ส่องสถิติ BYD ในอังกฤษ ครึ่งปีแรก 2026 ยอดจดทะเบียนโตเกือบ 100%

จากข้อมูลรายงานล่าสุดของสมาคมผู้ผลิตและผู้ค้ายานยนต์แห่งสหราชอาณาจักร (SMMT) ร่วมกับเอกสารแถลงการณ์ของ BYD UK ประจำครึ่งปีแรกของปี 2026 (มกราคม - มิถุนายน) พบสถิติการเติบโตที่น่าสนใจในตลาดยุโรป ซึ่งสวนทางกับกระแสข่าวการชะลอตัวของรถยนต์ไฟฟ้าในบางภูมิภาค จึงขออนุญาตนำตัวเลขและข้อมูลเชิงลึกมาสรุปเพื่อเป็นแนวทางในการแลกเปลี่ยนมุมมองกันครับ

สรุปสถิติตัวเลขครึ่งปีแรก 2026 (มกราคม - มิถุนายน)
- ยอดจดทะเบียนสะสม : BYD ทำยอดรวมในสหราชอาณาจักรได้ทั้งสิ้น 37,795 คัน
- อัตราการเติบโต : คิดเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 94.9% (เกือบ 2 เท่า) เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2025 (ซึ่งทำไว้ 19,390 คัน)
- สถิติรายเดือน : เฉพาะเดือนมิถุนายนเพียงเดือนเดียว มียอดจดทะเบียนสูงถึง 6,242 คัน ทำสถิติเป็นเดือนที่ไม่มีการเปลี่ยนป้ายทะเบียนใหม่ (Non-plate-change month) ที่ทำยอดขายได้สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ของแบรนด์ในอังกฤษ
- ส่วนแบ่งการตลาด : ในกลุ่มรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ซึ่งนับรวมทั้งระบบไฟฟ้า 100% (BEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) BYD สามารถครองส่วนแบ่งตลาดในอังกฤษได้ราว 8.74%

กลยุทธ์การรุกตลาดด้วยเทคโนโลยี "Plug-in Hybrid (DM-i)"
         ปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ยอดดันยอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดดในรอบนี้ เกิดจากการปรับเปลี่ยนสัดส่วนผลิตภัณฑ์ โดยหันมาเน้นหนักในกลุ่มรถยนต์ Plug-in Hybrid (PHEV) ที่ใช้เทคโนโลยี Super Hybrid (DM technology) เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่เผชิญภาวะราคาน้ำมันผันผวน แต่ยังไม่พร้อมขยับไปสู่ระบบไฟฟ้าล้วน
         BYD SEAL U DM-i กลายเป็นโมเดลที่ทำยอดขายสูงสุดของแบรนด์ และขึ้นแท่นเป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่ขายดีที่สุดในสหราชอาณาจักรเวลานี้ รวมถึงเพิ่งได้รับรางวัลจากเวที Autotrader Drivers' Choice Awards 2026 ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีการเสริมทัพด้วยกลุ่มรถยนต์ราคาเข้าถึงง่ายอย่าง Sealion 5 DM-i และ Atto 2 DM-i (เคาะราคาเริ่มต้นในอังกฤษที่ £26,995 หรือราว 1.1-1.2 ล้านบาท) เข้าสู่ตลาดในช่วงปลายไตรมาสสอง

ทิศทางการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง 2026
          ทางผู้บริหารของ BYD UK (Steve Beattie, Deputy Country Manager) ได้เปิดเผยทิศทางแผนงานที่จะดำเนินงานต่อในช่วงครึ่งปีหลัง โดยมุ่งเน้นไปที่สองส่วนหลักคือ
1. ตั้งเป้าขยายโชว์รูมและศูนย์บริการผู้จำหน่าย (Retailer sites) ให้ครบ 150 แห่งภายในไตรมาสที่สามนี้
2. เตรียมส่งรถยนต์ขุมพลัง Super Hybrid เข้าสู่ตลาดอังกฤษอีก 3 รุ่น ได้แก่ DOLPHIN G (กลุ่ม Supermini), Ti 7 (SUV ขนาดใหญ่ 7 ที่นั่ง) และ SHARK (รถกระบะปลั๊กอินไฮบริด)
          จากตัวเลขสถิติและการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของค่ายรถยนต์จากประเทศจีนในตลาดยุโรปครั้งนี้ ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง คิดเห็นอย่างไรกันบ้างครับกับการที่ค่ายรถเลือกใช้ "ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)" เป็นหัวหอกในการบุกตลาดต่างประเทศที่มีความเข้มงวดด้านนโยบายไอเสีย แทนการพึ่งพารถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) เพียงอย่างเดียว?

ที่มา https://bydukmedia.com/en/news-articles/byd-continues-to-break-uk-sales-records-in-the-first-half-of-2026.html

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่