว่าสิทธิรักษาพยาบาลของข้าราชการเป็นภาระทางการคลังอย่างใหญ่หลวง จนรัฐบาลแทบจะไม่เหลือเงินไปพัฒนาด้านอื่น (รวมถึงเงินบำนาญข้าราชการด้วย) มันมีวิธีนึงที่ง่ายดายและจะลดภาระค่าใช้จ่ายตรงนี้ลงได้มหาศาล นั่นคือ....
แยกโรงพยาบาลที่ใช้สิทธิ์บัตรทองกับสิทธิเบิกจ่ายตรงข้าราชการออกจากกัน โดยไม่ให้ปนกันเลยแม้แต่โรงพยายาลเดียว โดยให้โรงพยาบาลสำหรับบัตรทองมีจำนวนเยอะกว่า ครอบคลุมกว่า อย่างโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่ง รพ.สต. โรงพยาบาลประจำจังหวัด โรงพยาบาลศูนย์ เหลือโรงพยาบาลสิทธิเบิกจ่ายตรงไว้แค่โรงเรียนแพทย์ และโรงพยาบาลสังกัดกองทัพเท่านั้น
ส่วนใครที่อยากเข้ารักษาในโรงพยาบาลที่ตัวเองไม่มีสิทธิ ก็ต้องจ่ายเงินเองทุกกรณี
เมื่อแบ่งกันแบบนี้ คนที่จะลำบากคือข้าราชการเพราะโรงเรียนแพทย์ไม่ได้มีทุกจังหวัด ข้าราชการส่วนใหญ่ที่เจ็บป่วยเล็กน้อยจะเลือกเข้าคลีนิกใกล้บ้านแทนโรงเรียนแพทย์ รวมถึงข้าราชการบำนาญแก่ๆป่วยหนักที่ไปไม่ถึงการรักษาของโรงเรียนแพทย์ จะถูกธรรมชาติคัดสรรให้จากไป ประหยัดงบบำนาญของรัฐบาลได้อีกทาง
เป็นไอเดียที่ฟังดูป่วงๆนะ เพราะในความเป็นจริงรัฐบาลเองก็คงรู้อยู่แล้วว่าสาเหตุที่สิทธิเบิกจ่ายตรงมันเพิ่มสูงขึ้นทุกปีเป็นเพราะอะไร
คนในเขารู้กัน แต่เขาไม่พูดออกมาเพราะนโยบายรัฐกับเงินในกระเป๋ามันไม่ไปด้วยกัน ข้าราชการเองไม่ได้ป่วยเพิ่มขึ้นมากมาย สิทธิการรักษามีแต่ลดไม่มีเพิ่ม แต่เป็นสิทธิบัตรทองต่างหากที่เพิ่มขึ้นทุกปี ไฮโซไฮคลาสขึ้นทุกปี สวนทางกับงบประมาณที่ไม่ได้ไฮโซตามไปด้วย
โรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศเลยหาทางปรับตัว ซึ่งเชื่อเราเถอะว่าถ้าแยกโรงพยาบาลสองสิทธิออกจากกัน งบเบิกจ่ายตรงจะลดลงฮวบฮาบ แต่ไม่รู้นะว่าโรงพยาบาลบัตรทองจะอยู่กันสภาพไหน บุคลากรเขาจะทนไหวไหม คนไข้จะยังได้รับการรักษาแบบ "ไฮคลาส" ดังนโยบายรัฐบาลไหม
ตั้งแต่ที่ประเทศไทยเริ่มมีสามสิบบาทรักษาทุกโรคตั้งแต่เมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว เราก็คิดอยู่นะว่าวันหนึ่งนโยบายนี้มันจะกระเทือนถึงสิทธิรักษาพยาบาลของข้าราชการ เอาจริงๆมันออกจะช้าไปด้วยซ้ำ
ประชานิยมจงเจริญ จงอยู่คู่ประชาธิปไตยไปตราบชั่วฟ้าดินสลาย
เสนอวิธีลดภาระค่ารักษาพยาบาลเบิกจ่ายตรงของข้าราชการ
แยกโรงพยาบาลที่ใช้สิทธิ์บัตรทองกับสิทธิเบิกจ่ายตรงข้าราชการออกจากกัน โดยไม่ให้ปนกันเลยแม้แต่โรงพยายาลเดียว โดยให้โรงพยาบาลสำหรับบัตรทองมีจำนวนเยอะกว่า ครอบคลุมกว่า อย่างโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่ง รพ.สต. โรงพยาบาลประจำจังหวัด โรงพยาบาลศูนย์ เหลือโรงพยาบาลสิทธิเบิกจ่ายตรงไว้แค่โรงเรียนแพทย์ และโรงพยาบาลสังกัดกองทัพเท่านั้น
ส่วนใครที่อยากเข้ารักษาในโรงพยาบาลที่ตัวเองไม่มีสิทธิ ก็ต้องจ่ายเงินเองทุกกรณี
เมื่อแบ่งกันแบบนี้ คนที่จะลำบากคือข้าราชการเพราะโรงเรียนแพทย์ไม่ได้มีทุกจังหวัด ข้าราชการส่วนใหญ่ที่เจ็บป่วยเล็กน้อยจะเลือกเข้าคลีนิกใกล้บ้านแทนโรงเรียนแพทย์ รวมถึงข้าราชการบำนาญแก่ๆป่วยหนักที่ไปไม่ถึงการรักษาของโรงเรียนแพทย์ จะถูกธรรมชาติคัดสรรให้จากไป ประหยัดงบบำนาญของรัฐบาลได้อีกทาง
เป็นไอเดียที่ฟังดูป่วงๆนะ เพราะในความเป็นจริงรัฐบาลเองก็คงรู้อยู่แล้วว่าสาเหตุที่สิทธิเบิกจ่ายตรงมันเพิ่มสูงขึ้นทุกปีเป็นเพราะอะไร
คนในเขารู้กัน แต่เขาไม่พูดออกมาเพราะนโยบายรัฐกับเงินในกระเป๋ามันไม่ไปด้วยกัน ข้าราชการเองไม่ได้ป่วยเพิ่มขึ้นมากมาย สิทธิการรักษามีแต่ลดไม่มีเพิ่ม แต่เป็นสิทธิบัตรทองต่างหากที่เพิ่มขึ้นทุกปี ไฮโซไฮคลาสขึ้นทุกปี สวนทางกับงบประมาณที่ไม่ได้ไฮโซตามไปด้วย
โรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศเลยหาทางปรับตัว ซึ่งเชื่อเราเถอะว่าถ้าแยกโรงพยาบาลสองสิทธิออกจากกัน งบเบิกจ่ายตรงจะลดลงฮวบฮาบ แต่ไม่รู้นะว่าโรงพยาบาลบัตรทองจะอยู่กันสภาพไหน บุคลากรเขาจะทนไหวไหม คนไข้จะยังได้รับการรักษาแบบ "ไฮคลาส" ดังนโยบายรัฐบาลไหม
ตั้งแต่ที่ประเทศไทยเริ่มมีสามสิบบาทรักษาทุกโรคตั้งแต่เมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว เราก็คิดอยู่นะว่าวันหนึ่งนโยบายนี้มันจะกระเทือนถึงสิทธิรักษาพยาบาลของข้าราชการ เอาจริงๆมันออกจะช้าไปด้วยซ้ำ
ประชานิยมจงเจริญ จงอยู่คู่ประชาธิปไตยไปตราบชั่วฟ้าดินสลาย