น้ำมันโลกร่วง แต่ทำไมปั๊มไทยยังแพง? เจาะกลไก "กองทุนน้ำมัน" ปมปัญหาที่ซ่อนอยู่หลังราคาหน้าปั๊ม

INFO: น้ำมันโลกร่วง แต่ทำไมปั๊มไทยยังแพง? เจาะกลไก "กองทุนน้ำมัน" ปมปัญหาที่ซ่อนอยู่หลังราคาหน้าปั๊ม 🛢️



.
หลายคนคงเคยสงสัยเวลาเปิดข่าวเศรษฐกิจโลกแล้วเจอพาดหัวว่า "ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกดิ่งเหว" แต่พอไปเติมน้ำมันที่ปั๊มใกล้บ้าน ราคากลับแทบไม่ขยับ...
.
ทำไมราคาน้ำมันไทยถึงตามโลกไม่ทัน? วันนี้ Nation STORY จะพาไปไขปมนี้กันแบบเข้าใจง่ายๆ
.
🔵[ย้อนรอย 4 จังหวะ: โลกลด แต่ไทยอืด]
ลองมาดูไทม์ไลน์กันตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จะเห็นว่าจังหวะราคาโลกกับราคาไทยมันไม่ค่อยจะไปด้วยกันสักเท่าไหร่
.
จังหวะที่ 1 (25 พ.ค.) พอข่าวดีเรื่องสันติภาพเริ่มมา ราคาน้ำมันดิบโลกร่วงแรงเกือบ 5% ทันที แต่ราคาหน้าปั๊มไทยขยับลงไปไม่ถึง 1 บาทด้วยซ้ำ
.
จังหวะที่ 2 (กลาง มิ.ย.) ตลาดโลกยังลงต่อเนื่องจนแตะจุดต่ำสุดในรอบหลายเดือน แต่กว่าไทยจะขยับตาม ก็ต้องรอถึงวันที่ 19 มิ.ย. และลดแค่ 1.3-1.5 บาทต่อลิตรเท่านั้น
.
จังหวะที่ 3 (7-8 ก.ค.) จนความกดดันไปตกอยู่ที่รัฐบาล นายกฯ ต้องสั่งการตรงให้กระทรวงพลังงานเข้ามาจัดการ ราคาถึงจะลดฮวบ 2.5 บาทต่อลิตรในวันที่ 8 ก.ค.
.
จังหวะที่ 4 ตลกร้ายคือ วันเดียวกับที่ไทยเพิ่งประกาศลดราคา อิหร่านดันก่อเหตุยิงเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซพอดี ทำให้ราคาน้ำมันโลกกระตุกขึ้นทันที 1.5% แทบไม่ทันข้ามคืน
.
🔵[ตัวเลขไม่โกหก: โลกกลับที่เดิม แต่ไทยยังค้างอยู่]
ถ้าลองเทียบกับราคาก่อนสงครามเริ่มต้น (27 ก.พ.) ... ภาพจะชัดขึ้นเยอะ
.
วันที่ 3 ก.ค. ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลงจากช่วงก่อนสงครามไปแล้ว -0.93% (อยู่ที่ 71.80 ดอลลาร์/บาร์เรล) แต่ราคาแก๊สโซฮอล์ 95 ของไทยกลับสวนทาง สูงกว่าเดิมถึง +22.58% (37.45 บาท/ลิตร)
.
แม้แต่วันนี้ (8 ก.ค.) หลังลดราคาตามคำสั่งรัฐบาลแล้ว ราคาแก๊สโซฮอล์ 95 บ้านเรายังสูงกว่าช่วงก่อนสงครามถึง +14.37% (34.94 บาท/ลิตร) ขณะที่ราคาน้ำมันโลกขยับขึ้นจากฐานเดิมไปที่ +5.11% (76.19 ดอลลาร์/บาร์เรล)
.
คำถามคือ... ส่วนต่างตรงนี้มันหายไปไหน?
.
🔵[ไขปริศนา: อะไรทำให้ราคาไทย "อืด" ขนาดนี้]
คำตอบไม่ใช่แค่เรื่องผู้ค้าเก็งกำไรอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่ "กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง" กับโครงสร้างภาษีของไทย
.
กลไกกันชนของกองทุนน้ำมัน: ช่วงสงครามที่ราคาโลกพุ่งแรง รัฐบาลไม่ปล่อยให้ราคาหน้าปั๊มพุ่งตามจริง แต่ใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ เข้าไปอุดหนุนแบกรับภาระแทนประชาชน จนกองทุนติดลบไปไม่น้อย
.
ช่วงเวลาทวงหนี้คืน: พอสถานการณ์คลี่คลายและราคาน้ำมันโลกร่วงลง รัฐก็ยังลดราคาหน้าปั๊มทันทีไม่ได้ เพราะต้องใช้จังหวะน้ำมันถูกนี้ในการเก็บเงินเข้ากองทุนคืน เพื่อใช้หนี้และเตรียมพร้อมรับมือวิกฤตครั้งต่อไป ราคาไทยเลยดู "อืด" กว่าโลก
.
ภาษีและค่าการตลาด: นอกจากนี้ ราคาขายปลีกไทยยังมีภาษีสรรพสามิต ภาษีท้องถิ่น และค่าการตลาดของปั๊มรวมอยู่ด้วย ทำให้ราคาปรับตัวช้ากว่าตลาดโลกเสมอ
.
🔵[น้ำมันลด = เงินหมุนเวียนคืนสู่เศรษฐกิจฐานราก]
แต่พอรัฐบาลจัดการให้ราคาลดลงได้จริง (เฉลี่ย 2.5 บาทต่อลิตรในรอบล่าสุด) ผลที่ตามมาต่อเศรษฐกิจนั้นใหญ่ไม่น้อยเลย
.
ยอดเติม "ดีเซล" วันละ 87.5 ล้านลิตร ลดลง -2.56 บาทต่อลิตร ช่วยให้ผู้ประกอบการประหยัดต้นทุนได้ถึง 225 ล้านบาทต่อวัน
.
ยอดเติม "เบนซิน/แก๊สโซฮอล์" วันละ 31.7 ล้านลิตร ลดลง -2.51 บาทต่อลิตร ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าคนไทยเพิ่มอีก 78-79 ล้านบาทต่อวัน
.
รวมกันแล้ว เงินที่คนไทยประหยัดได้ทะลุ 303 ล้านบาทต่อวัน!
.
เงินก้อนนี้เหมือนเอฟเฟกต์โดมิโนที่ไหลไปถึงเศรษฐกิจฐานราก ทุกๆ 100 บาทที่ประหยัดจากค่าน้ำมัน อาจกลายเป็น
.
🍚 มื้ออาหารที่อิ่มขึ้นของครอบครัว
🎒 ค่าขนมเพิ่มให้ลูกไปโรงเรียน
💰 เงินทุนหมุนเวียนให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย
💡 เงินไปจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟที่ค้างอยู่
.
ชวนคิดทิ้งท้าย...
ความล่าช้าของราคาน้ำมันไทยอาจมีเหตุผลเชิงโครงสร้างจากภาระของกองทุนน้ำมันฯ ในอดีต แต่ในยามที่เศรษฐกิจต้องการแรงกระตุ้น ปฏิเสธไม่ได้ว่า "ราคาน้ำมันที่เป็นธรรมและปรับตัวไวขึ้น" คือหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญที่จะช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานรากได้จริง
.
แล้วคุณล่ะ คิดว่ารัฐบาลควรเร่งปรับโครงสร้างราคาน้ำมันให้ไวกว่านี้ หรือควรรักษาเสถียรภาพกองทุนน้ำมันไว้ก่อนเพื่อรับมือวิกฤตในอนาคต? มาแชร์ความเห็นกันด้านล่างนี้เลย

https://www.facebook.com/share/1HH8tbkEXq/

.
#ราคาน้ำมัน #กองทุนน้ำมัน #น้ำมันแพง #เศรษฐกิจไทย #ราคาน้ำมันโลก #NationSTORY

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่