Rolling Stone UK รีวิวคอนเสิร์ต BTS ที่ London 5/5 ⭐⭐⭐⭐⭐



รีวิวคอนเสิร์ตใหญ่ของ BTS ที่ลอนดอน: ยักษ์ใหญ่แห่งวงการ K-Pop กลับมาพร้อมการแสดงระดับสเตเดียมที่ตระการตา

หลังห่างหายจากลอนดอนไปนานถึง 7 ปี BTS กลับมาอีกครั้งพร้อมโชว์สุดยิ่งใหญ่ที่พิสูจน์แล้วว่าคุ้มค่ากับการรอคอยอย่างแท้จริง

⭐⭐⭐⭐⭐



“คืนนี้ลอนดอนช่างสวยงามเหลือเกิน!” อาร์เอ็มตะโกนทักทายเหล่าอาร์มี่กว่า 60,000 คนภายในสนามท็อตแนม ฮอตสเปอร์ สเตเดียม ในค่ำคืนวันจันทร์ที่อากาศร้อนอบอ้าว สำหรับหลาย ๆ คนที่อยู่ในงานนั้น คำพูดนี้ยังน้อยเกินไป พวกเขารอคอยการกลับมาเยือนเมืองหลวงของ BTS ถึง 7 ปี พร้อมกับนำทัวร์คอนเสิร์ต 'ARIRANG' ระดับโลกมาสู่ลอนดอน

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจรับราชการทหารภาคบังคับในเกาหลีใต้ รวมถึงได้แยกย้ายกันไปเติบโตในเส้นทางศิลปินเดี่ยว ในที่สุด BTS ซึ่งประกอบด้วย สมาชิก ได้แก่ จิน, ชูกา, เจโฮป, อาร์เอ็ม, จิมิน, วี และ จองกุก ก็ได้คัมแบ็กครั้งยิ่งใหญ่ที่ทุกคนตั้งตารอคอยไปก่อนหน้านี้ ด้วยโปรเจกต์อัลบั้มเต็มชุดที่ 5 สุดทะเยอทะยานที่มีชื่อว่า ARIRANG

ผ่านผลงานชุด ARIRANG นี้ BTS มุ่งหวังที่จะสาดส่องสปอตไลต์ไปที่วัฒนธรรมและมรดกทางประวัติศาสตร์ของเกาหลี ในขณะที่พวกเขาหวนคืนสู่รากเหง้าของตัวเอง และเวิล์ดทัวร์ในครั้งนี้ก็ทำหน้าที่เป็นส่วนขยายที่เป็นธรรมชาติที่สุดในการแสดงออกถึงอัตลักษณ์ความเป็นเกาหลี โดยทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่การออกแบบเวที ท่าเต้น ไปจนถึงเอฟเฟกต์ภาพ (Visual Effects) ต่างล้วนมีส่วนช่วยในการบอกเล่าเรื่องราวที่แท้จริงและทรงคุณค่านี้

ในขณะที่ทางวงกำลังเตรียมตัวที่จะก้าวขึ้นสู่เวที เสียงเครื่องดนตรีดั้งเดิมของเกาหลีก็ดังกระหึ่มผ่านลำโพง ในตอนนั้นความตื่นเต้นและกระหายที่จะชมการแสดงภายในสเตเดียมได้พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด (Fever pitch) พร้อมกับที่แฟนๆ ต่างตะโกนร้องเรียกชื่อวงอย่างสุดเสียง

และแล้วพวกเขาก็มาถึง กลุ่มคนในชุดฮู้ดปรากฏตัวขึ้นบนเวทีพร้อมกับถือพลุควันสีแดง ก่อนที่ BTS จะปรากฏตัวตามออกมาและเปิดฉากการแสดงด้วยเพลง ‘Hooligan’ และ ‘Aliens’ จุดระเบิดปฏิกิริยาตอบรับจากคนดูที่พิสูจน์ให้เห็นเลยว่า ช่วงเวลาที่ห่างหายไปนานถึง 7 ปีนั้น มีแต่จะทำให้แฟน ๆ ยิ่งโหยหาและเฝ้ารอการกลับมาของพวกเขามากยิ่งขึ้นเท่านั้น




ในขณะเดียวกัน ในช่วงเพลง ‘Run BTS’ แฟน ๆ ต่างส่งเสียงตอบรับกระหึ่มรุนแรงเสียจนเกือบจะเรียกได้ว่าสามารถวัดระดับความสั่นสะเทือนตามมาตราริกเตอร์ในพื้นที่รหัสไปรษณีย์ N17 (ย่านทอตนัม) ได้เลยทีเดียว

หนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการเนรมิต ‘ARIRANG’ เวิลด์ทัวร์ให้มีชีวิตขึ้นมา คือการสามารถสร้างสมดุลระหว่างการแสดงความเคารพต่อรากเหง้าและมรดกทางวัฒนธรรมเกาหลี ควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ที่ล้ำสมัยและก้าวล้ำไปข้างหน้า ทว่า ความดั้งเดิมและความร่วมสมัยกลับหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างลงตัวไร้ที่ติ ผ่านการแสดงในเพลง ‘they don’t know ‘bout us’ และ ‘Merry Go Round’ ที่มีการนำหน้ากากเกาหลีโบราณรวมถึงระบำดั้งเดิมอย่าง ‘ซึงมู’ (seungmu หรือระบำพระ) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของท่าเต้น

และบทเพลงที่สะท้อนภาพการผสมผสานระหว่างความทันสมัยและความดั้งเดิมได้ดีที่สุดคงหนีไม่พ้น ‘Body to Body’ เพลงแนวป๊อปแรปที่มีการแซมเพิล (หยิบยกบางส่วนของ) เพลงพื้นบ้านเกาหลีระดับตำนานอย่าง ‘Arirang’ เข้ามาใช้ และในขณะที่ท่วงทำนองอันแสนไพเราะของเพลงพื้นบ้านดังแว่วผ่านลำโพง พลุดอกไม้ไฟอันตระการตาแบบ 360 องศาก็ถูกจุดขึ้นสว่างไสวเต็มท้องฟ้าทางตอนเหนือของลอนดอน มอบความยิ่งใหญ่ สมเกียรติ และความตระการตาอย่างที่ค่ำคืนนี้ควรจะได้รับ




การเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่นั้นยังคงดำเนินต่อไปในเพลง ‘IDOL’ เมื่อ BTS ลงจากเวทีหลักเพื่อนำขบวนพาเหรดสุดอลังการของแดนเซอร์กว่า 50 ชีวิตที่ถือธงและริบบิ้นไฟ LED ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการคารวะต่อความหรูหราอลังการและพิธีการอันยิ่งใหญ่ตามแบบฉบับของสหราชอาณาจักรโดยไม่ได้ตั้งใจ

นอกจากนี้ ผู้ชมยังได้มีโอกาสเห็นมุมความเป็นมนุษย์ธรรมดาของเหล่าศิลปินที่อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์ระดับโลกนี้ด้วย โดยในช่วงท้ายของการแสดงในเพลง ‘Butter’ และ ‘Dynamite’ ตัววงตั้งใจที่จะไม่มีการเต้นตามบล็อกกิ้ง เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกได้ผ่อนคลายและมีปฏิสัมพันธ์กับฝูงชนอย่างเต็มที่ และมันยังทำให้เกิดโมเมนต์ฮา ๆ ตามมา เมื่อจินกระโดดขึ้นหลังจองกุกเพื่อขี่หลังข้ามเวที และเพื่อสานต่อความป่วนแบบไร้ขีดจำกัด ‘มักเน่ทองคำ’ (น้องเล็กของวง) ยังวิ่งจากเวทีฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งพร้อมถือขวดน้ำสองขวดเพื่อไปสาดใส่จินและวีอีกด้วย

‘ARIRANG เวิลด์ทัวร์’ ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่เพียงหนทางในการแนะนำตัว BTS ให้โลกได้รู้จักอีกครั้งหลังจากพักวงไปนานเท่านั้น แต่มันคือ ‘พิธีราชาภิเษก’

วงบอยแบนด์จากเกาหลีใต้กลุ่มนี้ได้กลับมาทวงบัลลังก์ในฐานะวงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกได้อย่างมีสไตล์ และแม้ว่าพวกเขาจะมีชื่อเสียงความสำเร็จที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน มีเพลงฮิตนับไม่ถ้วน รวมถึงมีฐานแฟนคลับที่คลั่งไคล้เหนียวแน่น แต่ BTS ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจหรือหยุดอยู่กับที่ (rest on their laurels)

ในทางกลับกัน พวกเขาได้มอบการแสดงระดับมาสเตอร์คลาสเพื่อเป็นของขวัญให้แก่แฟน ๆ ที่เฝ้ารอคอยที่จะได้เห็นพวกเขาบนเวทีมานานถึง 7 ปี คอนเสิร์ตนี้ถูกจัดการออกมาได้อย่างไร้ที่ติ โดยหลอมรวมทุกองค์ประกอบที่ทำให้ BTS ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้งเพลงฮิตระเบิดฟลอร์ เสน่ห์ความเท่ (swagger) และทักษะการแสดงบนเวทีอันยอดเยี่ยมจากสมาชิกทุกคน ตลอดจนความผูกพันที่จริงใจที่มีต่อแฟน ๆ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นคุณค่าและคู่ควรที่สุดกับการหายหน้าหายตาไปอย่างยาวนาน


แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่