สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้ผมขอมาป้ายยาหนังเรื่องนึงที่ผมดูแล้วประทับใจมาก ๆ จนอยากจะเอามาแบ่งปันประสบการณ์ให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ใน Pantip ได้ลองไปหาดูกันครับ นั่นก็คือ "Hacksaw Ridge" หรือในชื่อไทย "วีรบุรุษสมรภูมิ" นั่นเองครับ หนังเรื่องนี้เข้าฉายตั้งแต่ปี 2016 แล้ว แต่เชื่อเถอะครับว่าความเข้มข้นและความหมายของมันยังคงร่วมสมัยและตราตรึงใจอยู่เสมอ
Hacksaw Ridge เป็นภาพยนตร์แนวสงครามชีวประวัติที่สร้างจากเรื่องจริงของ Desmond T. Doss พลทหารเสนารักษ์ในกองทัพสหรัฐฯ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เข้าร่วมรบในสมรภูมิโอกินาวา ซึ่งเป็นหนึ่งในสมรภูมิที่นองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่สิ่งที่ทำให้เขากลายเป็นที่จดจำและได้รับการยกย่องคือการที่เขาปฏิเสธที่จะจับอาวุธและฆ่าคนตามความเชื่อทางศาสนาและหลักการส่วนตัวของเขาเองครับ คือลองนึกภาพดูสิครับ ท่ามกลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยความตาย ความรุนแรง และความเกลียดชัง เขากลับเลือกที่จะเป็นผู้ช่วยชีวิต ไม่ใช่ผู้คร่าชีวิต ซึ่งในยุคนั้นคือการกระทำที่ต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมหาศาลจริง ๆ
หนังเปิดมาด้วยการปูเรื่องราวชีวิตวัยเด็กของเดสมอนด์ ดอส ว่าเขาเติบโตมาในครอบครัวแบบไหน มีความเชื่ออะไรที่หล่อหลอมตัวตนของเขามาตั้งแต่เด็ก การที่เขาเติบโตมาในครอบครัวที่เคร่งศาสนา ทำให้เขามีหลักยึดที่มั่นคงในเรื่องของการไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต และผมชอบตรงที่หนังไม่ได้นำเสนอแบบยัดเยียดให้เรารู้สึกว่าศาสนามันดีเลิศประเสริฐศรีอะไรขนาดนั้นนะครับ แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าความเชื่อของคนคนนึงสามารถเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่และขับเคลื่อนการกระทำที่เหนือความคาดหมายได้อย่างไร
จากนั้นก็พาเราไปดูช่วงที่เขาตัดสินใจสมัครเข้าร่วมกองทัพเพื่อไปรับใช้ชาติในสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้ว่าเขาจะประกาศชัดเจนตั้งแต่แรกแล้วว่าจะไม่จับอาวุธ นั่นทำให้เขาถูกมองว่าเป็นคนขี้ขลาด ถูกดูถูก เหยียดหยาม และถูกทำร้ายร่างกายจากเพื่อนร่วมหน่วยและผู้บังคับบัญชา ผมดูแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดแทนตัวละครเลยครับ คือคนจะไปรบเพื่อชาติ แต่กลับถูกปฏิบัติเหมือนเป็นตัวประหลาดเพียงเพราะความเชื่อที่แตกต่างกัน มันเป็นฉากที่สะท้อนให้เห็นถึงความอคติและการตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอกได้เป็นอย่างดีเลยครับ
แต่ความแน่วแน่และอดทนของเดสมอนด์ ดอส ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าความเชื่อของเขามันไม่ใช่แค่ลมปาก เขาผ่านการฝึกที่หนักหน่วงและยืนยันในหลักการของตัวเองจนถึงที่สุด จนในที่สุดเขาก็ได้รับอนุญาตให้ไปเป็นพลทหารเสนารักษ์ในสนามรบโดยไม่ต้องจับอาวุธครับ และนี่แหละครับคือจุดเริ่มต้นของความพีคของหนังเรื่องนี้อย่างแท้จริง
เมื่อเท้าของเดสมอนด์ ดอส ก้าวลงสู่สมรภูมิ "Hacksaw Ridge" (ชื่อสมรภูมิที่ดุเดือดมาก ๆ ครับ) หนังก็เปลี่ยนโทนจากดราม่ามาเป็นหนังสงครามที่โคตรดิบ โคตรโหด และโคตรสมจริงครับ ผู้กำกับอย่าง Mel Gibson แกทำฉากสงครามออกมาได้แบบเลือดสาด ไส้ทะลัก ระเบิดตูมตาม แบบไม่เกรงใจคนดูเลยครับ คือมันเห็นแล้วรู้สึกเจ็บปวดแทนทหารที่ต้องเจอสภาพแบบนั้นจริง ๆ ซึ่งมันทำให้เราตระหนักได้ว่าสงครามมันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ มันคือความตาย ความสูญเสีย และความเจ็บปวดที่แท้จริง
ท่ามกลางความโกลาหลและความตายที่รายล้อม เดสมอนด์ ดอส ก็ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองอย่างไม่ย่อท้อ เขาวิ่งฝ่าดงกระสุนและระเบิดเข้าไปช่วยเพื่อนทหารที่บาดเจ็บออกมาทีละคน ทีละคน โดยไม่สนใจเลยว่าตัวเองจะตกอยู่ในอันตรายมากแค่ไหน ผมดูฉากนี้แล้วน้ำตาคลอเลยครับ คือคนเราจะเสียสละได้ขนาดนี้เชียวเหรอ? โดยเฉพาะฉากที่ทหารคนอื่น ๆ ถอนกำลังลงจากเนินเขาไปแล้ว แต่เดสมอนด์ ดอส ยังคงอยู่ข้างบนเพียงลำพัง เพื่อตามหาและช่วยชีวิตเพื่อนทหารที่ยังเหลือรอดอยู่ ผมนี่ลุ้นจนตัวเกร็งเลยครับว่าเขาจะรอดมั้ย จะโดนยิงมั้ย แต่เขาก็ยังคงมุ่งมั่นและขอพรจากพระเจ้าให้เขาช่วยได้อีกคน ได้อีกคน จนเขาช่วยชีวิตทหารได้ถึง 75 คน! 75 คนนะครับ! แค่คิดก็ขนลุกแล้วครับ
สิ่งที่ผมชอบมาก ๆ ในหนังเรื่องนี้คือการที่มันไม่ได้เชิดชูสงคราม แต่เชิดชูความกล้าหาญ ความเสียสละ และความเป็นมนุษย์ที่อยู่เหนือความรุนแรงครับ เดสมอนด์ ดอส คือสัญลักษณ์ของความหวังท่ามกลางความสิ้นหวัง เขาพิสูจน์ให้เห็นว่าการไม่ฆ่าคน ไม่ได้แปลว่าไม่กล้าหาญ แต่บางทีมันอาจจะกล้าหาญยิ่งกว่าการจับอาวุธขึ้นมาสู้เสียอีกครับ การที่เขายืนหยัดในความเชื่อของตัวเองและทำในสิ่งที่ถูกต้อง แม้จะต้องเผชิญหน้ากับความตายและคำดูถูก มันคือสิ่งที่ทำให้เขากลายเป็นวีรบุรุษตัวจริง
Hacksaw Ridge ได้รับคะแนนจาก TMDB สูงถึง 8.2/10 ซึ่งผมมองว่าสมเหตุสมผลมากครับ หนังเรื่องนี้มีครบทุกรสชาติ ทั้งดราม่าที่จับใจ แอคชั่นสงครามที่โคตรเดือด และข้อคิดที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการศรัทธา ความกล้าหาญ และความเป็นมนุษย์ครับ การแสดงของ Andrew Garfield ในบท Desmond T. Doss ก็ทำได้ยอดเยี่ยมมากครับ เขาถ่ายทอดความมุ่งมั่น ความอ่อนโยน และความกล้าหาญของตัวละครออกมาได้อย่างน่าเชื่อถือและน่าประทับใจ
ถ้าใครที่ชอบหนังสงครามที่ไม่ได้มีแค่ฉากรบที่มันส์สะใจ แต่ยังแฝงไปด้วยเรื่องราวความเสียสละที่ยิ่งใหญ่และข้อคิดที่กินใจ ผมขอแนะนำ "Hacksaw Ridge" เลยครับ ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ เป็นหนังที่ดูจบแล้วจะรู้สึกอิ่มเอมใจ และได้รับแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตอย่างแน่นอนครับ
ปล. เตรียมผ้าเช็ดหน้าไว้ด้วยนะครับ เพราะบางฉากมันบีบหัวใจจริง ๆ ครับ!
รีวิว Hacksaw Ridge: หนังสงครามที่โคตรเดือด โคตรกล้าหาญ โคตรซาบซึ้ง! (มีสปอยล์บ้างนะครับ)
สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้ผมขอมาป้ายยาหนังเรื่องนึงที่ผมดูแล้วประทับใจมาก ๆ จนอยากจะเอามาแบ่งปันประสบการณ์ให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ใน Pantip ได้ลองไปหาดูกันครับ นั่นก็คือ "Hacksaw Ridge" หรือในชื่อไทย "วีรบุรุษสมรภูมิ" นั่นเองครับ หนังเรื่องนี้เข้าฉายตั้งแต่ปี 2016 แล้ว แต่เชื่อเถอะครับว่าความเข้มข้นและความหมายของมันยังคงร่วมสมัยและตราตรึงใจอยู่เสมอ
Hacksaw Ridge เป็นภาพยนตร์แนวสงครามชีวประวัติที่สร้างจากเรื่องจริงของ Desmond T. Doss พลทหารเสนารักษ์ในกองทัพสหรัฐฯ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เข้าร่วมรบในสมรภูมิโอกินาวา ซึ่งเป็นหนึ่งในสมรภูมิที่นองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่สิ่งที่ทำให้เขากลายเป็นที่จดจำและได้รับการยกย่องคือการที่เขาปฏิเสธที่จะจับอาวุธและฆ่าคนตามความเชื่อทางศาสนาและหลักการส่วนตัวของเขาเองครับ คือลองนึกภาพดูสิครับ ท่ามกลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยความตาย ความรุนแรง และความเกลียดชัง เขากลับเลือกที่จะเป็นผู้ช่วยชีวิต ไม่ใช่ผู้คร่าชีวิต ซึ่งในยุคนั้นคือการกระทำที่ต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมหาศาลจริง ๆ
หนังเปิดมาด้วยการปูเรื่องราวชีวิตวัยเด็กของเดสมอนด์ ดอส ว่าเขาเติบโตมาในครอบครัวแบบไหน มีความเชื่ออะไรที่หล่อหลอมตัวตนของเขามาตั้งแต่เด็ก การที่เขาเติบโตมาในครอบครัวที่เคร่งศาสนา ทำให้เขามีหลักยึดที่มั่นคงในเรื่องของการไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต และผมชอบตรงที่หนังไม่ได้นำเสนอแบบยัดเยียดให้เรารู้สึกว่าศาสนามันดีเลิศประเสริฐศรีอะไรขนาดนั้นนะครับ แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าความเชื่อของคนคนนึงสามารถเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่และขับเคลื่อนการกระทำที่เหนือความคาดหมายได้อย่างไร
จากนั้นก็พาเราไปดูช่วงที่เขาตัดสินใจสมัครเข้าร่วมกองทัพเพื่อไปรับใช้ชาติในสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้ว่าเขาจะประกาศชัดเจนตั้งแต่แรกแล้วว่าจะไม่จับอาวุธ นั่นทำให้เขาถูกมองว่าเป็นคนขี้ขลาด ถูกดูถูก เหยียดหยาม และถูกทำร้ายร่างกายจากเพื่อนร่วมหน่วยและผู้บังคับบัญชา ผมดูแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดแทนตัวละครเลยครับ คือคนจะไปรบเพื่อชาติ แต่กลับถูกปฏิบัติเหมือนเป็นตัวประหลาดเพียงเพราะความเชื่อที่แตกต่างกัน มันเป็นฉากที่สะท้อนให้เห็นถึงความอคติและการตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอกได้เป็นอย่างดีเลยครับ
แต่ความแน่วแน่และอดทนของเดสมอนด์ ดอส ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าความเชื่อของเขามันไม่ใช่แค่ลมปาก เขาผ่านการฝึกที่หนักหน่วงและยืนยันในหลักการของตัวเองจนถึงที่สุด จนในที่สุดเขาก็ได้รับอนุญาตให้ไปเป็นพลทหารเสนารักษ์ในสนามรบโดยไม่ต้องจับอาวุธครับ และนี่แหละครับคือจุดเริ่มต้นของความพีคของหนังเรื่องนี้อย่างแท้จริง
เมื่อเท้าของเดสมอนด์ ดอส ก้าวลงสู่สมรภูมิ "Hacksaw Ridge" (ชื่อสมรภูมิที่ดุเดือดมาก ๆ ครับ) หนังก็เปลี่ยนโทนจากดราม่ามาเป็นหนังสงครามที่โคตรดิบ โคตรโหด และโคตรสมจริงครับ ผู้กำกับอย่าง Mel Gibson แกทำฉากสงครามออกมาได้แบบเลือดสาด ไส้ทะลัก ระเบิดตูมตาม แบบไม่เกรงใจคนดูเลยครับ คือมันเห็นแล้วรู้สึกเจ็บปวดแทนทหารที่ต้องเจอสภาพแบบนั้นจริง ๆ ซึ่งมันทำให้เราตระหนักได้ว่าสงครามมันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ มันคือความตาย ความสูญเสีย และความเจ็บปวดที่แท้จริง
ท่ามกลางความโกลาหลและความตายที่รายล้อม เดสมอนด์ ดอส ก็ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองอย่างไม่ย่อท้อ เขาวิ่งฝ่าดงกระสุนและระเบิดเข้าไปช่วยเพื่อนทหารที่บาดเจ็บออกมาทีละคน ทีละคน โดยไม่สนใจเลยว่าตัวเองจะตกอยู่ในอันตรายมากแค่ไหน ผมดูฉากนี้แล้วน้ำตาคลอเลยครับ คือคนเราจะเสียสละได้ขนาดนี้เชียวเหรอ? โดยเฉพาะฉากที่ทหารคนอื่น ๆ ถอนกำลังลงจากเนินเขาไปแล้ว แต่เดสมอนด์ ดอส ยังคงอยู่ข้างบนเพียงลำพัง เพื่อตามหาและช่วยชีวิตเพื่อนทหารที่ยังเหลือรอดอยู่ ผมนี่ลุ้นจนตัวเกร็งเลยครับว่าเขาจะรอดมั้ย จะโดนยิงมั้ย แต่เขาก็ยังคงมุ่งมั่นและขอพรจากพระเจ้าให้เขาช่วยได้อีกคน ได้อีกคน จนเขาช่วยชีวิตทหารได้ถึง 75 คน! 75 คนนะครับ! แค่คิดก็ขนลุกแล้วครับ
สิ่งที่ผมชอบมาก ๆ ในหนังเรื่องนี้คือการที่มันไม่ได้เชิดชูสงคราม แต่เชิดชูความกล้าหาญ ความเสียสละ และความเป็นมนุษย์ที่อยู่เหนือความรุนแรงครับ เดสมอนด์ ดอส คือสัญลักษณ์ของความหวังท่ามกลางความสิ้นหวัง เขาพิสูจน์ให้เห็นว่าการไม่ฆ่าคน ไม่ได้แปลว่าไม่กล้าหาญ แต่บางทีมันอาจจะกล้าหาญยิ่งกว่าการจับอาวุธขึ้นมาสู้เสียอีกครับ การที่เขายืนหยัดในความเชื่อของตัวเองและทำในสิ่งที่ถูกต้อง แม้จะต้องเผชิญหน้ากับความตายและคำดูถูก มันคือสิ่งที่ทำให้เขากลายเป็นวีรบุรุษตัวจริง
Hacksaw Ridge ได้รับคะแนนจาก TMDB สูงถึง 8.2/10 ซึ่งผมมองว่าสมเหตุสมผลมากครับ หนังเรื่องนี้มีครบทุกรสชาติ ทั้งดราม่าที่จับใจ แอคชั่นสงครามที่โคตรเดือด และข้อคิดที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการศรัทธา ความกล้าหาญ และความเป็นมนุษย์ครับ การแสดงของ Andrew Garfield ในบท Desmond T. Doss ก็ทำได้ยอดเยี่ยมมากครับ เขาถ่ายทอดความมุ่งมั่น ความอ่อนโยน และความกล้าหาญของตัวละครออกมาได้อย่างน่าเชื่อถือและน่าประทับใจ
ถ้าใครที่ชอบหนังสงครามที่ไม่ได้มีแค่ฉากรบที่มันส์สะใจ แต่ยังแฝงไปด้วยเรื่องราวความเสียสละที่ยิ่งใหญ่และข้อคิดที่กินใจ ผมขอแนะนำ "Hacksaw Ridge" เลยครับ ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ เป็นหนังที่ดูจบแล้วจะรู้สึกอิ่มเอมใจ และได้รับแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตอย่างแน่นอนครับ
ปล. เตรียมผ้าเช็ดหน้าไว้ด้วยนะครับ เพราะบางฉากมันบีบหัวใจจริง ๆ ครับ!