All Photos by: timetowalkforsomthingfirstman
.
.
การเดินทางของ หมาแก่
.
สวัสดีปีใหม่ชาวพันทิปนะครับ (ใช่ครับ...ผมหมายถึง ปีใหม่ ปี 2569 นั่นแหละ)
.
.
.
เริ่มต้นปี 2569 ผมมีวันหยุดพักผ่อนในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่อยู่ไม่กี่วัน
.
ถึงแม้ในทางปฏิบัติแล้ว ผมจะไม่ได้หยุดแบบคืนข้ามปีหรือแบบส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ (เรียกได้ว่าทำงานข้ามปีเลยดีกว่า)
.
อย่างเป็นทางการอย่างถูกต้องตรงตามทฤษฎีของวันหยุดเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
.
ในแบบที่คนทั่วไปได้หยุดกัน เนื่องจากมีหน้าที่และภารกิจ ที่ต้องปฏิบัติในที่ทำงานตามบทบาทและหน้าที่ที่ได้รับมอบมายโดยตำแหน่ง
.
พูดง่ายๆ ก็คือ ไปทำงานตามปกตินั่นแหละ (แล้วจะพูดให้ยาวไปทำไม)
.
เพราะด้วยหน้าที่และลักษณะงานที่ทำอยู่ จึงไม่สามารถหยุดตรงตามทฤษฎีแบบนั้นได้
.
ประกอบกับในหน่วยงานมีสัดส่วนของพนักงานวัยหนุ่มสาวค่อนข้างมาก มันจึงต้องมีผู้เสียสละสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป
.
ซึ่งสำหรับกรณีนี้ สาวๆ ในที่ทำงานหลายคนบอกผมว่า
.
.
“เทศกาลงานรื่นเริงสังสรรค์ผู้คนเฉลิมฉลองพลุกพล่านแบบนี้ ไม่เหมาะกับวัยและไลฟ์สไตล์แบบพี่หรอกค่ะ ให้พวกหนูหยุดก่อน แล้วหลังปีใหม่ผู้คนกลับมาทำงาน ตอนนั้นบรรยากาศที่เที่ยวต่างๆ คงสงบขึ้นมาก น่าจะเหมาะกับพี่มากกว่า “
.
.
ดูในความรู้ไปทุกเรื่องและคำพูดคำจาของสาวๆ ที่นี่สิครับ ...
.
.
แต่เอาเถอะ จะว่าไปที่สาวๆ เค้าพูดก็มีส่วนถูกอยู่บ้าง เพราะส่วนใหญ่แล้วเทศกาลใหญ่ๆ ประจำปีอย่าง ปีใหม่ หรือเทศกาลสงกรานต์ อะไรทำนองนี้
.
ผมก็มักจะไปหยุดพักผ่อนหลังจากที่ผู้คนกลับมาทำงานกันแล้ว เป็นแบบนี้มาช้านานตั้งแต่เริ่มต้นจบทำงานใหม่ๆ โน่นเลย
.
เป็นรูปแบบชีวิตที่สวนทางกับผู้คนหมู่มากอยู่เล็กน้อย
.
ดังนั้นช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ที่ผ่านมา จึงเป็นช่วงเวลาที่ผม ตรากตรำทำงานข้ามปีเป็นที่เรียบร้อยโดยสมบูรณ์ในหน้าที่
.
ถึงเวลาหยุดพักผ่อนของผมแล้วทีนี้ จะไปไหนดี
.
นั่นคือโจทย์ที่จะมานั่งคิดหลังเลิกงานของเย็นหลังวันขึ้นปีใหม่ 2569 ที่พึ่งผ่านเข้ามาหมาดๆ นี่เอง
.
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
.
การเตรียมรถยนต์ของผมก็ไม่มีอะไรมาก เพราะเป็นสิ่งที่ปฏิบัติเป็นประจำสม่ำเสมออยู่แล้ว
.
อุปกรณ์ต่างๆ ก็เก็บอยู่ในกล่องเตรียมพร้อมเสมออยู่แล้วหลังจากกลับการเดินทางในแต่ละครั้ง
.
ก็คงแค่ตรวจเช็คซ้ำเล็กๆ น้อยๆ ทั้งรถและสัมภาระ ตามรูปแบบการเตรียมตัวที่ปฏิบัติแบบนี้เสมอมา
.
รถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อเก่าๆ ที่อายุ 20 กว่าปี ยังคงไว้ใจได้อยู่ (จะว่าไป ของอายุขนาดนี้ คงเข้าเกณฑ์ของย้อนยุคไปแล้วล่ะมั้ง)
.
ก็ตรวจเช็คทั่วไป แบตเตอรี่ ระบบไฟส่องสว่างของรถยนต์ ระบบจ่ายไฟให้อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ล้อและยาง
.
ยางอะไหล่ ระบบขับเคลื่อนหน้า-หลัง ระบบปรับอากาศ ระบบไฟฟ้ารถยนต์ทั้งหมด
.
ผมใช้เวลาค่ำคืนก่อนวันเดินทางในโรงรถ ตรวจเช็คสิ่งเหล่านี้แหละ เปิดเพลงไป จิบวิสกี้ไป ตรวจเช็ครถไป
.
อะไรมันจะสุขขนาดนั้น ก็สุขจริงๆ นะครับ ลองดูกันได้
.
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
.
ผมจัดการจองที่พักล่วงหน้า เป็นบ้านพักที่มีอยู่ไม่กี่หลังและไม่เคยพักที่นี่มาก่อน สภาพจริงของบ้านพักเลยไม่รู้
.
แต่ก็ตัดสินใจจองไป ถ้าหน้างานไม่ถูกใจก็หาที่ใหม่ ก็แค่นั้น
.
ไปถึงบ้านพักบ่ายแก่ๆ เป็นบ้านพักบนเชิงเขาเล็กๆ แห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากถนนหลัก
.
บรรยากาศพอได้ ตอนไปถึงดูเงียบๆ เล็กน้อย บรรยากาศทั่วไปดูเหมือนจะดีในตอนนี้
.
แต่จากประสปการณ์ในการเดินทางมามากมาย ทำให้รู้ว่าคงจะเงียบและมืดมิดในยามวิกาลเป็นแน่
.
เพราะรายล้อมด้วยต้นไม้ฉบับป่าเต็งรังบนเชิงเขาเล็กๆ
.
มีบ้านสวนของชาวบ้านอยู่เบื้องล่างๆ ไกลออกไป พอให้มองเห็น
.
แม่บ้านที่มาเปิดห้องพักเปิดแอร์ให้ผม บอกกับผมว่า คืนนี้มีจองไว้อยู่ 2 หลัง
.
คือหลังที่ผมจองและอีกหลังอยู่ถัดออกไปไม่ไกล แต่หลังนั้นยังไม่มาเช็คอิน
.
และถ้าหากอีกหลังไม่มาหรือยกเลิกการจอง เท่ากับว่าคืนนี้ผมจะเป็นนักเดินทางเพียงคนเดียว
.
ท่ามกลางหมู่ดาวในค่ำคืนนี้ ที่จะใช้ชีวิตตามแนวชายป่าในราตรีกาลเพียงลำพังอย่างแน่แท้
.
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
.
เจ้าของบ้านพักเดินมาต้อนรับทักทายอย่างเป็นกันเองพร้อมทั้งกล่าวขอบคุณที่เลือกมาพักที่นี่
.
พร้อมทั้งกล่าวว่าแม่บ้านพึ่งทำความสะอาดห้องเสร็จไม่นาน
.
เพราะก่อนหน้านี้มีลูกค้ามาพักเต็มทุกหลังเพราะเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งลูกค้าจะจองเยอะ
.
แต่ด้วยที่มีแม่บ้านเพียงคนเดียวเลยหนักหน่อย แต่ถ้าไม่ใช่เทศกาลหรือหลังเทศกาลไปแล้ว
.
ก็จะไม่ค่อยมีลูกค้ามาพักสักเท่าใดนัก ซึ่งนั่นก็ทำให้ครัวหรือห้องอาหารสำหรับบริการลูกค้าที่มาพัก
.
ที่เคยเปิดให้บริการก่อนหน้านี้ จำเป็นต้องปิดตัวไปไม่นานนี้เอง เพราะจำนวนคนใช้บริการไม่เยอะพอที่จะจ้างแม่ครัวและพนักงานบริการ
.
หากลูกค้าต้องการอาหารหรือเครื่องดื่มต้องขับรถออกไปซื้อเองที่ร้านสะดวกซื้อซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 4 กิโลเมตร
แต่เรื่องเสบียงสำหรับผมไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลเท่าไหร่ เพราะโดยทั่วไปทุกการเดินทางจะไกลหรือใกล้
.
ผมจะเตรียมเสบียงและเครื่องดื่มติดรถไปด้วยอย่างเพียงพอเสมอ
.
เพราะฉะนั้นแล้วสำหรับค่ำคืนนี้ ตัดปัญหาเรื่องมื้อเย็นไปได้
.
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
.
ผมจัดการขนสัมภาระและเสบียงเข้าห้องพักเรียบร้อยเปิดแอร์เย็นฉ่ำ ยืนมองดูต้นไม้กลางป่าผ่านห้องกระจก
.
นานๆ จะมีนกป่าบินผ่านมาตรงระเบียงห้องพักให้เห็น กิจกรรมวันนี้คงไม่ได้ไปไหน
.
กะว่าช่วงก่อนหมดแสงสุดท้ายของวัน คงเดินดูวิวป่าเชิงเขาแถวนี้ รอบๆ บ้านพักนี่แหละ
.
แล้วก็คงเข้าห้องเตรียมฉลองวันขึ้นปีใหม่อย่างเป็นทางการ (ของผม)
.
ถึงแม้วันขึ้นปีใหม่จริงๆ จะผ่านมาแล้วไม่กี่วันก่อนก็ตาม แต่เอาน่า สุขได้เหมือนกันนั่นแหละ จะสุขหรือทุกข์มันอยู่ที่ใจ (ว่าไปนั่น)
.
ขณะเดินสำรวจพื้นที่โดยรอบและกำลังคิดว่า คืนนี้เราคงจะได้เป็นบุรุษสูงวัยเพียงหนึ่งเดียวที่อยู่ท่ามกลางต้นไม้และชายป่า
.
ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนมืดมิดเพียงลำพังอย่างแน่นอน...
.
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
.
แต่แล้วก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ เพราะมีรถยนต์ขับเข้ามาบริเวณบ้านพัก
ซึ่งน่าจะเป็นอีกหลังที่จองไว้ถัดจากหลังที่ผมอยู่ไปไม่ไกล กลายเป็นว่า คืนนี้ ผมมีเพื่อนบ้านแล้ว ไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวของค่ำคืนนี้แล้ว
.
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองสำหรับเทศกาลปีใหม่ของผมเป็นไปด้วยความเรียบง่าย
.
มื้อเย็นเมนูเรียบง่าย บรรยากาศเรียบง่าย เครื่องดื่มเรียบง่าย หัวใจมักง่าย
.
บรรยากาศรอบๆ บ้านพักเต็มไปด้วยความเงียบและความมืด เนื่องจากบริเวณที่พัก รายล้อมไปด้วยต้นไม้สูง
.
มีเพียงเสียงเพลงเบาๆ จากบ้านพักอีกหลังและเสียงดนตรีกีตาร์ร็อกบัลลาดจากลำโพงตัวน้อยๆ ของผม
.
ที่เอาไว้เปิดคลอเบาๆ ให้เข้ากับบรรยากาศและต้องไม่รบกวนผู้อื่นในเวลาเดียวกันนั้นด้วย
.
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
.
เครื่องดื่มหมดไปหลายขวดแล้ว ผมนั่งคิดอะไรไปเรื่อยในขณะที่แหงนมองดาวบนท้องฟ้าตรงที่นั่งตรงระเบียงด้านหลังของบ้านพัก
.
กะว่าจะนั่งดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ ฟังดนตรีเพราะๆ แบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนเลยเที่ยงคืนถึงจะเข้านอน
.
นั่งคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ ในชีวิต ทั้งเรื่องที่ผ่านมา เรื่องที่กำลังดำเนินอยู่ และเรื่องที่วางแผนไว้ในอนาคต
.
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
.
สำหรับความตั้งใจของผมในปี 2569
.
.
1. ตั้งใจจะรักษาวินัยในการออกกำลังกายไว้ให้ดีดังเดิม เหมือนเช่นที่เคยเป็นมาหลายปี
.
2. ตั้งใจจะปล่อยวางความคิดให้ได้มากขึ้น เรื่องไหนไม่มีประโยชน์จะสนใจให้น้อยและทิ้งไปให้เร็ว
.
3. ตั้งใจจะอ่านหนังสือให้ได้มากขึ้น จากที่ปัจจุบันยังไม่มากอย่างที่หวังไว้ เพราะด้วยภาระงาน หน้าที่ และความรับผิดชอบที่มากมายซะเหลือเกิน
.
4. ตั้งใจว่าจะเลิกถอนผมหงอก หนวดหงอก เคราหงอก เพราะมันเยอะขึ้นมากจนเริ่มจะถอนไม่ไหว และอีกอย่าง หนวดหงอก เคราหงอก
ถอนแต่ละทีมีน้ำตาไหล เจ็บเหมือนเวลาโดนผู้หญิงปฏิเสธประมาณนั้นเลย
.
5. ตั้งใจว่าจะเข้านอนไม่เกินเที่ยงคืน อันนี้ตั้งใจมาหลายปี แต่ก็ยังทำไม่ค่อยได้สักเท่าใดนัก
แต่ปีนี้ตั้งใจจะทำให้ดีขึ้น เพราะอายุมากขึ้น เป็นห่วงสุขภาพตัวเอง
ยังอยากแข็งแรงไปนานๆ เพราะบนโลกใบนี้ยังมีสิ่งที่อยากทำอีกตั้งมากมาย
.
6. ตั้งใจว่าจะดื่มให้น้อยลง ปีที่ผ่านมา รู้ตัวว่าจัดหนักไปมาก แต่จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามหรือความโชคดีอะไรก็ว่ากันไป
ผลตรวจสุขภาพประจำปียังถือว่าดีมากเหมือนปีที่ผ่านๆ มา แต่ก็นั่นแหละ
จากนี้ไปอาจไม่โชดดีเหมือนที่ผ่านๆ มาก็ได้ ลงมือทำตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า เพื่อความไม่ประมาท อายุก็มากขึ้นแล้ว
.
7. ตั้งใจว่าจะฝึกทำอาหารเมนูที่มันยากขึ้นหน่อย ไม่ใช่ทำเป็นอยู่แค่ ไข่ต้ม ไข่เจียว ไข่ดาว ผัดกระเพรา
.
8. ตั้งใจว่าจะขับรถด้วยความเร็วไม่เกินที่กฎหมายกำหนด
.
9. ตั้งใจว่าจะซื้อเค้กให้ตัวเองในวันครบรอบวันคล้ายวันเกิดในทุกๆ ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปีนี้แหละ เนื่องจากไม่ได้ทำมานานมากแล้ว
ครั้งสุดท้ายที่เป่าเค้กวัน เกิดคือจำไม่ได้แล้ว
.
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คืนนั้นผมเข้านอนเกือบตีสองได้มั้ง เครื่องดื่มหมดไปเยอะอยู่แต่ก็ไม่ได้ขาดสติหรือหมดสภาพอะไร
.
เอนนอนบนเตียงนอนนุ่มๆ เปิดม่านตรงระเบียงเหลือไว้เพียงกระจกใส
.
มองดูท้องฟ้าในคืนเดือนมืดที่แสนจะมืดมิด มีเพียงแค่แสงระยิบระยับจากดวงดาวจำนวนมหาศาลกระจายเต็มท้องฟ้า
.
เสียงนกกลางคืนยังมีให้ได้ยินเป็นระยะ ก่อนที่จะหลับฝันดีในวันอีกวันของปีใหม่ 2569
.
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
.
ผมตื่นนอนตอนตีห้า ซึ่งเป็นเวลาตื่นนอนปกติของผมอยู่แล้ว จะดื่มหนักหรือนอนดึกแค่ไหนก็ตื่นเวลานี้
.
จัดการต้มน้ำร้อนสำหรับกาแฟแก้วแรกของวัน พร้อมกับมื้อเช้ารองท้องง่ายๆ เป็นขนมปังโฮลวีตเปล่าๆ แผ่นใหญ่จำนวน 3 แผ่น
.
จิบกาแฟรอดูแสงแรกของวันที่จะสาดส่องเข้ามายังระเบียงด้านหลังบ้านพัก ตรงจุดที่ผมนั่งดูดาวเมื่อคืน
.
--------------------------------------------------------------------------------------------
^^ การเดินทางของ หมาแก่
เริ่มต้นปี 2569 ผมมีวันหยุดพักผ่อนในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่อยู่ไม่กี่วัน
.
ถึงแม้ในทางปฏิบัติแล้ว ผมจะไม่ได้หยุดแบบคืนข้ามปีหรือแบบส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ (เรียกได้ว่าทำงานข้ามปีเลยดีกว่า)
.
อย่างเป็นทางการอย่างถูกต้องตรงตามทฤษฎีของวันหยุดเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
.
ในแบบที่คนทั่วไปได้หยุดกัน เนื่องจากมีหน้าที่และภารกิจ ที่ต้องปฏิบัติในที่ทำงานตามบทบาทและหน้าที่ที่ได้รับมอบมายโดยตำแหน่ง
.
พูดง่ายๆ ก็คือ ไปทำงานตามปกตินั่นแหละ (แล้วจะพูดให้ยาวไปทำไม)
.
เพราะด้วยหน้าที่และลักษณะงานที่ทำอยู่ จึงไม่สามารถหยุดตรงตามทฤษฎีแบบนั้นได้
.
ประกอบกับในหน่วยงานมีสัดส่วนของพนักงานวัยหนุ่มสาวค่อนข้างมาก มันจึงต้องมีผู้เสียสละสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป
.
ซึ่งสำหรับกรณีนี้ สาวๆ ในที่ทำงานหลายคนบอกผมว่า
.
.
ดูในความรู้ไปทุกเรื่องและคำพูดคำจาของสาวๆ ที่นี่สิครับ ...
.
.
แต่เอาเถอะ จะว่าไปที่สาวๆ เค้าพูดก็มีส่วนถูกอยู่บ้าง เพราะส่วนใหญ่แล้วเทศกาลใหญ่ๆ ประจำปีอย่าง ปีใหม่ หรือเทศกาลสงกรานต์ อะไรทำนองนี้
.
ผมก็มักจะไปหยุดพักผ่อนหลังจากที่ผู้คนกลับมาทำงานกันแล้ว เป็นแบบนี้มาช้านานตั้งแต่เริ่มต้นจบทำงานใหม่ๆ โน่นเลย
.
เป็นรูปแบบชีวิตที่สวนทางกับผู้คนหมู่มากอยู่เล็กน้อย
.
ดังนั้นช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ที่ผ่านมา จึงเป็นช่วงเวลาที่ผม ตรากตรำทำงานข้ามปีเป็นที่เรียบร้อยโดยสมบูรณ์ในหน้าที่
.
ถึงเวลาหยุดพักผ่อนของผมแล้วทีนี้ จะไปไหนดี
.
นั่นคือโจทย์ที่จะมานั่งคิดหลังเลิกงานของเย็นหลังวันขึ้นปีใหม่ 2569 ที่พึ่งผ่านเข้ามาหมาดๆ นี่เอง
.
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
.
การเตรียมรถยนต์ของผมก็ไม่มีอะไรมาก เพราะเป็นสิ่งที่ปฏิบัติเป็นประจำสม่ำเสมออยู่แล้ว
.
อุปกรณ์ต่างๆ ก็เก็บอยู่ในกล่องเตรียมพร้อมเสมออยู่แล้วหลังจากกลับการเดินทางในแต่ละครั้ง
.
ก็คงแค่ตรวจเช็คซ้ำเล็กๆ น้อยๆ ทั้งรถและสัมภาระ ตามรูปแบบการเตรียมตัวที่ปฏิบัติแบบนี้เสมอมา
.
รถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อเก่าๆ ที่อายุ 20 กว่าปี ยังคงไว้ใจได้อยู่ (จะว่าไป ของอายุขนาดนี้ คงเข้าเกณฑ์ของย้อนยุคไปแล้วล่ะมั้ง)
.
ก็ตรวจเช็คทั่วไป แบตเตอรี่ ระบบไฟส่องสว่างของรถยนต์ ระบบจ่ายไฟให้อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ล้อและยาง
.
ยางอะไหล่ ระบบขับเคลื่อนหน้า-หลัง ระบบปรับอากาศ ระบบไฟฟ้ารถยนต์ทั้งหมด
.
ผมใช้เวลาค่ำคืนก่อนวันเดินทางในโรงรถ ตรวจเช็คสิ่งเหล่านี้แหละ เปิดเพลงไป จิบวิสกี้ไป ตรวจเช็ครถไป
.
อะไรมันจะสุขขนาดนั้น ก็สุขจริงๆ นะครับ ลองดูกันได้
.
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
.
ผมจัดการจองที่พักล่วงหน้า เป็นบ้านพักที่มีอยู่ไม่กี่หลังและไม่เคยพักที่นี่มาก่อน สภาพจริงของบ้านพักเลยไม่รู้
.
แต่ก็ตัดสินใจจองไป ถ้าหน้างานไม่ถูกใจก็หาที่ใหม่ ก็แค่นั้น
.
ไปถึงบ้านพักบ่ายแก่ๆ เป็นบ้านพักบนเชิงเขาเล็กๆ แห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากถนนหลัก
.
บรรยากาศพอได้ ตอนไปถึงดูเงียบๆ เล็กน้อย บรรยากาศทั่วไปดูเหมือนจะดีในตอนนี้
.
แต่จากประสปการณ์ในการเดินทางมามากมาย ทำให้รู้ว่าคงจะเงียบและมืดมิดในยามวิกาลเป็นแน่
.
เพราะรายล้อมด้วยต้นไม้ฉบับป่าเต็งรังบนเชิงเขาเล็กๆ
.
มีบ้านสวนของชาวบ้านอยู่เบื้องล่างๆ ไกลออกไป พอให้มองเห็น
.
แม่บ้านที่มาเปิดห้องพักเปิดแอร์ให้ผม บอกกับผมว่า คืนนี้มีจองไว้อยู่ 2 หลัง
.
คือหลังที่ผมจองและอีกหลังอยู่ถัดออกไปไม่ไกล แต่หลังนั้นยังไม่มาเช็คอิน
.
และถ้าหากอีกหลังไม่มาหรือยกเลิกการจอง เท่ากับว่าคืนนี้ผมจะเป็นนักเดินทางเพียงคนเดียว
.
ท่ามกลางหมู่ดาวในค่ำคืนนี้ ที่จะใช้ชีวิตตามแนวชายป่าในราตรีกาลเพียงลำพังอย่างแน่แท้
.
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
.
เจ้าของบ้านพักเดินมาต้อนรับทักทายอย่างเป็นกันเองพร้อมทั้งกล่าวขอบคุณที่เลือกมาพักที่นี่
.
พร้อมทั้งกล่าวว่าแม่บ้านพึ่งทำความสะอาดห้องเสร็จไม่นาน
.
เพราะก่อนหน้านี้มีลูกค้ามาพักเต็มทุกหลังเพราะเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งลูกค้าจะจองเยอะ
.
แต่ด้วยที่มีแม่บ้านเพียงคนเดียวเลยหนักหน่อย แต่ถ้าไม่ใช่เทศกาลหรือหลังเทศกาลไปแล้ว
.
ก็จะไม่ค่อยมีลูกค้ามาพักสักเท่าใดนัก ซึ่งนั่นก็ทำให้ครัวหรือห้องอาหารสำหรับบริการลูกค้าที่มาพัก
.
ที่เคยเปิดให้บริการก่อนหน้านี้ จำเป็นต้องปิดตัวไปไม่นานนี้เอง เพราะจำนวนคนใช้บริการไม่เยอะพอที่จะจ้างแม่ครัวและพนักงานบริการ
.
หากลูกค้าต้องการอาหารหรือเครื่องดื่มต้องขับรถออกไปซื้อเองที่ร้านสะดวกซื้อซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 4 กิโลเมตร
แต่เรื่องเสบียงสำหรับผมไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลเท่าไหร่ เพราะโดยทั่วไปทุกการเดินทางจะไกลหรือใกล้
.
ผมจะเตรียมเสบียงและเครื่องดื่มติดรถไปด้วยอย่างเพียงพอเสมอ
.
เพราะฉะนั้นแล้วสำหรับค่ำคืนนี้ ตัดปัญหาเรื่องมื้อเย็นไปได้
.
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
.
ผมจัดการขนสัมภาระและเสบียงเข้าห้องพักเรียบร้อยเปิดแอร์เย็นฉ่ำ ยืนมองดูต้นไม้กลางป่าผ่านห้องกระจก
.
นานๆ จะมีนกป่าบินผ่านมาตรงระเบียงห้องพักให้เห็น กิจกรรมวันนี้คงไม่ได้ไปไหน
.
กะว่าช่วงก่อนหมดแสงสุดท้ายของวัน คงเดินดูวิวป่าเชิงเขาแถวนี้ รอบๆ บ้านพักนี่แหละ
.
แล้วก็คงเข้าห้องเตรียมฉลองวันขึ้นปีใหม่อย่างเป็นทางการ (ของผม)
.
ถึงแม้วันขึ้นปีใหม่จริงๆ จะผ่านมาแล้วไม่กี่วันก่อนก็ตาม แต่เอาน่า สุขได้เหมือนกันนั่นแหละ จะสุขหรือทุกข์มันอยู่ที่ใจ (ว่าไปนั่น)
.
ขณะเดินสำรวจพื้นที่โดยรอบและกำลังคิดว่า คืนนี้เราคงจะได้เป็นบุรุษสูงวัยเพียงหนึ่งเดียวที่อยู่ท่ามกลางต้นไม้และชายป่า
.
ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนมืดมิดเพียงลำพังอย่างแน่นอน...
.
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
.
แต่แล้วก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ เพราะมีรถยนต์ขับเข้ามาบริเวณบ้านพัก
ซึ่งน่าจะเป็นอีกหลังที่จองไว้ถัดจากหลังที่ผมอยู่ไปไม่ไกล กลายเป็นว่า คืนนี้ ผมมีเพื่อนบ้านแล้ว ไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวของค่ำคืนนี้แล้ว
.
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองสำหรับเทศกาลปีใหม่ของผมเป็นไปด้วยความเรียบง่าย
.
มื้อเย็นเมนูเรียบง่าย บรรยากาศเรียบง่าย เครื่องดื่มเรียบง่าย หัวใจมักง่าย
.
บรรยากาศรอบๆ บ้านพักเต็มไปด้วยความเงียบและความมืด เนื่องจากบริเวณที่พัก รายล้อมไปด้วยต้นไม้สูง
.
มีเพียงเสียงเพลงเบาๆ จากบ้านพักอีกหลังและเสียงดนตรีกีตาร์ร็อกบัลลาดจากลำโพงตัวน้อยๆ ของผม
.
ที่เอาไว้เปิดคลอเบาๆ ให้เข้ากับบรรยากาศและต้องไม่รบกวนผู้อื่นในเวลาเดียวกันนั้นด้วย
.
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
.
เครื่องดื่มหมดไปหลายขวดแล้ว ผมนั่งคิดอะไรไปเรื่อยในขณะที่แหงนมองดาวบนท้องฟ้าตรงที่นั่งตรงระเบียงด้านหลังของบ้านพัก
.
กะว่าจะนั่งดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ ฟังดนตรีเพราะๆ แบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนเลยเที่ยงคืนถึงจะเข้านอน
.
นั่งคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ ในชีวิต ทั้งเรื่องที่ผ่านมา เรื่องที่กำลังดำเนินอยู่ และเรื่องที่วางแผนไว้ในอนาคต
.
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
.
สำหรับความตั้งใจของผมในปี 2569
.
.
1. ตั้งใจจะรักษาวินัยในการออกกำลังกายไว้ให้ดีดังเดิม เหมือนเช่นที่เคยเป็นมาหลายปี
ถอนแต่ละทีมีน้ำตาไหล เจ็บเหมือนเวลาโดนผู้หญิงปฏิเสธประมาณนั้นเลย
แต่ปีนี้ตั้งใจจะทำให้ดีขึ้น เพราะอายุมากขึ้น เป็นห่วงสุขภาพตัวเอง
ยังอยากแข็งแรงไปนานๆ เพราะบนโลกใบนี้ยังมีสิ่งที่อยากทำอีกตั้งมากมาย
ผลตรวจสุขภาพประจำปียังถือว่าดีมากเหมือนปีที่ผ่านๆ มา แต่ก็นั่นแหละ
จากนี้ไปอาจไม่โชดดีเหมือนที่ผ่านๆ มาก็ได้ ลงมือทำตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า เพื่อความไม่ประมาท อายุก็มากขึ้นแล้ว
ครั้งสุดท้ายที่เป่าเค้กวัน เกิดคือจำไม่ได้แล้ว
คืนนั้นผมเข้านอนเกือบตีสองได้มั้ง เครื่องดื่มหมดไปเยอะอยู่แต่ก็ไม่ได้ขาดสติหรือหมดสภาพอะไร
.
เอนนอนบนเตียงนอนนุ่มๆ เปิดม่านตรงระเบียงเหลือไว้เพียงกระจกใส
.
มองดูท้องฟ้าในคืนเดือนมืดที่แสนจะมืดมิด มีเพียงแค่แสงระยิบระยับจากดวงดาวจำนวนมหาศาลกระจายเต็มท้องฟ้า
.
เสียงนกกลางคืนยังมีให้ได้ยินเป็นระยะ ก่อนที่จะหลับฝันดีในวันอีกวันของปีใหม่ 2569
.
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
.
ผมตื่นนอนตอนตีห้า ซึ่งเป็นเวลาตื่นนอนปกติของผมอยู่แล้ว จะดื่มหนักหรือนอนดึกแค่ไหนก็ตื่นเวลานี้
.
จัดการต้มน้ำร้อนสำหรับกาแฟแก้วแรกของวัน พร้อมกับมื้อเช้ารองท้องง่ายๆ เป็นขนมปังโฮลวีตเปล่าๆ แผ่นใหญ่จำนวน 3 แผ่น
.
จิบกาแฟรอดูแสงแรกของวันที่จะสาดส่องเข้ามายังระเบียงด้านหลังบ้านพัก ตรงจุดที่ผมนั่งดูดาวเมื่อคืน
.
--------------------------------------------------------------------------------------------