สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปที่น่ารักทุกคน ผมเชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยประสบปัญหาเดียวกันกับผม คือตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองยังไม่ได้นอนเลยใช่ไหมครับ? ลืมตามาก็อยากจะหลับต่อ ขยี้ตาแล้วขยี้ตาอีก สมองก็ยังตื้อๆ คิดอะไรไม่ค่อยออก พอไปถึงที่ทำงานหรือที่เรียนก็เหมือนซอมบี้รอเติมกาแฟแก้วแรกครับ
ผมน่ะเป็นคนขี้เกียจตัวจริงครับ ไม่ชอบความยุ่งยากอะไรเลย แต่ก็อยากตื่นมาแล้วรู้สึกสดชื่น มีพลัง สมองแล่นปรื๋อๆ เหมือนกินโด๊ปอะไรมาครับ แล้วผมก็ได้ค้นพบ "สูตรลับ" ที่ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย เหมาะกับคนขี้เกียจแบบเราๆ นี่แหละครับ รับรองว่าตื่นมาแล้วจะรู้สึกดีขึ้นแบบผิดหูผิดตาเลยครับ
หัวใจสำคัญของสูตรนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าคุณนอนไปกี่ชั่วโมงครับ แต่เป็น "คุณภาพ" ของการนอนต่างหาก! แล้วคุณภาพที่ว่ามันมาจากไหนน่ะเหรอครับ? มันคือการทำความเข้าใจ "วงจรการนอน" หรือ Sleep Cycle ของเรานี่แหละครับ
ร่างกายคนเราจะมีการนอนหลับเป็นวัฏจักรครับ โดยแต่ละวัฏจักรจะใช้เวลาประมาณ 90 นาที หรือ 1 ชั่วโมงครึ่งครับ ในแต่ละวัฏจักรก็จะมีช่วงหลับตื้น หลับลึก และหลับฝัน (REM Sleep) สลับกันไปครับ ถ้าเราตื่นในช่วงที่ร่างกายกำลังเข้าสู่ช่วงหลับตื้นพอดี หรือช่วงที่จบรอบวัฏจักรครับ เราจะรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ไม่มึนงงครับ แต่ถ้าเราดันไปตื่นกลางคันตอนที่กำลังหลับลึกๆ ล่ะก็... อันนั้นแหละครับคือหายนะของความงัวเงียอย่างแท้จริง!
ทีนี้มาถึงขั้นตอนสุดขี้เกียจแต่ได้ผลครับ
1. นับเวลาถอยหลัง (แบบคร่าวๆ)
ง่ายๆ เลยครับ ถ้าคุณอยากตื่น 7 โมงเช้า ลองนับเวลาถอยหลังไปทีละ 90 นาทีดูครับ
ตื่น 700 น. -> ควรหลับให้ครบวงจรตอน 530 น. (ตื่นหลัง 360 นาที) หรือ 400 น. (ตื่นหลัง 450 นาที) ครับ
แต่จริงๆ แล้ว ร่างกายคนเราใช้เวลาประมาณ 5-15 นาทีในการหลับครับ ดังนั้นถ้าคุณอยากตื่น 7 โมงเช้า ก็ลองตั้งเป้าเข้านอนให้ได้ประมาณ 2345 น. หรือ 0115 น. (ถ้าอยากนอนแค่ 4.5 หรือ 6 ชั่วโมง) ลองปรับให้ใกล้เคียง 90 นาที หรือ 180, 270, 360, 450 นาทีดูครับ ไม่ต้องเป๊ะมาก แค่กะๆ ให้มันใกล้เคียงที่สุดครับ เพราะแต่ละคนก็มีวงจรที่ไม่เหมือนกัน 100% ครับ
2. ความสม่ำเสมอ (แบบขี้เกียจๆ)
ถึงเราจะเป็นคนขี้เกียจ แต่ร่างกายเราชอบความสม่ำเสมอครับ! พยายามเข้านอนและตื่นนอนในเวลาที่ใกล้เคียงกันทุกวันครับ ไม่ต้องเป๊ะนาทีต่อนาทีครับ แค่ให้มันอยู่ในช่วงเวลาเดิมๆ มันจะช่วยให้ Biological Clock หรือนาฬิกาชีวิตของเราทำงานได้ดีขึ้นครับ วันหยุดอยากตื่นสายหน่อย ก็บวกไปอีก 90 นาทีครับ อย่าห่างจากเดิมมากเกินไป มันจะทำให้ร่างกายเราไม่ปั่นป่วนครับ
3. เตรียมตัวนอน (แบบ Minimalist)
อันนี้เหมาะกับคนขี้เกียจสุดๆ ครับ ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมากมายเลยครับ แค่
ลดแสงลง ซัก 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงก่อนนอนครับ ลองหรี่ไฟ หรือเปิดแค่โคมไฟสลัวๆ ครับ ร่างกายจะรู้เองว่าถึงเวลาพักผ่อนแล้วครับ
วางจอมือถือ/แท็บเล็ต อันนี้คือภารกิจที่ยากที่สุดสำหรับผมเลยครับ แต่ถ้าทำได้ซัก 15-30 นาทีก่อนนอน จะดีมากๆ เลยครับ แสงสีฟ้าจากจอจะไปรบกวนการผลิตเมลาโทนิน หรือฮอร์โมนการนอนของเราครับ
4. ตื่นอย่างมีศิลปะ (ไม่ใช่การต่อสู้)
พอใกล้เวลาตื่น สิ่งที่ผมลองทำแล้วเวิร์คมากๆ คือ
เปิดม่านรับแสงธรรมชาติ ถ้าห้องคุณรับแสงได้ดีนะครับ พอแสงเข้าตา ร่างกายจะเริ่มหยุดผลิตเมลาโทนิน และเริ่มปลุกเราอย่างเป็นธรรมชาติครับ
อย่ากด Snooze ครับ! อันนี้สำคัญมากครับ พอคุณตื่นตอนที่จบรอบวงจรการนอน ร่างกายมันพร้อมที่จะตื่นแล้วครับ การกด Snooze เป็นการพาตัวเองกลับไปหลับกลางวงจรใหม่ครับ พอถึงเวลาต้องตื่นจริงๆ จะยิ่งงัวเงียหนักกว่าเดิมครับ เชื่อผมครับ! ลุกเลยครับ!
จากใจคนขี้เกียจที่เคยนอนกลิ้งไปมาบนเตียงครึ่งชั่วโมงถึงจะลุกไปเข้าห้องน้ำได้ครับ มาวันนี้ผมตื่นมาสมองแล่น พร้อมลุยงานได้แบบไม่ต้องดื่มกาแฟแก้วแรกเร็วขนาดนั้นครับ ชีวิตดี๊ดีขึ้นเยอะเลยครับ
ลองเอาสูตรนี้ไปปรับใช้ดูนะครับ ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องเป๊ะทุกวินาที แค่ลองสังเกตตัวเองดูว่าวงจรการนอนของคุณเป็นยังไงครับ หวังว่าเพื่อนๆ ชาวพันทิปจะตื่นมาพร้อมความสดชื่น สมองแล่นปรื๋อๆ กันทุกคนนะครับ แล้วมาเล่าให้ฟังบ้างว่าลองแล้วเป็นยังไงกันบ้างครับ!
สูตรลับขั้นเทพ! นอนยังไงให้สมองแล่นปรื๋อ สดชื่นสุดๆ สไตล์คนขี้เกียจฉบับ Pantip ครับ
ผมน่ะเป็นคนขี้เกียจตัวจริงครับ ไม่ชอบความยุ่งยากอะไรเลย แต่ก็อยากตื่นมาแล้วรู้สึกสดชื่น มีพลัง สมองแล่นปรื๋อๆ เหมือนกินโด๊ปอะไรมาครับ แล้วผมก็ได้ค้นพบ "สูตรลับ" ที่ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย เหมาะกับคนขี้เกียจแบบเราๆ นี่แหละครับ รับรองว่าตื่นมาแล้วจะรู้สึกดีขึ้นแบบผิดหูผิดตาเลยครับ
หัวใจสำคัญของสูตรนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าคุณนอนไปกี่ชั่วโมงครับ แต่เป็น "คุณภาพ" ของการนอนต่างหาก! แล้วคุณภาพที่ว่ามันมาจากไหนน่ะเหรอครับ? มันคือการทำความเข้าใจ "วงจรการนอน" หรือ Sleep Cycle ของเรานี่แหละครับ
ร่างกายคนเราจะมีการนอนหลับเป็นวัฏจักรครับ โดยแต่ละวัฏจักรจะใช้เวลาประมาณ 90 นาที หรือ 1 ชั่วโมงครึ่งครับ ในแต่ละวัฏจักรก็จะมีช่วงหลับตื้น หลับลึก และหลับฝัน (REM Sleep) สลับกันไปครับ ถ้าเราตื่นในช่วงที่ร่างกายกำลังเข้าสู่ช่วงหลับตื้นพอดี หรือช่วงที่จบรอบวัฏจักรครับ เราจะรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ไม่มึนงงครับ แต่ถ้าเราดันไปตื่นกลางคันตอนที่กำลังหลับลึกๆ ล่ะก็... อันนั้นแหละครับคือหายนะของความงัวเงียอย่างแท้จริง!
ทีนี้มาถึงขั้นตอนสุดขี้เกียจแต่ได้ผลครับ
1. นับเวลาถอยหลัง (แบบคร่าวๆ)
ง่ายๆ เลยครับ ถ้าคุณอยากตื่น 7 โมงเช้า ลองนับเวลาถอยหลังไปทีละ 90 นาทีดูครับ
ตื่น 700 น. -> ควรหลับให้ครบวงจรตอน 530 น. (ตื่นหลัง 360 นาที) หรือ 400 น. (ตื่นหลัง 450 นาที) ครับ
แต่จริงๆ แล้ว ร่างกายคนเราใช้เวลาประมาณ 5-15 นาทีในการหลับครับ ดังนั้นถ้าคุณอยากตื่น 7 โมงเช้า ก็ลองตั้งเป้าเข้านอนให้ได้ประมาณ 2345 น. หรือ 0115 น. (ถ้าอยากนอนแค่ 4.5 หรือ 6 ชั่วโมง) ลองปรับให้ใกล้เคียง 90 นาที หรือ 180, 270, 360, 450 นาทีดูครับ ไม่ต้องเป๊ะมาก แค่กะๆ ให้มันใกล้เคียงที่สุดครับ เพราะแต่ละคนก็มีวงจรที่ไม่เหมือนกัน 100% ครับ
2. ความสม่ำเสมอ (แบบขี้เกียจๆ)
ถึงเราจะเป็นคนขี้เกียจ แต่ร่างกายเราชอบความสม่ำเสมอครับ! พยายามเข้านอนและตื่นนอนในเวลาที่ใกล้เคียงกันทุกวันครับ ไม่ต้องเป๊ะนาทีต่อนาทีครับ แค่ให้มันอยู่ในช่วงเวลาเดิมๆ มันจะช่วยให้ Biological Clock หรือนาฬิกาชีวิตของเราทำงานได้ดีขึ้นครับ วันหยุดอยากตื่นสายหน่อย ก็บวกไปอีก 90 นาทีครับ อย่าห่างจากเดิมมากเกินไป มันจะทำให้ร่างกายเราไม่ปั่นป่วนครับ
3. เตรียมตัวนอน (แบบ Minimalist)
อันนี้เหมาะกับคนขี้เกียจสุดๆ ครับ ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมากมายเลยครับ แค่
ลดแสงลง ซัก 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงก่อนนอนครับ ลองหรี่ไฟ หรือเปิดแค่โคมไฟสลัวๆ ครับ ร่างกายจะรู้เองว่าถึงเวลาพักผ่อนแล้วครับ
วางจอมือถือ/แท็บเล็ต อันนี้คือภารกิจที่ยากที่สุดสำหรับผมเลยครับ แต่ถ้าทำได้ซัก 15-30 นาทีก่อนนอน จะดีมากๆ เลยครับ แสงสีฟ้าจากจอจะไปรบกวนการผลิตเมลาโทนิน หรือฮอร์โมนการนอนของเราครับ
4. ตื่นอย่างมีศิลปะ (ไม่ใช่การต่อสู้)
พอใกล้เวลาตื่น สิ่งที่ผมลองทำแล้วเวิร์คมากๆ คือ
เปิดม่านรับแสงธรรมชาติ ถ้าห้องคุณรับแสงได้ดีนะครับ พอแสงเข้าตา ร่างกายจะเริ่มหยุดผลิตเมลาโทนิน และเริ่มปลุกเราอย่างเป็นธรรมชาติครับ
อย่ากด Snooze ครับ! อันนี้สำคัญมากครับ พอคุณตื่นตอนที่จบรอบวงจรการนอน ร่างกายมันพร้อมที่จะตื่นแล้วครับ การกด Snooze เป็นการพาตัวเองกลับไปหลับกลางวงจรใหม่ครับ พอถึงเวลาต้องตื่นจริงๆ จะยิ่งงัวเงียหนักกว่าเดิมครับ เชื่อผมครับ! ลุกเลยครับ!
จากใจคนขี้เกียจที่เคยนอนกลิ้งไปมาบนเตียงครึ่งชั่วโมงถึงจะลุกไปเข้าห้องน้ำได้ครับ มาวันนี้ผมตื่นมาสมองแล่น พร้อมลุยงานได้แบบไม่ต้องดื่มกาแฟแก้วแรกเร็วขนาดนั้นครับ ชีวิตดี๊ดีขึ้นเยอะเลยครับ
ลองเอาสูตรนี้ไปปรับใช้ดูนะครับ ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องเป๊ะทุกวินาที แค่ลองสังเกตตัวเองดูว่าวงจรการนอนของคุณเป็นยังไงครับ หวังว่าเพื่อนๆ ชาวพันทิปจะตื่นมาพร้อมความสดชื่น สมองแล่นปรื๋อๆ กันทุกคนนะครับ แล้วมาเล่าให้ฟังบ้างว่าลองแล้วเป็นยังไงกันบ้างครับ!