จีนเปิดตัว ‘ซูเปอร์แว่นขยาย’ สว่างกว่าดวงอาทิตย์ถึง 1 ล้านล้านเท่า
.
จีนกำลังเร่งผลักดันศูนย์นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับนานาชาติทั้ง 3 แห่ง เพื่อเร่งเปลี่ยนผลงานวิจัยสู่การใช้งานจริง โดยเฉพาะศูนย์นวัตกรรมปักกิ่ง-เทียนจิน-เหอเป่ยที่กำลังต่อยอดนวัตกรรมจาก "0 สู่ 1" หรือการสร้างเทคโนโลยีใหม่ ไปสู่ "1 สู่ N" หรือการขยายผลสู่การผลิตและใช้งานในวงกว้าง
.
เขตปักกิ่ง-เทียนจิน-เหอเป่ยมีบริษัทเทคโนโลยีเชิงลึกเกิดขึ้นแล้วกว่า 240 แห่ง พร้อมสร้างนวัตกรรมระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระบบเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ "Beinao-1" (北脑一号) ไปจนถึงชิปโฟโตนิกส์ AI รุ่นแรกของโลก "Taiji" (太极)
.
ทั้งสามพื้นที่แบ่งบทบาทกันอย่างชัดเจน โดยปักกิ่งเป็นศูนย์กลางการวิจัยและนวัตกรรม เทียนจินเป็นฐานการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงและศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับโลก ส่วนเหอเป่ยเป็นพื้นที่ทดสอบและต่อยอดนวัตกรรม ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์ทดสอบเทคโนโลยีระดับมณฑล 15 แห่ง ช่วยผลักดันเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่าพันโครงการสู่การใช้งานจริง
.
ที่ Huairou Science City (怀柔科学城) ศูนย์กลางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมแห่งชาติของจีนในกรุงปักกิ่งมีแหล่งกำเนิดแสงซินโครตรอนพลังงานสูง (High Energy Photon Source) ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น "ซูเปอร์แว่นขยายของจีน" สามารถผลิตแสงซินโครตรอนที่สว่างกว่าดวงอาทิตย์ถึง 1 ล้านล้านเท่า ช่วยให้นักวิจัยมองเห็นโครงสร้างระดับอะตอมและข้อบกพร่องขนาดจิ๋วของวัสดุจึงถูกนำไปใช้ในงานวิจัยด้านชีวการแพทย์ วัสดุศาสตร์ และอุตสาหกรรมชิป
.
ปัจจุบัน Huairou Science City มีโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่ 37 แห่ง โดย 17 แห่ง เปิดให้ความร่วมมือกับนักวิจัยทั่วโลก ถือเป็นพื้นที่ที่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์หนาแน่นที่สุดของจีน และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัย
.
จีนกำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยี อินเทอร์เฟซเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ (Brain-Computer Interface) เพื่ออ่านสัญญาณจากสมอง สถาบันวิจัยสมองและสมองเทียมแห่งปักกิ่งได้พัฒนาระบบ "Beinao-1" ซึ่งใช้ขั้วไฟฟ้าแบบยืดหยุ่นติดบนผิวสมอง เพื่อเก็บ ส่ง และถอดรหัสสัญญาณสมอง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดลองทางคลินิกและมีผู้ป่วยเข้ารับการฝังอุปกรณ์แล้วเกือบ 30 ราย
.
เทคโนโลยีดังกล่าวให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจในการฟื้นฟูผู้ป่วยที่มีความบกพร่องด้านการเคลื่อนไหว โดยผู้ป่วยอัมพาตรายหนึ่งที่ไม่สามารถเดินได้นานกว่า 5 ปี ปัจจุบันสามารถยืนและเดินโดยใช้ไม้ค้ำได้ โครงการมีแผนยื่นขอขึ้นทะเบียนเป็นอุปกรณ์การแพทย์ในปีหน้า
.
ขณะเดียวกัน ชุมชนหยวนเตี่ยนในกรุงปักกิ่งกำลังกลายเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของอุตสาหกรรม AI โดยภายในรัศมีเพียง 1 กิโลเมตร มีมหาวิทยาลัยชั้นนำกว่า 30 แห่ง บริษัท AI มากกว่า 300 แห่ง นักวิทยาศาสตร์ด้าน AI กว่าพันคนและนักพัฒนาหลายหมื่นคน ทำให้มหาวิทยาลัย ภาคธุรกิจ และชุมชนเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด จนเกิดระบบนิเวศที่เอื้อต่อการสร้างนวัตกรรม แค่ขึ้นหรือลงลิฟต์ ก็สามารถพบพันธมิตรในห่วงโซ่อุตสาหกรรมได้ เอื้อต่อการเติบโตของสตาร์ตอัปด้าน AI ตั้งแต่บริษัทขนาดเล็กไปจนถึงยูนิคอร์น
.
ศาสตราจารย์เฉินฉี ผู้บุกเบิกการวิจัยเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดเพอรอฟสไกต์ (Perovskite) ได้นำต้นแบบที่พัฒนาขึ้นส่งขึ้นสู่สถานีอวกาศจีนพร้อมยาน Shenzhou-23 เพื่อทดสอบการใช้งานจริงในสภาพแวดล้อมอวกาศ โดยตลอด 3 ปี ที่ผ่านมา ทีมวิจัยได้ปรับปรุงสูตรวัสดุนับร้อยครั้ง เพื่อพัฒนาแผงโซลาร์เซลล์ที่มีความทนทานและอายุการใช้งานยาวนานยิ่งขึ้น
.
เมื่อเทียบกับเซลล์แสงอาทิตย์แกลเลียมอาร์เซไนด์ (Gallium arsenide) ที่ใช้ในอวกาศ ซึ่งมีต้นทุนสูงถึง 1-3 แสนหยวน (ราว 4.9 แสน-1.47 ล้านบาท) ต่อตารางเมตร เซลล์แสงอาทิตย์ชนิดเพอรอฟสไกต์มีต้นทุนไม่ถึงหนึ่งในสิบ
.
หลังก่อตั้งธุรกิจได้เพียง 6 เดือน ศาสตราจารย์เฉินฉีได้เริ่มก่อสร้างสายการผลิตต้นแบบเซลล์แสงอาทิตย์เพอรอฟสไกต์สำหรับอวกาศแห่งแรกของโลกในกรุงปักกิ่ง โดยตั้งเป้าเริ่มการผลิตในปี 2027 และจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในปี 2028
.
ปัจจุบัน ศูนย์นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับนานาชาติปักกิ่ง-เทียนจิน-เหอเป่ย มีนักวิทยาศาสตร์หันมาต่อยอดผลงานวิจัยสู่การสร้างธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยทั้งสามพื้นที่ได้ร่วมกันสนับสนุนโครงการวิจัยพื้นฐานแล้ว 272 โครงการ ครอบคลุมระบบราง การผลิตอัจฉริยะ และชีวการแพทย์
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#นวัตกรรมจีน #เทคโนโลยีจีน #AI
.
https://www.facebook.com/share/p/1D9Up3YjER/
🔎☀️ จีนเปิดตัว ‘ซูเปอร์แว่นขยาย’ สว่างกว่าดวงอาทิตย์ถึง 1 ล้านล้านเท่า
.
จีนกำลังเร่งผลักดันศูนย์นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับนานาชาติทั้ง 3 แห่ง เพื่อเร่งเปลี่ยนผลงานวิจัยสู่การใช้งานจริง โดยเฉพาะศูนย์นวัตกรรมปักกิ่ง-เทียนจิน-เหอเป่ยที่กำลังต่อยอดนวัตกรรมจาก "0 สู่ 1" หรือการสร้างเทคโนโลยีใหม่ ไปสู่ "1 สู่ N" หรือการขยายผลสู่การผลิตและใช้งานในวงกว้าง
.
เขตปักกิ่ง-เทียนจิน-เหอเป่ยมีบริษัทเทคโนโลยีเชิงลึกเกิดขึ้นแล้วกว่า 240 แห่ง พร้อมสร้างนวัตกรรมระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระบบเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ "Beinao-1" (北脑一号) ไปจนถึงชิปโฟโตนิกส์ AI รุ่นแรกของโลก "Taiji" (太极)
.
ทั้งสามพื้นที่แบ่งบทบาทกันอย่างชัดเจน โดยปักกิ่งเป็นศูนย์กลางการวิจัยและนวัตกรรม เทียนจินเป็นฐานการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงและศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับโลก ส่วนเหอเป่ยเป็นพื้นที่ทดสอบและต่อยอดนวัตกรรม ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์ทดสอบเทคโนโลยีระดับมณฑล 15 แห่ง ช่วยผลักดันเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่าพันโครงการสู่การใช้งานจริง
.
ที่ Huairou Science City (怀柔科学城) ศูนย์กลางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมแห่งชาติของจีนในกรุงปักกิ่งมีแหล่งกำเนิดแสงซินโครตรอนพลังงานสูง (High Energy Photon Source) ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น "ซูเปอร์แว่นขยายของจีน" สามารถผลิตแสงซินโครตรอนที่สว่างกว่าดวงอาทิตย์ถึง 1 ล้านล้านเท่า ช่วยให้นักวิจัยมองเห็นโครงสร้างระดับอะตอมและข้อบกพร่องขนาดจิ๋วของวัสดุจึงถูกนำไปใช้ในงานวิจัยด้านชีวการแพทย์ วัสดุศาสตร์ และอุตสาหกรรมชิป
.
ปัจจุบัน Huairou Science City มีโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่ 37 แห่ง โดย 17 แห่ง เปิดให้ความร่วมมือกับนักวิจัยทั่วโลก ถือเป็นพื้นที่ที่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์หนาแน่นที่สุดของจีน และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัย
.
จีนกำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยี อินเทอร์เฟซเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ (Brain-Computer Interface) เพื่ออ่านสัญญาณจากสมอง สถาบันวิจัยสมองและสมองเทียมแห่งปักกิ่งได้พัฒนาระบบ "Beinao-1" ซึ่งใช้ขั้วไฟฟ้าแบบยืดหยุ่นติดบนผิวสมอง เพื่อเก็บ ส่ง และถอดรหัสสัญญาณสมอง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดลองทางคลินิกและมีผู้ป่วยเข้ารับการฝังอุปกรณ์แล้วเกือบ 30 ราย
.
เทคโนโลยีดังกล่าวให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจในการฟื้นฟูผู้ป่วยที่มีความบกพร่องด้านการเคลื่อนไหว โดยผู้ป่วยอัมพาตรายหนึ่งที่ไม่สามารถเดินได้นานกว่า 5 ปี ปัจจุบันสามารถยืนและเดินโดยใช้ไม้ค้ำได้ โครงการมีแผนยื่นขอขึ้นทะเบียนเป็นอุปกรณ์การแพทย์ในปีหน้า
.
ขณะเดียวกัน ชุมชนหยวนเตี่ยนในกรุงปักกิ่งกำลังกลายเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของอุตสาหกรรม AI โดยภายในรัศมีเพียง 1 กิโลเมตร มีมหาวิทยาลัยชั้นนำกว่า 30 แห่ง บริษัท AI มากกว่า 300 แห่ง นักวิทยาศาสตร์ด้าน AI กว่าพันคนและนักพัฒนาหลายหมื่นคน ทำให้มหาวิทยาลัย ภาคธุรกิจ และชุมชนเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด จนเกิดระบบนิเวศที่เอื้อต่อการสร้างนวัตกรรม แค่ขึ้นหรือลงลิฟต์ ก็สามารถพบพันธมิตรในห่วงโซ่อุตสาหกรรมได้ เอื้อต่อการเติบโตของสตาร์ตอัปด้าน AI ตั้งแต่บริษัทขนาดเล็กไปจนถึงยูนิคอร์น
.
ศาสตราจารย์เฉินฉี ผู้บุกเบิกการวิจัยเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดเพอรอฟสไกต์ (Perovskite) ได้นำต้นแบบที่พัฒนาขึ้นส่งขึ้นสู่สถานีอวกาศจีนพร้อมยาน Shenzhou-23 เพื่อทดสอบการใช้งานจริงในสภาพแวดล้อมอวกาศ โดยตลอด 3 ปี ที่ผ่านมา ทีมวิจัยได้ปรับปรุงสูตรวัสดุนับร้อยครั้ง เพื่อพัฒนาแผงโซลาร์เซลล์ที่มีความทนทานและอายุการใช้งานยาวนานยิ่งขึ้น
.
เมื่อเทียบกับเซลล์แสงอาทิตย์แกลเลียมอาร์เซไนด์ (Gallium arsenide) ที่ใช้ในอวกาศ ซึ่งมีต้นทุนสูงถึง 1-3 แสนหยวน (ราว 4.9 แสน-1.47 ล้านบาท) ต่อตารางเมตร เซลล์แสงอาทิตย์ชนิดเพอรอฟสไกต์มีต้นทุนไม่ถึงหนึ่งในสิบ
.
หลังก่อตั้งธุรกิจได้เพียง 6 เดือน ศาสตราจารย์เฉินฉีได้เริ่มก่อสร้างสายการผลิตต้นแบบเซลล์แสงอาทิตย์เพอรอฟสไกต์สำหรับอวกาศแห่งแรกของโลกในกรุงปักกิ่ง โดยตั้งเป้าเริ่มการผลิตในปี 2027 และจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในปี 2028
.
ปัจจุบัน ศูนย์นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับนานาชาติปักกิ่ง-เทียนจิน-เหอเป่ย มีนักวิทยาศาสตร์หันมาต่อยอดผลงานวิจัยสู่การสร้างธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยทั้งสามพื้นที่ได้ร่วมกันสนับสนุนโครงการวิจัยพื้นฐานแล้ว 272 โครงการ ครอบคลุมระบบราง การผลิตอัจฉริยะ และชีวการแพทย์
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#นวัตกรรมจีน #เทคโนโลยีจีน #AI
.
https://www.facebook.com/share/p/1D9Up3YjER/