สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาวพันทิปทุกคน! วันนี้ผมมีเรื่องเด็ดที่เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยเจอกับตัวมาแล้ว นั่นคือ "อาการแบตมือถือหมดไวแบบงงๆ" ครับ!
คือมันน่าหงุดหงิดเนอะ บางทีหยิบมือถือมาจะเล่นนิดหน่อย อ้าว! ทำไมแบตลดไปเยอะจังวะ หรือบางทีกำลังแชทเพลินๆ แบตก็ฮวบหายไปซะดื้อๆ ราวกับโดนผีดูดพลังงานเครื่องไปทั้งที่ไม่ได้ใช้งานหนักอะไรเลย!
อาการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญนะครับเพื่อนๆ มันมีสาเหตุแฝงที่คอยสูบแบตเตอรี่เครื่องเราไปแบบที่เราไม่รู้ตัวนี่แหละ ผมเลยรวบรวม 7 สาเหตุหลักๆ ที่มักจะเป็นตัวการร้ายมาฝาก พร้อมวิธีจัดการง่ายๆ ที่คุณทำตามได้ทันที รับรองว่าอ่านจบปุ๊บ แบตมือถือคุณจะอึดขึ้นเยอะแน่นอนครับ!
มาดูกันเลยครับว่ามีอะไรบ้าง!
1. หน้าจอของเรานี่แหละตัวดูดพลังงานเบอร์หนึ่ง!
ใช่ครับ! หน้าจอที่สว่างจ้าหรือการตั้งเวลาพักหน้าจอที่นานเกินไปคือตัวการสำคัญเลย ยิ่งหน้าจอสว่างมากเท่าไหร่ หรือยิ่งเปิดค้างไว้นานเท่าไหร่ แบตก็ยิ่งลดฮวบเท่านั้นแหละครับ
วิธีแก้ เข้าไปตั้งค่าความสว่างหน้าจอให้เหมาะสม ไม่ต้องสว่างจ้าตลอดเวลา และตั้งเวลาพักหน้าจอให้สั้นลง เช่น 15-30 วินาทีก็พอแล้วครับ ใช้จอ OLED ก็ใช้ Dark Mode ช่วยประหยัดแบตได้อีกทางด้วยนะ
2. แอปพลิเคชันในเบื้องหลัง (Background Apps) ตัวการแอบกินบุฟเฟต์แบต!
หลายๆ แอปที่เราไม่ได้เปิดใช้งานอยู่ มันก็ยังแอบทำงานอยู่เบื้องหลังเพื่ออัปเดตข้อมูล หรือเตรียมพร้อมทำงานทันทีที่เราเปิดไงครับ เปรียบเหมือนมันแอบกินบุฟเฟต์แบตเราไปเรื่อยๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว
วิธีแก้ เข้าไปที่การตั้งค่า > แบตเตอรี่ (หรือ Battery Usage) เพื่อดูว่าแอปไหนใช้แบตเยอะที่สุด แล้วเข้าไปปิดการทำงานเบื้องหลังของแอปที่ไม่จำเป็นออกไปบ้างครับ
3. GPS และบริการระบุตำแหน่ง (Location Services) แอบตามติดชีวิตจนแบตหมด!
แอปแผนที่, แอปฟิตเนส, หรือแม้แต่แอปโซเชียลบางตัว มันชอบเรียกใช้ GPS และบริการระบุตำแหน่งของเราอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ข้อมูลที่แม่นยำขึ้น แต่แลกมาด้วยการสูบแบตไปแบบไม่ปรานีเลยครับ
วิธีแก้ เข้าไปที่การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัว (Privacy) > บริการระบุตำแหน่ง (Location Services) แล้วตั้งค่าให้แอปใช้ตำแหน่งแค่ "ขณะใช้แอป" หรือปิดไปเลยสำหรับแอปที่ไม่จำเป็นครับ
4. การแจ้งเตือนเยอะเกินไป (Push Notifications) เด้งทีแบตกระตุกที!
ทุกครั้งที่มีการแจ้งเตือนเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นข้อความ, ไลน์, อีเมล หรือการแจ้งเตือนจากแอปต่างๆ หน้าจอเราก็จะติดขึ้นมา หรือเครื่องก็จะสั่นใช่ไหมครับ? การแจ้งเตือนพวกนี้แหละครับที่สะสมพลังงานที่ถูกใช้ไปเรื่อยๆ
วิธีแก้ เข้าไปที่การตั้งค่า > การแจ้งเตือน (Notifications) แล้วปิดการแจ้งเตือนของแอปที่ไม่จำเป็นออกไปบ้าง เลือกเฉพาะที่สำคัญจริงๆ เท่านั้นครับ
5. ซอฟต์แวร์และแอปที่ไม่ได้อัปเดต (Outdated Software/Apps) เหมือนใช้ของเก่าแต่หวังพลังงานใหม่!
ซอฟต์แวร์เก่าๆ หรือแอปเวอร์ชันเก่าๆ มักจะมีการจัดการพลังงานที่ไม่มีประสิทธิภาพเท่าเวอร์ชันใหม่ๆ ครับ บางทีมันอาจจะมีบั๊กที่ทำให้เครื่องทำงานหนักเกินความจำเป็นโดยไม่รู้ตัวด้วยนะ
วิธีแก้ หมั่นอัปเดตระบบปฏิบัติการ (OS) และแอปพลิเคชันให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอครับ นักพัฒนาเค้าปรับปรุงประสิทธิภาพและแก้ไขบั๊กต่างๆ มาให้เราแล้ว
6. สัญญาณอ่อน หรือเครื่องกำลังพยายามหาสัญญาณ เหมือนวิ่งหามูลี่จนเหนื่อย!
เวลาเราอยู่ในที่ที่สัญญาณมือถืออ่อนมากๆ หรือในลิฟต์ใต้ดิน มือถือของเราจะพยายามทำงานหนักขึ้นเพื่อจับสัญญาณให้ได้ตลอดเวลาครับ เหมือนมันกำลังวิ่งหามูลี่กลางทะเลทรายเลย แบตก็เลยหมดไวกว่าปกติ
วิธีแก้ ถ้าอยู่ในที่ที่สัญญาณแย่มากๆ แล้วยังไม่จำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ ลองเปิดโหมดเครื่องบิน (Airplane Mode) ดูครับ จะช่วยประหยัดแบตได้เยอะเลย
7. แบตเตอรี่เก่า เสื่อมสภาพตามกาลเวลา (Aging Battery) ถึงเวลาต้องปล่อยวาง!
สุดท้ายนี้ เป็นเรื่องธรรมชาติของแบตเตอรี่ครับ ที่เมื่อใช้งานไปนานๆ มันก็จะเสื่อมสภาพลงเรื่อยๆ เก็บประจุได้น้อยลง และจ่ายไฟได้ไม่เสถียรเหมือนตอนใหม่ๆ
วิธีแก้ ลองเช็กสุขภาพแบตเตอรี่ในเครื่องดูครับ (สำหรับ iPhone เข้าไปที่ การตั้งค่า > แบตเตอรี่ > สุขภาพแบตเตอรี่ หรือ Android อาจจะมีในแอปเฉพาะของแต่ละแบรนด์) ถ้าสุขภาพแบตลดลงไปมากแล้ว (ต่ำกว่า 80%) ก็ถึงเวลาที่ต้องพิจารณาเปลี่ยนแบตเตอรี่ก้อนใหม่แล้วครับ เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น
เป็นไงบ้างครับกับ 7 สาเหตุหลักๆ ที่ผมรวบรวมมาให้ ลองเอาไปเช็กดูเครื่องของตัวเองกันนะครับว่าเข้าข่ายข้อไหนบ้าง ผมเชื่อว่าถ้าคุณได้ลองปรับตามคำแนะนำเหล่านี้ แบตมือถือของคุณจะกลับมาอึดขึ้น ใช้ได้ยาวนานขึ้น ไม่ต้องพกพาวเวอร์แบงค์จนเมื่อยมืออีกต่อไปแน่นอนครับ!
หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ ถ้ามีคำถามหรืออยากแชร์ทริคอื่นๆ ก็คอมเมนต์บอกกันได้เลยนะครับ!
แล้วเจอกันใหม่กระทู้หน้าครับ!
เฮ้ย! แบตมือถือหมดเร็วผิดปกติปะวะ? มาดูกัน 7 สาเหตุแฝงที่แอบดูดพลังงานเครื่องเราไปแบบไม่รู้ตัว!
คือมันน่าหงุดหงิดเนอะ บางทีหยิบมือถือมาจะเล่นนิดหน่อย อ้าว! ทำไมแบตลดไปเยอะจังวะ หรือบางทีกำลังแชทเพลินๆ แบตก็ฮวบหายไปซะดื้อๆ ราวกับโดนผีดูดพลังงานเครื่องไปทั้งที่ไม่ได้ใช้งานหนักอะไรเลย!
อาการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญนะครับเพื่อนๆ มันมีสาเหตุแฝงที่คอยสูบแบตเตอรี่เครื่องเราไปแบบที่เราไม่รู้ตัวนี่แหละ ผมเลยรวบรวม 7 สาเหตุหลักๆ ที่มักจะเป็นตัวการร้ายมาฝาก พร้อมวิธีจัดการง่ายๆ ที่คุณทำตามได้ทันที รับรองว่าอ่านจบปุ๊บ แบตมือถือคุณจะอึดขึ้นเยอะแน่นอนครับ!
มาดูกันเลยครับว่ามีอะไรบ้าง!
1. หน้าจอของเรานี่แหละตัวดูดพลังงานเบอร์หนึ่ง!
ใช่ครับ! หน้าจอที่สว่างจ้าหรือการตั้งเวลาพักหน้าจอที่นานเกินไปคือตัวการสำคัญเลย ยิ่งหน้าจอสว่างมากเท่าไหร่ หรือยิ่งเปิดค้างไว้นานเท่าไหร่ แบตก็ยิ่งลดฮวบเท่านั้นแหละครับ
วิธีแก้ เข้าไปตั้งค่าความสว่างหน้าจอให้เหมาะสม ไม่ต้องสว่างจ้าตลอดเวลา และตั้งเวลาพักหน้าจอให้สั้นลง เช่น 15-30 วินาทีก็พอแล้วครับ ใช้จอ OLED ก็ใช้ Dark Mode ช่วยประหยัดแบตได้อีกทางด้วยนะ
2. แอปพลิเคชันในเบื้องหลัง (Background Apps) ตัวการแอบกินบุฟเฟต์แบต!
หลายๆ แอปที่เราไม่ได้เปิดใช้งานอยู่ มันก็ยังแอบทำงานอยู่เบื้องหลังเพื่ออัปเดตข้อมูล หรือเตรียมพร้อมทำงานทันทีที่เราเปิดไงครับ เปรียบเหมือนมันแอบกินบุฟเฟต์แบตเราไปเรื่อยๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว
วิธีแก้ เข้าไปที่การตั้งค่า > แบตเตอรี่ (หรือ Battery Usage) เพื่อดูว่าแอปไหนใช้แบตเยอะที่สุด แล้วเข้าไปปิดการทำงานเบื้องหลังของแอปที่ไม่จำเป็นออกไปบ้างครับ
3. GPS และบริการระบุตำแหน่ง (Location Services) แอบตามติดชีวิตจนแบตหมด!
แอปแผนที่, แอปฟิตเนส, หรือแม้แต่แอปโซเชียลบางตัว มันชอบเรียกใช้ GPS และบริการระบุตำแหน่งของเราอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ข้อมูลที่แม่นยำขึ้น แต่แลกมาด้วยการสูบแบตไปแบบไม่ปรานีเลยครับ
วิธีแก้ เข้าไปที่การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัว (Privacy) > บริการระบุตำแหน่ง (Location Services) แล้วตั้งค่าให้แอปใช้ตำแหน่งแค่ "ขณะใช้แอป" หรือปิดไปเลยสำหรับแอปที่ไม่จำเป็นครับ
4. การแจ้งเตือนเยอะเกินไป (Push Notifications) เด้งทีแบตกระตุกที!
ทุกครั้งที่มีการแจ้งเตือนเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นข้อความ, ไลน์, อีเมล หรือการแจ้งเตือนจากแอปต่างๆ หน้าจอเราก็จะติดขึ้นมา หรือเครื่องก็จะสั่นใช่ไหมครับ? การแจ้งเตือนพวกนี้แหละครับที่สะสมพลังงานที่ถูกใช้ไปเรื่อยๆ
วิธีแก้ เข้าไปที่การตั้งค่า > การแจ้งเตือน (Notifications) แล้วปิดการแจ้งเตือนของแอปที่ไม่จำเป็นออกไปบ้าง เลือกเฉพาะที่สำคัญจริงๆ เท่านั้นครับ
5. ซอฟต์แวร์และแอปที่ไม่ได้อัปเดต (Outdated Software/Apps) เหมือนใช้ของเก่าแต่หวังพลังงานใหม่!
ซอฟต์แวร์เก่าๆ หรือแอปเวอร์ชันเก่าๆ มักจะมีการจัดการพลังงานที่ไม่มีประสิทธิภาพเท่าเวอร์ชันใหม่ๆ ครับ บางทีมันอาจจะมีบั๊กที่ทำให้เครื่องทำงานหนักเกินความจำเป็นโดยไม่รู้ตัวด้วยนะ
วิธีแก้ หมั่นอัปเดตระบบปฏิบัติการ (OS) และแอปพลิเคชันให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอครับ นักพัฒนาเค้าปรับปรุงประสิทธิภาพและแก้ไขบั๊กต่างๆ มาให้เราแล้ว
6. สัญญาณอ่อน หรือเครื่องกำลังพยายามหาสัญญาณ เหมือนวิ่งหามูลี่จนเหนื่อย!
เวลาเราอยู่ในที่ที่สัญญาณมือถืออ่อนมากๆ หรือในลิฟต์ใต้ดิน มือถือของเราจะพยายามทำงานหนักขึ้นเพื่อจับสัญญาณให้ได้ตลอดเวลาครับ เหมือนมันกำลังวิ่งหามูลี่กลางทะเลทรายเลย แบตก็เลยหมดไวกว่าปกติ
วิธีแก้ ถ้าอยู่ในที่ที่สัญญาณแย่มากๆ แล้วยังไม่จำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ ลองเปิดโหมดเครื่องบิน (Airplane Mode) ดูครับ จะช่วยประหยัดแบตได้เยอะเลย
7. แบตเตอรี่เก่า เสื่อมสภาพตามกาลเวลา (Aging Battery) ถึงเวลาต้องปล่อยวาง!
สุดท้ายนี้ เป็นเรื่องธรรมชาติของแบตเตอรี่ครับ ที่เมื่อใช้งานไปนานๆ มันก็จะเสื่อมสภาพลงเรื่อยๆ เก็บประจุได้น้อยลง และจ่ายไฟได้ไม่เสถียรเหมือนตอนใหม่ๆ
วิธีแก้ ลองเช็กสุขภาพแบตเตอรี่ในเครื่องดูครับ (สำหรับ iPhone เข้าไปที่ การตั้งค่า > แบตเตอรี่ > สุขภาพแบตเตอรี่ หรือ Android อาจจะมีในแอปเฉพาะของแต่ละแบรนด์) ถ้าสุขภาพแบตลดลงไปมากแล้ว (ต่ำกว่า 80%) ก็ถึงเวลาที่ต้องพิจารณาเปลี่ยนแบตเตอรี่ก้อนใหม่แล้วครับ เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น
เป็นไงบ้างครับกับ 7 สาเหตุหลักๆ ที่ผมรวบรวมมาให้ ลองเอาไปเช็กดูเครื่องของตัวเองกันนะครับว่าเข้าข่ายข้อไหนบ้าง ผมเชื่อว่าถ้าคุณได้ลองปรับตามคำแนะนำเหล่านี้ แบตมือถือของคุณจะกลับมาอึดขึ้น ใช้ได้ยาวนานขึ้น ไม่ต้องพกพาวเวอร์แบงค์จนเมื่อยมืออีกต่อไปแน่นอนครับ!
หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ ถ้ามีคำถามหรืออยากแชร์ทริคอื่นๆ ก็คอมเมนต์บอกกันได้เลยนะครับ!
แล้วเจอกันใหม่กระทู้หน้าครับ!