JJNY : ร้านข้าวแกงโอด น้ำมันลงแต่ต้นทุนยังสูง│ปชน.วาง 2 ฉากทัศน์ศาลรธน.│'รักชนก'จี้ สปส.│ปชน.จี้ตร.ปมจนท.ใช้ความรุนแรง

ร้านข้าวแกงโอด น้ำมันลงเกือบ3บาท แต่ต้นทุนวัตถุดิบยังสูง วอนแก้ราคาสินค้าต้นทาง
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10315176
.

.
ร้านข้าวแกงโอด น้ำมันลงเกือบ3บาท แต่ต้นทุนวัตถุดิบยังสูง วอนแก้ราคาสินค้าต้นทาง หากลดต้นทุนได้จริง ผู้ประกอบการก็พร้อมลดราคาตาม
.
วันที่ 8 ก.ค.69 ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ ร้านข้าวแกงสมใจ สาขา 2 ในตำบลหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ภายหลังมีการประกาศปรับลดราคาน้ำมันครั้งใหญ่ มีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. ที่ผ่านมา น้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ ปรับลดลง 2.51 บาทต่อลิตร
.
น้ำมันดีเซลทุกชนิด ปรับลดลง 2.56 บาทต่อลิตร ส่งผลให้หลายฝ่ายจับตา ว่า ผู้ประกอบการร้านอาหารจะมีการปรับลดราคาสินค้าตามต้นทุนที่ลดลงหรือไม่ โดยพบว่า มีประชาชนทยอยเข้ามารับประทานอาหารอย่างต่อเนื่อง และยังคงจำหน่ายอาหารในราคาเดิม
.
นายปิยะพงษ์ มิตรสัมพันธ์ อายุ 40 ปี เจ้าของร้านข้าวแกงสมใจ สาขา 2 เปิดเผยว่า “การปรับลดราคาน้ำมัน ถือเป็นเรื่องที่ดีเพราะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการได้บางส่วน แต่ในขณะนี้ ทางร้านยังไม่มีการปรับลดราคาข้าวแกง เนื่องจากตลอดช่วงที่ผ่านมา ราคาน้ำมันและต้นทุนต่าง ๆ ปรับตัวสูงขึ้น
.
ทางร้านพยายามแบกรับภาระไว้เองโดยไม่ได้ปรับขึ้นราคา และได้มีการชี้แจงให้ลูกค้าทราบมาโดยตลอด ซึ่งล่าสุด แม้ราคาน้ำมันจะปรับลดลงเกือบ 3 บาทต่อลิตร แต่ยังไม่มั่นใจได้ว่าจะทรงตัวไปต่อเนื่อง หรือจะกลับมาปรับราคาขึ้นอีก ทางร้านจึงขอตรึงราคาข้าวแกงไว้ก่อน หากในอนาคตราคาน้ำมันลดลงอย่างต่อเนื่อง รวมถึง ต้นทุนวัตถุดิบต่างๆ ปรับราคาลดลง ก็พร้อมพิจารณาปรับราคาลง เพื่อช่วยลดภาระให้กับประชาชนที่มาอุดหนุนที่ร้าน
.
นอกจากนี้ ยังอยากให้ภาครัฐ เร่งดูแลและควบคุมราคาสินค้าต้นทาง ทั้งก๊าซหุงต้ม เนื้อหมู ผัก น้ำมันพืช น้ำตาล และวัตถุดิบที่จำเป็นในการประกอบอาหาร เพราะต้นทุนเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดราคาขาย หากสามารถลดต้นทุนได้จริง ผู้ประกอบการก็พร้อมลดราคาตาม
.
ซึ่งปัจจุบัน ทางร้านจำหน่ายข้าวแกง 2 อย่าง ราคา 50 บาท ส่วนเมนูพิเศษราคา 60 บาท โดยยังให้ปริมาณอาหารที่คุ้มค่าและไม่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค ถ้ารัฐบาลให้เร่งแก้ปัญหาราคาสินค้าต้นทางได้ ทำให้ราคาสินค้าต้นทุนลดลง ปลายทางก็จะสามารถปรับลดราคาตามได้เอง”
.
ด้านลูกค้าร้านข้าวแกงรายหนึ่ง กล่าวว่า เข้าใจถึงต้นทุนของร้านข้าวแกง เพราะการประกอบอาหารมีค่าใช้จ่ายหลายด้าน ไม่ได้มีเพียงค่าน้ำมันเพียงอย่างเดียว หากต้องการให้ร้านอาหารลดราคา วัตถุดิบต่างๆ ที่ใช้ประกอบอาหารก็ควรปรับลดราคาลงก่อน ซึ่งมองว่า การแก้ไขปัญหาค่าครองชีพควรเป็นการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบของภาครัฐ เพื่อให้ทั้งผู้ประกอบการและประชาชนได้รับประโยชน์ร่วมกัน
.

.
ปชน. วาง 2 ฉากทัศน์ ศาลรธน.วินิจฉัยพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน ชี้หากรุนแรงสุด นายกฯ ควรลาออก https://www.matichon.co.th/politics/news_5796862
.
‘ปชน.’ วาง 2 ฉากทัศน์ศาล รธน.วินิจฉัย พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน ชี้ หากรุนแรงสุด ‘นายกฯ’ ควรยุบสภา-ลาออก ด้าน ‘วีระยุทธ’ หวั่นเกิดแร้งทึ้งชิงใช้เงินส่วนเปลี่ยนผ่านพลังงาน หากพ.ร.ก.ผ่าน หลังพบไร้โรดแมพ ขณะที่ ‘ณัฐพงษ์’ จี้ ‘อนุทิน’ ทบทวนตัวเองหลังเรทติ้งตก-สั่งประเมิน KPI ครม.
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 กรกฎาคม ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายวีระยุทธ กาญจนชูฉัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุมในวันที่ 9 กรกฎาคม เพื่อลงมติวินิจฉัยคำร้องที่ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการที่รัฐบาลออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่
.
โดย น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า วันที่ 9 กรกฎาคมนี้จะเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยเรื่องดังกล่าว ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญในการออก พ.ร.ก.หรือไม่ ซึ่งเราวางฉากทัศน์ที่จะเกิดขึ้นไว้ 2 ฉากทัศน์ใหญ่และ 2 ฉากทัศน์ย่อยคือ 1.พ.ร.ก.ผ่านทั้งฉบับ และ 2.พ.ร.ก.ไม่ผ่าน ซึ่งหาก พ.ร.ก.ไม่ผ่านทั้งฉบับ จะนำไปสู่ความยุ่งยากต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น เนื่องจาก 2 แสนล้านบาทแรกมีการอนุมัติและเบิกจ่ายไปเรียบร้อยแล้วกับโครงการไทยช่วยไทยพลัส และการเติมเงินเข้ากองทุนประชารัฐที่ยังขาดอยู่ ซึ่งน่าจะสร้างความยุ่งยากให้กับรัฐบาลในการที่จะหาแหล่งเงินใหม่เข้ามาทดแทน
.
น.ส.ศิริกัญญากล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม แม้จะบอกว่า พ.ร.ก.ไม่ผ่าน แต่อาจจะไม่ผ่านเฉพาะ 2 แสนล้านบาทหลัง ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต โดยในส่วน 2 แสนล้านหลังนั้น ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ไม่กระทบกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังส่อที่จะปั้นโครงการต่างๆ ยัดไส้และใช้วิกฤตของประชาชนมาบังหน้าพ่วงไปกับการช่วยเหลือเยียวยาที่ประชาชนจะได้รับใน 2 แสนล้านแรกอีกด้วย
.
ด้าน นายวีระยุทธกล่าวว่า ในฐานะที่ตนอยู่ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามตรวจสอบ พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นกลไกเดียวที่รัฐสภาตั้งมา และได้มีการพูดคุยกับหน่วยงานต่างๆ ก็ยิ่งพบว่าน่ากังวลมากเป็นพิเศษยิ่งกว่าเดิม เพราะการใช้การเงิน 2 แสนล้านบาทหลัง ในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน กลับไม่มีการตั้งเงื่อนไขหรือไม่มีโรดแมพว่าจะเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศด้วยเป้าหมายอะไร ลดพลังงานการใช้ฟอสซิลเท่าไหร่ ในระยะเวลาเท่าไหร่ โครงการใหญ่จะเป็นอย่างไร อีกทั้งยังไม่มีการตั้งเงื่อนไขมูลค่าขั้นต่ำด้วยซ้ำ ทำให้เสี่ยงเกิดเบี้ยหัวแตก มีการยัดไส้หรือสอดไส้โครงการต่างๆ เข้ามา ไม่รู้ว่าจะนำพาประเทศไทยไปสู่ทิศทางใด
.
นายวีระยุทธกล่าวต่อว่า เมื่อมีการออกเป็น พ.ร.ก.เงินกู้ แต่มีเงื่อนไขผูกมัดตัวเองว่าก็ต้องรีบใช้เงินภายในเดือนธันวาคมปี 2570 เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานครั้งใหญ่ จึงมีความกังวลว่าจะเกิดการแร้งทึ้งเข้ามาแย่งชิงการใช้เงิน โครงการนี้จะเกิดประสิทธิภาพในการใช้เงินเปลี่ยนผ่านพลังงานมากน้อยแค่ไหน และนี่เป็นเงินกู้ก้อนสำคัญที่จะทำให้เราติดเพดานหนี้สาธารณะ หากใช้ไม่มีประสิทธิภาพก็จะเสี่ยงเงินจะหมด และไม่เกิดการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างที่ตั้งใจ เราจึงยื่นไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ และคิดว่าการใช้เงินก้อนนี้เป็นปัญหาจริงๆ โดยเราจะรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 9 กรกฎาคม และเรียกร้องความรับผิดชอบต่อรัฐบาล ในกรณีที่เกิดความเสียหายขึ้น
.
เมื่อถามว่า หากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาในทางลบการเรียกร้องตามสัดส่วนที่เหมาะสมให้รัฐบาลรับผิดชอบคืออะไร นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ในช่วงรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาเราจะเห็นนายกรัฐมนตรีออกมาพูดชัด ว่าจะต้องมีการประเมินผลการทำงานของรัฐมนตรีใน ครม. ถ้าใครผลงานไม่เข้าเป้าปรับเปลี่ยนตำแหน่งแน่นอน ตนขอถามว่าเรื่องผลงานไม่เข้าเป้าก็ส่วนหนึ่ง แต่การทำผลงานที่ผิดพลาด หากเกิดกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าการออก พ.ร.ก.ของรัฐบาลไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ต้องเป็นโทษที่ร้ายแรงมากกว่าผลงานไม่เข้าเป้าหรือไม่ ซึ่งต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะออกมาเป็นฉากทัศน์ใด
.
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า เรายืนยันในหลักรับผิดรับชอบทางการเมืองต้องได้สัดส่วนตอบความเสียหาย ตอนนี้เรายังไม่เห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นเพราะยังไม่รู้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคประชาชนพร้อมจะแสดงท่าทีมากมากยิ่งขึ้นหลังจากมีคำวินิจฉัย และตนไม่อยากให้โฟกัสเฉพาะเรื่อง พ.ร.ก.เพียงอย่างเดียว ยังมีอีกหลายเรื่องที่ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล ทั้งการทุจริตสอบท้องถิ่น ปัญหายาเสพติด ฮั้วส.ว. ป.ป.ช. และการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลไม่ได้แสดงความจริงใจเลย ว่าตกลงแล้วที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกมาให้ความเห็นชัดเจนแล้วว่าสามารถมี สสร.ที่มาจากการเลือกตั้ง โดยตรงจากประชาชนได้แต่กลับมีข้ออ้างว่าเสนอไปอาจถูกปัดตก ติดขัดเอาหัวชนฝาทำให้ไม่ผ่าน
.
แบบนี้เป็นข้ออ้างที่ทำให้เห็นว่ารัฐบาลขาดความจริงใจ ประชาชนก็สะท้อนออกมายังผลโพลล่าสุดที่ความนิยมในตัวนายกรัฐมนตรีตกลง ดังนั้นถ้าจะถามว่าข้อเรียกร้องว่ารัฐบาลต้องรับผิดชอบอย่างไรคนที่ควรจะต้องตอบก็คือตัวนายกฯ เพราะเป็นคนพูดออกจากปากเองว่าพร้อมที่จะประเมินผลงาน ครม. และพร้อมที่จะปรับ ครม. ในเมื่อประชาชนประเมินท่านแล้วสะท้อนผลโพลว่าการทำงานไม่ผ่าน ต้องถามว่านายกฯ จะทบทวนและปรับปรุงตัวเองอย่างไร” นายณัฐพงษ์กล่าว
.
ต่อข้อถามว่า หาก พ.ร.ก.ไม่ผ่านความรับผิดชอบสูงสุด นายกฯจะต้องถึงขั้นต้องยุบสภาหรือลาออกใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ถ้าเป็นฉากทัศน์ที่ร้ายแรงที่สุดและเกิดความเสียหายกับการใช้จ่ายเงินของรัฐที่บางส่วนใช้จ่ายไปแล้ว เอากลับคืนมาไม่ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รัฐบาลเองต้องรับผิดชอบ ตามที่ได้สัดส่วนถึงขั้นลาออก ก็อาจจะเป็นสิ่งที่ควรต้องทำที่ความเสียหายเกิดขึ้นถึงขั้นนั้น แต่ต้องรอดูคำวินิจฉัย
.
เมื่อถามว่า พรรคประชาชนได้มีการประเมินผลงานของรัฐมนตรีหรือไม่ว่ามีกระทรวงไหนที่ไม่เข้าเป้า นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ปัญหาที่ประชาชนไม่เชื่อมั่นรัฐบาล ไม่ได้เป็นปัญหาที่กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่รากเง้าของมันคือที่มาของอำนาจที่ไม่ถูกต้อง เช่นกรณีฮั้วส.ว. หรือการทุจริตคอร์รัปชั่นที่ไม่ได้พัวพันเฉพาะราชการแต่ยังมาถึงนักการเมืองด้วย ดังนั้น หากจะให้ประเมินหรือให้คำตอบชัดๆ รัฐบาลชุดนี้ขาดความชอบธรรมในการเข้าสู่อำนาจตั้งแต่แรกจึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะผลักดันอย่างเต็มที่ ใช้เสียงของสภา และเสียงภายนอกสภา กดดันรัฐบาลอย่างเต็มที่ที่สุด
.

.
เหลือแค่ 7 วัน 'รักชนก' จี้ สปส. แจ้งนายจ้าง-ผู้ประกันตน รีบลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
https://www.khaosod.co.th/politics/news_10315054
.
เหลือแค่ 7 วัน ‘รักชนก’ จี้ สปส. แจ้งนายจ้าง-ผู้ประกันตน รีบลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ชี้ยอดยังไม่ถึงครึ่ง ลั่นของบประชาสัมพันธ์ไปละลายทิ้งที่ไหน วอนบริษัทให้พนักงานลาครึ่งวันไปใช้สิทธิ์
.
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 8 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนแถลงข่าวว่า ขอเรียกร้องต่อสำนักงานประกันสังคม นายจ้างที่มีลูกจ้างจำนวนมาก ที่อาจจะยังไม่ได้ให้ความร่วมมือในการลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในครั้งนี้ ประเด็นแรกสำนักงานประกันสังคม มีการทำตารางแจ้งว่า มีผู้ลงทะเบียนเท่าไหร่ ซึ่ง ณ วันนี้เหลือเวลาแค่ 1 สัปดาห์สุดท้ายในการลงทะเบียนเลือกตั้งประกันสังคม
.
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า ฝั่งผู้ประกันตนลงทะเบียนแล้ว 750,000 ราย จากผู้ประกันตนทั้งหมดประมาณ 10,000,000 ราย ขณะที่นายจ้างทั้งหมด 500,000 ราย ลงทะเบียนมาแค่ 6,000 รายเท่านั้น และในบางจังหวัด มีการจัดตั้งนายจ้างเพื่อมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งบประกันสังคม
.
น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า ประเด็นที่อยากเรียกร้องคือ สิ่งที่ประกันสังคมนำเสนอเป็นกราฟของผู้ที่มาใช้สิทธิ์ จะเห็นว่าประกันสังคมเลือกใช้กราฟบอกว่าตั้งแต่วันแรก ยอดสะสมมาเรื่อยๆ ตามหลักสถิติการนำเสนอกราฟแบบนี้ ตนมองว่าไร้ประโยชน์ ควรจะใช้เป็นรายวัน หรือรายสัปดาห์มากกว่า ว่าแต่ละสัปดาห์ตั้งแต่เปิดลงทะเบียนมา สัปดาห์ไหนมีคนมาลงทะเบียนเท่าไหร่ จะได้เห็นสัดส่วนความแตกต่าง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่