อันนี้เป็นกระทู้ของคนที่ลังเลว่าจะตัด หรือลองให้โอกาสเขาอีกสักหน่อยดี ?
คร่าวๆคือ เขาเกาะผมกิน แต่เขาก็ช่วยอย่างอื่นมามาก เราก็รักเขา แต่ก็แบกรับไม่ไหว พอไม่มีอิสระทางการเงิน พอจะใช้เงินแล้วมันไม่มี มันหันหน้าไปโทษที่เขาอย่างเดียวเลย
เกริ่นก่อนนะครับ
ผมกับแฟนคบกันมา 2 ปีแล้วครับ เริ่มคบตอนเรียนมหาลัยช่วงปี 3 เรียนคณะเดียวกัน ผมนิเทศน์สาขาภาพยนตร์ เขานิเทศน์การตลาด เรียนที่เชียงใหม่
ระหว่างคบตอนยังเรียนไม่จบ สถานการณ์ดีมาก
แฮปปี้ ต่างคนต่างมีที่บ้านช่วยส่งเงินให้ใช้อยู่บ้าง ผมก็มีงานทำเป็นช่วงๆ ฟรีแลนซ์
ฐานะบ้านผมดีกว่าเขาอยู่พอสมควร ทั้งพ่อและแม่ทำงาน พ่อมีธุรกิจส่วนตัว แม่ก็เป็นบัญชีให้พ่อ กลับกันทางบ้านแฟนผมยากจน พ่อเป็นช่างตัดผม แม่ไม่ได้ทำงาน เขามีน้องสาวด้วยอีกคน เขาอาศัยเงินส่งจากที่บ้านเขาครั้งคราว และเงิน กยศ.
แน่นอนว่าตอนคบกันผมออกเงินเป็นส่วนมาก ผมกับเขาไปฝึกงานที่กรุงเทพเขาก็ไม่ได้จ่ายค่าหอผม พ่อแม่ผมอาสาช่วยเขา หมั้นหมายให้เขาคบกับผมนานๆ เพราะเขารับตัวผมได้ เขาก็ช่วยอย่างอื่นดีมาก จัดการหลังบ้านอะไรต่างๆให้ผม เป็นคนที่เข้าใจผม เข้ากับผมได้ทุกเรื่อง Deeptalk ได้
(ผมพึ่งเรียนจบมาหมาดๆตอนปลายมีนา 69 พิมพ์กระทู้ตอนต้น กรกฎา 69)
พอเรียนจบตอนนี้ฝ่ายที่มีรายรับอย่างเดียวคือผม และก็ไม่ได้เยอะ ไม่พอกินด้วยซ้ำ ที่บ้านเขาไม่ส่งเงิน กยศ.ก็ไม่ส่งแล้ว ผมก็จำเป็นต้องกลับมาทำงานกับคอนเนคชั่นเก่าที่เชียงใหม่
ซึ่งสายงานเขาก็ดันมีแต่ที่กรุงเทพ เขาก็ไม่มีเงินเก็บที่จะแยกกันอยู่ เลยตามผมมา
ผมกลับมาที่เชียงใหม่ อยู่สันกำแพงเพราะหอในเมืองที่ใกล้งานมันแพง ผมก็ทำงานกับคอนเนคชั่นถูๆไถๆไป ที่บ้านผมก็เริ่มเดดไลน์ที่จะไม่ส่งเงินให้
เขาก็ไม่หางานสักที เขาเลือกงานทั้งที่งานไม่มีให้เลือก เขาเรียนการตลาดแต่เป็นอินโทรเวิร์ต คาดหวังสเกลและเรทกรุงเทพ ในเชียงใหม่ ใจเขาอยากจะทำแต่งานตรงสาย ว่างงานมา 3 เดือน CV,Resume ไม่ทำสักแผ่น
(งานเชียงใหม่จับฉ่ายมาก 12,000บาท แต่พ่วงหลายตำแหน่ง เขาพยายามเลี่ยงตลอด)
**จุดเสียของเขา พอคุยเรื่องที่ซีเรียสและเขาอยากจะใช้เวลา เรื่องแบบนี่กลับ Deep talk ไม่ได้ซะงั้น แต่ถ้าเราไปเร่งหรือบอกให้เขากระชับเขาจะไม่โอเคเลย เขาเข้าสังคมค่อนข้างยาก บางทีผมจะกลับหอ แต่มีอุปกรณ์ถ่ายหนังของทีมติดรถ จะแวะคืนและคุยแป๊บนึง เขาก็จะบอกให้เราไปส่งเขาที่หอก่อน ผมไม่มีอิสระกับการออกไปทำอะไรเล่นๆกับกลุ่มเพื่อนชาย เช่นเตะบอล ออกไปถ่ายรถ นั่งคาเฟ่กับเพื่อน หาคอนเนคชั่นฟรีๆ ถ้าออกไปแล้วไม่ได้เงิน มันจะไม่มีน้ำหนักกับเขาสักที ถ้าวันไหนผมทำงานมาทั้งวัน แล้ววันต่อมาผมจะออกไปฝึกถ่ายกับเพื่อนก็จะไม่มีน้ำหนักต่อรองทันที จะกลับห้องดึกเขาก็จะรอจะไม่นอน เหมือนเขาอยากให้ทั้งโลกเหลือแค่ผมกับเขา**
ตอนแรกผมก็ตะล่อมเขาให้เขาต้องจำใจหางานจริงจัง แบบซอฟมากๆ แต่น้ำหูน้ำตาเขาก็แตก
ทีนี้พอผมจะเริ่มลงทุนขายอาหาร ผมวางแผนไว้ว่าต่างคนต่างทำงาน แล้วเอางานนี้เป็นงานเสริม เขาก็จะมาแย่งทำ แล้วไม่หางานประจำทำแล้ว
ค่าใช้จ่ายต่อวันสูง เงินที่จะไปเปิดร้าน/ซื้ออุปกรณ์ทำลำพังก็ไม่มี ผมจะออกไปถ่ายงานทีนึง เขาไม่ได้ไปด้วย 1 วันก่อนไป ต้องซื้อของมาตุนไว้ให้เขากินตอนที่ผมไม่อยู่ห้อง มอไซก็มีของผมคันเดียว ผมก็ต้องเอารถยนต์ผมไป ออกหอทีก็เสียค่าน้ำมัน 2-3ร้อยบาท ขับไปทำงานในเมือง
เราก็เลยคุยหาทางออกกันว่า
เขาจะหางานประจำทำจริง แต่เขายื่นเงื่อนไขต้องย้ายหอเขาไปในเมืองก่อน(ถ้าไม่ย้ายผมก็ต้องส่งไปในเมือง ซึ่งผมกับแฟนพักอยู่ตั้งแยกหลุยส์ !)แน่นอน ถ้าไปหาหอใกล้เมือง ค่าหอก็แพงขึ้น คนที่จ่ายประกัน และต้นทุนการย้ายหอ ขนของ ก็ไม่พ้นผม..ถ้าถามว่าผมแยากย้ายมั้ย ก็อยากย้ายครับ แต่ต้องมีเงินก่อน
พอมันเริ่มมืด 8 ด้าน ความรู้สึกผมที่มีต่อเขามันก็ลดน้อยลงทุกที เสียอิสระทั้งเงินและสังคม
จนถามตัวเองว่าอยู่คนเดียวก่อนดีไหม จริงๆโหลยโท่ยน้อยกว่านี้ มีอนาคตกว่านี้ ผมก็ทิ้งง่ายๆมาแล้วในสถานะคนคุย แต่พอเป็นแฟนที่ตบกันมา 2 ปีมันเหมือนหาเหตุผลให้เขาอยู่รอดมาตลอดเลย งงอยู่ว่าทำของใส่ไหม
จริงๆผมมีคำตอบในใจและตอบได้แล้ว ว่าเลือกแบบไหนจะเกิดอะไรขึ้นต่อ
ถ้าแยกย้าย แล้วถ้าเขาไม่มีเงิน ก็แค่ให้เขากลับบ้านไปอยู่ที่ยโสธร หางบหาเงินไปตั้งต้นชีวิตใหม่เอง
แต่ถ้าอยู่ต่อก็ทำงานฝ่ายเดียวจนตาเหลือก ย้ายหอไปอยู่ในเมือง ทำงานเปิดร้านขายอาหารให้จบๆ คิดปลอบใจตัวเองว่ามีเงินคงมีอิสระเรื่องอื่นๆตามมาแหละ
ในใจตอนนี้ยังยินดีทำให้อยู่ ถึงจะบ่นและเกริ่นมาก็ตาม ความรู้สึกมันปนเปกัน
ถามว่าผมยังเหลือออะไร ให้ต้องตัดสินใจอีก ส่วนนึง ผมก็กลัวการปรับตัว ผมไม่ได้ตัวคนเดียวมา 2 ปี แล้วเราต้องกลับมาอยู่คนเดียวในช่วงที่หัวเลี้ยวหัวต่อหลังจากเรียนจบ เรื่องนี้ Deeptalk กับแฟนก็ยากพอสมควร ถ้าได้พูดคือบรรยากาศเปลี่ยนไปทั้งวัน แง้มมาแค่ว่า เธอหางานประจำดีไหม น้ำตาก็ไหลแล้ว ผมทนกับบรรยากาศที่ไม่ปกติได้ไม่นาน
อยากปรึกษาพี่ๆที่เคยตัดคนแบบนี้โดยไม่ต้องรอให้ถึงจุดเปลี่ยน จุดไหนที่มันรู้สึกว่าไม่เอาอะไรแล้ว ตัดแล้วเป็นยังไงบ้าง ทำใจยังไง ใช้ชีวิตยังไงต่อ
หรือคนที่ทนต่อ มันกู้ความรู้สึกมาได้เหมือนเดิมไหม หาจังหวะคุยยังไงดีครับ
ชีวิตหลังจากตัดคนรัก ที่เป็นภาระออกไป ความรู้สึกเป็นยังไงบ้างครับ ?
คร่าวๆคือ เขาเกาะผมกิน แต่เขาก็ช่วยอย่างอื่นมามาก เราก็รักเขา แต่ก็แบกรับไม่ไหว พอไม่มีอิสระทางการเงิน พอจะใช้เงินแล้วมันไม่มี มันหันหน้าไปโทษที่เขาอย่างเดียวเลย
เกริ่นก่อนนะครับ
ผมกับแฟนคบกันมา 2 ปีแล้วครับ เริ่มคบตอนเรียนมหาลัยช่วงปี 3 เรียนคณะเดียวกัน ผมนิเทศน์สาขาภาพยนตร์ เขานิเทศน์การตลาด เรียนที่เชียงใหม่
ระหว่างคบตอนยังเรียนไม่จบ สถานการณ์ดีมาก
แฮปปี้ ต่างคนต่างมีที่บ้านช่วยส่งเงินให้ใช้อยู่บ้าง ผมก็มีงานทำเป็นช่วงๆ ฟรีแลนซ์
ฐานะบ้านผมดีกว่าเขาอยู่พอสมควร ทั้งพ่อและแม่ทำงาน พ่อมีธุรกิจส่วนตัว แม่ก็เป็นบัญชีให้พ่อ กลับกันทางบ้านแฟนผมยากจน พ่อเป็นช่างตัดผม แม่ไม่ได้ทำงาน เขามีน้องสาวด้วยอีกคน เขาอาศัยเงินส่งจากที่บ้านเขาครั้งคราว และเงิน กยศ.
แน่นอนว่าตอนคบกันผมออกเงินเป็นส่วนมาก ผมกับเขาไปฝึกงานที่กรุงเทพเขาก็ไม่ได้จ่ายค่าหอผม พ่อแม่ผมอาสาช่วยเขา หมั้นหมายให้เขาคบกับผมนานๆ เพราะเขารับตัวผมได้ เขาก็ช่วยอย่างอื่นดีมาก จัดการหลังบ้านอะไรต่างๆให้ผม เป็นคนที่เข้าใจผม เข้ากับผมได้ทุกเรื่อง Deeptalk ได้
(ผมพึ่งเรียนจบมาหมาดๆตอนปลายมีนา 69 พิมพ์กระทู้ตอนต้น กรกฎา 69)
พอเรียนจบตอนนี้ฝ่ายที่มีรายรับอย่างเดียวคือผม และก็ไม่ได้เยอะ ไม่พอกินด้วยซ้ำ ที่บ้านเขาไม่ส่งเงิน กยศ.ก็ไม่ส่งแล้ว ผมก็จำเป็นต้องกลับมาทำงานกับคอนเนคชั่นเก่าที่เชียงใหม่
ซึ่งสายงานเขาก็ดันมีแต่ที่กรุงเทพ เขาก็ไม่มีเงินเก็บที่จะแยกกันอยู่ เลยตามผมมา
ผมกลับมาที่เชียงใหม่ อยู่สันกำแพงเพราะหอในเมืองที่ใกล้งานมันแพง ผมก็ทำงานกับคอนเนคชั่นถูๆไถๆไป ที่บ้านผมก็เริ่มเดดไลน์ที่จะไม่ส่งเงินให้
เขาก็ไม่หางานสักที เขาเลือกงานทั้งที่งานไม่มีให้เลือก เขาเรียนการตลาดแต่เป็นอินโทรเวิร์ต คาดหวังสเกลและเรทกรุงเทพ ในเชียงใหม่ ใจเขาอยากจะทำแต่งานตรงสาย ว่างงานมา 3 เดือน CV,Resume ไม่ทำสักแผ่น
(งานเชียงใหม่จับฉ่ายมาก 12,000บาท แต่พ่วงหลายตำแหน่ง เขาพยายามเลี่ยงตลอด)
**จุดเสียของเขา พอคุยเรื่องที่ซีเรียสและเขาอยากจะใช้เวลา เรื่องแบบนี่กลับ Deep talk ไม่ได้ซะงั้น แต่ถ้าเราไปเร่งหรือบอกให้เขากระชับเขาจะไม่โอเคเลย เขาเข้าสังคมค่อนข้างยาก บางทีผมจะกลับหอ แต่มีอุปกรณ์ถ่ายหนังของทีมติดรถ จะแวะคืนและคุยแป๊บนึง เขาก็จะบอกให้เราไปส่งเขาที่หอก่อน ผมไม่มีอิสระกับการออกไปทำอะไรเล่นๆกับกลุ่มเพื่อนชาย เช่นเตะบอล ออกไปถ่ายรถ นั่งคาเฟ่กับเพื่อน หาคอนเนคชั่นฟรีๆ ถ้าออกไปแล้วไม่ได้เงิน มันจะไม่มีน้ำหนักกับเขาสักที ถ้าวันไหนผมทำงานมาทั้งวัน แล้ววันต่อมาผมจะออกไปฝึกถ่ายกับเพื่อนก็จะไม่มีน้ำหนักต่อรองทันที จะกลับห้องดึกเขาก็จะรอจะไม่นอน เหมือนเขาอยากให้ทั้งโลกเหลือแค่ผมกับเขา**
ตอนแรกผมก็ตะล่อมเขาให้เขาต้องจำใจหางานจริงจัง แบบซอฟมากๆ แต่น้ำหูน้ำตาเขาก็แตก
ทีนี้พอผมจะเริ่มลงทุนขายอาหาร ผมวางแผนไว้ว่าต่างคนต่างทำงาน แล้วเอางานนี้เป็นงานเสริม เขาก็จะมาแย่งทำ แล้วไม่หางานประจำทำแล้ว
ค่าใช้จ่ายต่อวันสูง เงินที่จะไปเปิดร้าน/ซื้ออุปกรณ์ทำลำพังก็ไม่มี ผมจะออกไปถ่ายงานทีนึง เขาไม่ได้ไปด้วย 1 วันก่อนไป ต้องซื้อของมาตุนไว้ให้เขากินตอนที่ผมไม่อยู่ห้อง มอไซก็มีของผมคันเดียว ผมก็ต้องเอารถยนต์ผมไป ออกหอทีก็เสียค่าน้ำมัน 2-3ร้อยบาท ขับไปทำงานในเมือง
เราก็เลยคุยหาทางออกกันว่า
เขาจะหางานประจำทำจริง แต่เขายื่นเงื่อนไขต้องย้ายหอเขาไปในเมืองก่อน(ถ้าไม่ย้ายผมก็ต้องส่งไปในเมือง ซึ่งผมกับแฟนพักอยู่ตั้งแยกหลุยส์ !)แน่นอน ถ้าไปหาหอใกล้เมือง ค่าหอก็แพงขึ้น คนที่จ่ายประกัน และต้นทุนการย้ายหอ ขนของ ก็ไม่พ้นผม..ถ้าถามว่าผมแยากย้ายมั้ย ก็อยากย้ายครับ แต่ต้องมีเงินก่อน
พอมันเริ่มมืด 8 ด้าน ความรู้สึกผมที่มีต่อเขามันก็ลดน้อยลงทุกที เสียอิสระทั้งเงินและสังคม
จนถามตัวเองว่าอยู่คนเดียวก่อนดีไหม จริงๆโหลยโท่ยน้อยกว่านี้ มีอนาคตกว่านี้ ผมก็ทิ้งง่ายๆมาแล้วในสถานะคนคุย แต่พอเป็นแฟนที่ตบกันมา 2 ปีมันเหมือนหาเหตุผลให้เขาอยู่รอดมาตลอดเลย งงอยู่ว่าทำของใส่ไหม
จริงๆผมมีคำตอบในใจและตอบได้แล้ว ว่าเลือกแบบไหนจะเกิดอะไรขึ้นต่อ
ถ้าแยกย้าย แล้วถ้าเขาไม่มีเงิน ก็แค่ให้เขากลับบ้านไปอยู่ที่ยโสธร หางบหาเงินไปตั้งต้นชีวิตใหม่เอง
แต่ถ้าอยู่ต่อก็ทำงานฝ่ายเดียวจนตาเหลือก ย้ายหอไปอยู่ในเมือง ทำงานเปิดร้านขายอาหารให้จบๆ คิดปลอบใจตัวเองว่ามีเงินคงมีอิสระเรื่องอื่นๆตามมาแหละ
ในใจตอนนี้ยังยินดีทำให้อยู่ ถึงจะบ่นและเกริ่นมาก็ตาม ความรู้สึกมันปนเปกัน
ถามว่าผมยังเหลือออะไร ให้ต้องตัดสินใจอีก ส่วนนึง ผมก็กลัวการปรับตัว ผมไม่ได้ตัวคนเดียวมา 2 ปี แล้วเราต้องกลับมาอยู่คนเดียวในช่วงที่หัวเลี้ยวหัวต่อหลังจากเรียนจบ เรื่องนี้ Deeptalk กับแฟนก็ยากพอสมควร ถ้าได้พูดคือบรรยากาศเปลี่ยนไปทั้งวัน แง้มมาแค่ว่า เธอหางานประจำดีไหม น้ำตาก็ไหลแล้ว ผมทนกับบรรยากาศที่ไม่ปกติได้ไม่นาน
อยากปรึกษาพี่ๆที่เคยตัดคนแบบนี้โดยไม่ต้องรอให้ถึงจุดเปลี่ยน จุดไหนที่มันรู้สึกว่าไม่เอาอะไรแล้ว ตัดแล้วเป็นยังไงบ้าง ทำใจยังไง ใช้ชีวิตยังไงต่อ
หรือคนที่ทนต่อ มันกู้ความรู้สึกมาได้เหมือนเดิมไหม หาจังหวะคุยยังไงดีครับ