มีนิทานอยากจะเล่าให้ฟังเพราะบอกกับใครก็ไม่กล้า
เรามีปมด้อยจากการเป็นกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง 1 ข้าง ไม่มาก แต่พอเห็นว่ามันไม่เท่ากันเราหมดความมั่นใจ คอดสักวันจะทำงานเก็บเงินแก้ไขในสิ่งที่ไม่มั่นใจ จนวันนึงเราทำงานเก็บเงินได้ 25000 กับการทำตาครั้งแรก เปิดหัวตาแก้กล้ามเนื้อตา ราคา 23000 แล้วเป็นคลินิกดัง เราติดตามนานมากจนได้ทำกับหมอ ผลสุดท้ายตาปรือเหมือนเดิม แต่ชั้นตาใกล้เคียงกัน ถ้าไม่สังเกตุ จะไม่เห็นความต่าง แต่ด้วยความที่ตามันยังดูปรือง่วง หัวตาที่เพิ่มก็ไม่เปิดแถมหมอเย็บแผลกรีดแผลแปลกๆ สุดท้ายเราเลยหาที่แก้ คลินิกเดิมชดใช้ค่าเสียหายด้วยการโอนเงินคืนรับผิดชอบ แต่ถามว่าคุ้มไหม ไม่เลย เพราะงานแก้ตา ราคาแรงมากก เราดิ่งเป็นปีๆ ไม่กล้าสบตาใคร จนมาเจอคลินิกแห่งนึง ชลบุรี ราคาของทีมแพทย์ มีหมอมาคุม มันน่าเชื่อถือ แล้วดูละเอียด เราตัดสินใจแก้ ในราคา 18900 เพราะเป็นเงินก้อนสุดท้ายของเราแล้ว แล้วอยู่ห้องผ่าตัด 10 ชั่วโมงในการทำตาเจ็บระบมสุดๆ ยาชาเอาแทบไม่อยู่ เราอดทนเพราะอยากให้จบสักที แต่ผลสรุปแก้มา ตาโตข้างเดียว อีกข้างปรือมาก มันยิ่งเห็นความแตกต่างชัดว่าตาไม่เท่ากัน จากเดิมที มีความต่างแต่ไม่ชัดเท่ากับแก้รอบนี้ อาการเหมือนโดนค้อนปอนมาตีซ้ำๆอีกรอบ เราร้องไห้ ดิ่งมากก ดิ่งสุด ทางคลินิกยอมแก้ให้ เราเดินทางไกลนั่งรถ 4-5 ต่อไปกลับ เพื่อจะได้แก้ 1 ข้างที่ยังปรือ เรามองดูเราก็รู้ว่ากล้ามเนื้อตายังอ่อนแรง แต่หมอบอกเป็นที่แผลเป็นรั้งเป็นที่แผล เราขอหมอว่าปรับกล้ามเนื้อตาได้ไหม หมอบอกตาเปิดแล้วแต่ที่ปรือเพราะแผล สุดท้ายแก้รอบ3 ข้างเดียว ปรือเหมือนเดิม ไม่หายไม่ต่างจากเดิมเลยสักนิด กลายเป็นจากคนที่ไม่กล้าสบตาใคร ยิ่งไม่มองใครเลย จิตตก ดิ่ง ดิ่งจริงๆ แล้วเงินเราหมดทุกอย่างไม่มีเงินที่จะแก้ ไม่รู้จะเอายังไงต่อ รู้สึกแค่ว่า รู้งี้ไม่น่าแก้แต่แรก ยอมตาปรือ2ข้างดีกว่า ตอนนี้เราทำได้แค่ พยายามขยี้ตาที่โต เผื่อมันจะปรือตกมาบ้าง 🥹🥹🥹
เคยมีใครศัลยกรรมผิดพลาดซ้ำๆไหมค่ะ จนไม่มีความมั่นใจ แล้วคิดสั้นดิ่งบ่อยๆ มาแชร์กันหน่อยค่ะ 🥹🙏
เรามีปมด้อยจากการเป็นกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง 1 ข้าง ไม่มาก แต่พอเห็นว่ามันไม่เท่ากันเราหมดความมั่นใจ คอดสักวันจะทำงานเก็บเงินแก้ไขในสิ่งที่ไม่มั่นใจ จนวันนึงเราทำงานเก็บเงินได้ 25000 กับการทำตาครั้งแรก เปิดหัวตาแก้กล้ามเนื้อตา ราคา 23000 แล้วเป็นคลินิกดัง เราติดตามนานมากจนได้ทำกับหมอ ผลสุดท้ายตาปรือเหมือนเดิม แต่ชั้นตาใกล้เคียงกัน ถ้าไม่สังเกตุ จะไม่เห็นความต่าง แต่ด้วยความที่ตามันยังดูปรือง่วง หัวตาที่เพิ่มก็ไม่เปิดแถมหมอเย็บแผลกรีดแผลแปลกๆ สุดท้ายเราเลยหาที่แก้ คลินิกเดิมชดใช้ค่าเสียหายด้วยการโอนเงินคืนรับผิดชอบ แต่ถามว่าคุ้มไหม ไม่เลย เพราะงานแก้ตา ราคาแรงมากก เราดิ่งเป็นปีๆ ไม่กล้าสบตาใคร จนมาเจอคลินิกแห่งนึง ชลบุรี ราคาของทีมแพทย์ มีหมอมาคุม มันน่าเชื่อถือ แล้วดูละเอียด เราตัดสินใจแก้ ในราคา 18900 เพราะเป็นเงินก้อนสุดท้ายของเราแล้ว แล้วอยู่ห้องผ่าตัด 10 ชั่วโมงในการทำตาเจ็บระบมสุดๆ ยาชาเอาแทบไม่อยู่ เราอดทนเพราะอยากให้จบสักที แต่ผลสรุปแก้มา ตาโตข้างเดียว อีกข้างปรือมาก มันยิ่งเห็นความแตกต่างชัดว่าตาไม่เท่ากัน จากเดิมที มีความต่างแต่ไม่ชัดเท่ากับแก้รอบนี้ อาการเหมือนโดนค้อนปอนมาตีซ้ำๆอีกรอบ เราร้องไห้ ดิ่งมากก ดิ่งสุด ทางคลินิกยอมแก้ให้ เราเดินทางไกลนั่งรถ 4-5 ต่อไปกลับ เพื่อจะได้แก้ 1 ข้างที่ยังปรือ เรามองดูเราก็รู้ว่ากล้ามเนื้อตายังอ่อนแรง แต่หมอบอกเป็นที่แผลเป็นรั้งเป็นที่แผล เราขอหมอว่าปรับกล้ามเนื้อตาได้ไหม หมอบอกตาเปิดแล้วแต่ที่ปรือเพราะแผล สุดท้ายแก้รอบ3 ข้างเดียว ปรือเหมือนเดิม ไม่หายไม่ต่างจากเดิมเลยสักนิด กลายเป็นจากคนที่ไม่กล้าสบตาใคร ยิ่งไม่มองใครเลย จิตตก ดิ่ง ดิ่งจริงๆ แล้วเงินเราหมดทุกอย่างไม่มีเงินที่จะแก้ ไม่รู้จะเอายังไงต่อ รู้สึกแค่ว่า รู้งี้ไม่น่าแก้แต่แรก ยอมตาปรือ2ข้างดีกว่า ตอนนี้เราทำได้แค่ พยายามขยี้ตาที่โต เผื่อมันจะปรือตกมาบ้าง 🥹🥹🥹