ภาคปชช.นัดรวมตัวหน้าสถานทูตจีน 8 ก.ค. ประณามจนท.ใช้ความรุนแรงม็อบเชียงใหม่ จี้จีนแก้มลพิษข้ามแดน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5795704
.

.
ภาคประชาชนนัดรวมตัวหน้าสถานทูตจีน 8 ก.ค. ประณาม จนท.ใช้ความรุนแรงผู้ร่วมชุมนุมที่เชียงใหม่ จนมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย หลังเรียกร้องจีนแก้มลพิษข้ามแดน ทำสิ่งแวดล้อมเสียหาย ด้าน ตร.เชียงใหม่ ยันไม่มีเจตนาทำร้าย ปชช.-ยึดหลักยุทธวิธี
.
จากกรณีเหตุปะทะกันระหว่างเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง และเจ้าหน้าที่ตำรวจเชียงใหม่ ที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมของเครือข่าย ใกล้สถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ เพื่อแสดงเจตจำนงในการปกป้องแม่น้ำกกและสิ่งแวดล้อม จากผลกระทบของการทำเหมืองแร่ของกลุ่มทุนข้ามชาติ รวมทั้งยื่นหนังสือถึงประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง เบื้องต้นมีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ 2 คน โดย 1 คนได้รับบาดเจ็บแขนหัก ต้องเข้ารับการผ่าตัด ส่วนอีก 1 คนหัวไหล่หลุด เหตุเกิดวันที่ 6 กรกฎาคมนั้น
.
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง ออกแถลงการณ์ เรื่อง ยืนยันสิทธิอันชอบธรรมในการยื่นหนังสือถึงประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง ระบุว่า เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง มีความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราขอยืนยันว่าประชาชนมีสิทธิอันชอบธรรมที่กฎหมายใดมิอาจขัดขวางได้ในการไปยื่นหนังสือถึงผู้ก่อมลพิษข้ามพรมแดน นั่นคือบริษัทจีนและวิสาหกิจจีนผู้ทำเหมืองแร่ในประเทศเมียนมา คือต้นเหตุของแม่น้ำปนเปื้อนทั้งในประเทศเมียนมาและประเทศไทย หากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติตามหลักการดูแลประชาชนในการยื่นหนังสือต่อหน่วยงาน ตลอดจนเข้าใจถึงเจตนารมณ์และเป้าหมายของการยื่นหนังสือแล้ว ตำรวจสามารถหลีกเลี่ยงความรุนแรงทั้งหมดได้ และหากเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติต่อประชาชนตามหลักสากลจริงย่อมไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
.
เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง จึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับผิดชอบต่อความรุนแรงทั้งหมด พร้อมยืนยันข้อเรียกร้อง 4 ข้อ ต่อรัฐบาลจีน
.
1. ขอให้รัฐบาลจีนกำกับดูแล ตรวจสอบ และดำเนินการกับบริษัทหรือนักลงทุนสัญชาติจีนที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมในต่างประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมทั้งยุติการสนับสนุนกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษข้ามพรมแดน
.
2. ขอให้มีการตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของแร่ต่างๆ เช่น แร่พลวง ทังสเตน ดีบุก ตะกั่ว ทองแดง แมงกานีส จากเหมืองแร่ประเทศเมียนมาที่นำเข้าผ่านประเทศไทยไปยังประเทศจีน ว่าแร่ดังกล่าวมาจากแหล่งที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อมต่อไทย
.
3. ขอเชิญท่านลงพื้นที่พบปะประชาชนไทย ในลุ่มน้ำกก สาย รวก โขง และประกาศแผนการที่ชัดเจนในการใช้กลไกความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง เพื่อยุติการทำลายสิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูแม่น้ำ และเยียวยาชดเชยประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากเหมืองแร่ของท่าน
.
และ 4.ขอให้รัฐบาลจีนจัดให้มีการลงพื้นที่ของคณะผู้ตรวจสอบร่วมจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตัวแทนประเทศไทย ไปยังพื้นที่เหมืองแร่ในเมียนมา อันเป็นแหล่งขุดแร่ธาตุต่างๆ ของจีน เช่น แร่หายาก ทองคำ แมงกานีส และตะกั่ว ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขา ได้แก่ แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโหลย เพื่อเป็นหลักประกันว่ามีการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมสากล และขอให้มีการเปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบจากการลงพื้นที่ต่อสาธารณะอย่างเร่งด่วนโดยทันที
.
ขณะที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ยืนยันว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเหตุการณ์การชุมนุมวานนี้ (6 ก.ค.) เป็นไปตามขั้นตอนตามกฎหมาย ยึดหลักยุทธวิธีตามหลักสากล และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนทุกฝ่าย เจ้าหน้าที่ตำรวจมิได้มีเจตนาใช้ความรุนแรงหรือทำร้ายประชาชนแต่อย่างใด
.
ด้านคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ (กป.อพช.ภาคเหนือ) ออกแถลงการณ์ถึงเหตุปะทะ จนผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ พร้อมยื่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ดังนี้ 1.ให้รัฐบาลจีนตรวจสอบกลุ่มทุนจีนที่ทำเหมืองแร่ในประเทศเมียนมา ซึ่งปล่อยสารพิษลงแม่น้ำ ต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น และให้รัฐบาลจีนดำเนินงานแก้ไขปัญหาตามที่ตั้งคณะกรรมการไว้แล้ว และเร่งดำเนินการตามข้อเรียกร้องเหล่านี้ ซึ่งมิใช่ความขัดแย้งของประชาชนจีนและประชาชนไทยแต่อย่างใด 2.เรายืนยันว่าการชุมชนโดยสันติเป็นการกระทำที่ถูกต้อง ตามเจตนาแห่งรัฐธรรมนูญ ตามหน้าที่และสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองไทย และ 3.เราขอประณามการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ ทำให้ประชาชนผู้ร่วมยื่นหนังสือได้รับบาดเจ็บ โดยเข้าข่ายความผิดโดยรัฐ และเร่งดำเนินกระบวนการเอาผิดต่อเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำความผิด ตามกระบวนการยุติธรรม เราจะติดตามเพื่อป้องกันการลอยนวลพ้นผิดการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐซ้ำๆ
.
เช่นเกียวกับคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) และภาคีเครือข่ายภาคประชาชน นัดรวมตัวแสดงพลัง “ที่นี่ประเทศไทยไม่ใช่เทียนอันเหมิน” แถลงข่าวและแถลงการณ์ ประณามรัฐบาลจีน และตำรวจไทยภายใต้รัฐบาลระบอบสีน้ำเงิน ใช้ความรุนแรงทำร้ายประชาชนบาดเจ็บจากการชุมนุมเมื่อวันที่ 6 ก.ค. จนมีคนแขนหัก หัวไหล่หลุด ขณะเรียกร้องให้รัฐบาลจีนแก้ปัญหามลพิษจากการทำเหมืองแร่ข้ามพรมแดน โดยนัดหมายชุมนุม อ่านแถลงการณ์หน้าสถานทูตจีน ถนนรัชดา กรุงเทพฯ ในวันพรุ่งนี้ (8 กรกฎาคม) เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป
.
พร้อมมีข้อเรียกร้องหลักคือ 1.ประณามและเรียกร้องความรับผิดชอบจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่ใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ และเยียวยาหรือชดใช้ความเสียหายต่อผู้บาดเจ็บอย่างเหมาะสมและได้สัดส่วน 2.จี้รัฐบาลจีนและไทย ต้องร่วมกันรับผิดชอบ และมีมาตรการจัดการกลุ่มทุนจีนข้ามชาติที่ก่อพิษรุนแรงทำลายแม่น้ำกก สาย รวก โขงอย่างจริงจัง
.
.
วันนอร์ ซัดเดือด กอ.รมน.ว่างงาน เด่นอยู่อย่างเดียวใช้ภาษี ยิงสส. จี้ยุบทิ้งได้แล้ว
https://www.matichon.co.th/politics/news_5795289
.
วันนอร์ ซัดเดือด กอ.รมน.ว่างงาน เด่นอยู่อย่างเดียวใช้ภาษี ยิงสส. จี้ยุบทิ้งได้แล้ว
.
วันที่ 7 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมกมธ.งบประมาณ 2570 นาย
วันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา ในฐานะกมธ.งบประมาณ กล่าวในที่ประชุมตอนหนึ่งว่า ขอเสนอแนะ 2 หน่วยงานคือสภาความมั่นคงแห่งชาติและกอ.รมน. โดยในสมช. ขอเอกสารของหน่วยงาน และมีคำถามว่า แผนงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ โครงการบูรณาการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่าในแผนมีทั้งคณะกรรมการ และอนุกรรมการ ถ้ากก.ทั้งหมดทำงานได้ผล ปัญหาภาคใต้ก็คงลดไปได้เยอะ แต่ไม่รู้ว่ากรรมการทั้งหมดยังทำงานอยู่หรือไม่ หรือมีอยู่หรือไม่ จึงขอรายชื่อคณะกรรมการแผนยุทธศาสตร์ 5 ชุด
.
ประกอบด้วย
.
1.คณะอนุกรรมการประสานงานแผนและเชื่อมโยง ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้แบบบูรณาการ
.
2. คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาจัดทำข้อเสนอแนวทางกระจายอำนาจ กำหนดรูปแบบการเมืองการปกครองที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
.
3. คณะอนุกรรมการจัดการด้านการศึกษาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
.
4. คณะอนุกรรมการพัฒนาความร่วมมือกับองค์กรที่เกี่ยวข้อง กับกำหนดท่าทีระหว่างประเทศเพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
.
5. คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนส่งเสริมพหุวัฒนธรรมจังหวัดชายแดนภาคใต้
.
ทั้ง 5 คณะขอรายชื่อ ผลงานที่ผ่านมา ว่าได้ดำเนินการอย่างไรไปแล้วบ้าง
.
นาย
วันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ส่วนกอ.รมน. พบว่าภารกิจซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นๆทั้งนั้น คนก็ซ้ำซ้อนเอาคนหน่วยงานอื่นมาใช้ แล้วเบิกเบี้ยเลี้ยงเพิ่มเติม ภารกิจก็ซ้ำซ้อน กับสมช. ตร. ไม่แน่ใจว่าเหตุผลที่มีกอ.รมน.เพื่ออะไร ใช้งบหลายพันหรือเป็นหมื่นล้านคุ้มค่าหรือไม่
.
เดิมกอ.รมน. ภารกิจไม่มีอะไร แต่ปฏิวัติ 2549 มีรัฐบาลขึ้นมา ก็ไปสร้างภารกิจ ตั้งงบประมาณเยอะแยะ จึงเห็นด้วยว่าหน่วยงานที่ซ้ำซ้อนคืนงบประมาณให้หน่วยงานอื่นทำงานให้ดีขึ้น คืนคนหน่วยงานต่างๆที่อยู่ในภาคใต้ไปอยู่หน่วยงานเดิม
.
“
ภารกิจที่เด่นๆของกอ.รมน. ผมยังไม่เห็นเลย เด่นอยู่อย่างเดียว ก็ 2-3 เดือนที่แล้วยิงสส.แล้วภารกิจยิงสส.เป็นหน้าที่ของกอ.รมน.หรือเปล่า จะปฏิเสธ บอกไม่ใช่ ก็จับได้แล้ว ขึ้นศาลอยู่ รถของกอ.รมน. ปืนของกอ.รมน. คนของกอ.รมน. ไม่รู้จะพูดอะไร นอกจากว่างงานไม่มีภารกิจ ก็เลยคิดอะไรที่ไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน มันน่าจะถึงเวลา พิจารณาไม่ใช่ตัดงบประมาณ แต่ตัดหน่วยงานที่ไม่เป็นจำเป็นออก รัฐจะได้เบาภาระ” นาย
วันมูหะมัดนอร์ กล่าว
.
นาย
วันมูหะมัดนอร์ กล่าวอีกว่า ไปถามสส. 3 จังหวัดชายแดนใต้เขากลัวอะไรมากที่สุด เขากลัวกอ.รมน. ขนาดสส.ยังถูกยิง แล้วประชาชนจะหวังอะไร จากความมั่นคงของชาติ จากกอ.รมน. ที่ใช้ภาษีของประชาชนมาทำลายชีวิตผู้แทนของประชาชนที่เขาเลือกตั้งมา ท่านก็ไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้รู้จัก แต่ว่างงาน ไม่รู้จะทำอะไร
.
.
วีระ ชงยุบทิ้ง ปยป.สมัยบิ๊กตู่ เปรียบเป็นอะมีบา หน่วยงานไร้ภารกิจ ด้าน ผกก.หนุ่ย รับทราบ ข้อเสนอ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5795506
.
“วีระ” ชงยุบทิ้ง ปยป.สมัยบิ๊กตู่ เปรียบเป็นอะมีบา หน่วยงานไร้ภารกิจ ด้าน “ผกก.หนุ่ย” รับทราบ ข้อเสนอ
.
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ที่มี นาย
อนุรักษ์ จุรีมาศ ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคภูมิใจไทย รองประธานกมธ.คนที่ 2 เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาภาพรวมของงบประมาณมาตรา 7 สำนักนายกรัฐมนตรี โดยช่วงหนึ่งได้มีการตั้งข้อสังเกตถึงการทำหน้าที่ของสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ปยป.) หน่วยงานในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี
.
โดย นาย
วีระ ธีระภัทรานนท์ สื่อมวลชนอาวุโส ในฐานะกมธ. กล่าวตอนหนึ่งว่า ป.ย.ป.เป็นหน่วยงานที่ยึดโยงอยู่กับการจัดทำรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ แผนการขับเคลื่อนปฎิรูปประเทศ และพวงการสร้างสามัคคีปรองดอง มาด้วย ซึ่งดูจากภารกิจ ต้องบอกว่า มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นทั้งนั้น ไม่มีภารกิจเฉพาะเป็นของตนเองเลย
.
“
พูดแล้วไม่ต้องเสียกำลังใจนะ ผมคิดว่าน่าจะมีการยุบหน่วยงานนี้เลยด้วยซ้ำ แล้วถ่ายโอนข้าราชการในสำนักงาน ป.ย.ป. กลับไปอยู่ในหน่วยงานที่เขาทำงานได้อยู่แล้ว ถ้าปล่อยทิ้งไว้เรื่อยๆ ก็จะเป็นลักษณะเหมือนตัวอะมีบา ที่จะแบ่งเซลล์และค่อยๆ เพิ่มขึ้น ตอนนี้เซลล์ยังเล็กอยู่ เรามีคนแค่ 77 คน ซึ่งส่วนหนึ่งโยกมาจากที่อื่น ในเมื่อหน่วยงานอื่นทำได้ จะได้ตัดวงจรนี้”
.
“
ยืนยันว่า ผมพูดโดยไม่ได้มีอคติอะไร แต่ต้องเรียนตามตรง ป.ย.ป.เป็นหน่วยงานหลังๆที่ตั้งขึ้นมา ซึ่งมีสถานะเป็นองค์การมหาชน หรือหน่วยงานที่ตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกา ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินงานมาถึงจุดที่สมควรได้รับการพิจารณายุบเลิก และ เท่าที่ผมดู ปยป.อยู่ในลิสต์ลำดับต้นๆ ของหน่วยงานที่ควรถูกยุบด้วย เรื่องนี้ต้องเข้าใจนะว่าผมคิดคนเดียว คนอื่นเข้าไม่คิดแบบผม ก็ทำงานต่อไป” นาย
วีระ กล่าว
.
ด้าน พ.ต.อ.
วทัญญู วิทยผโลทัย รองผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ย.ป. ในฐานะผู้ชี้แจง ได้รับทราบข้อเสนอแนะให้ยุบสำนักงานป.ย.ป. หลังประธานในการประชุมแนะให้รับข้อเสนอของนาย
วีระ กลับไปพิจารณาด้วย
.
สำหรับสำนักงานป.ย.ป. เป็นหน่วยงานที่เกิดขึ้นจากคำสั่งคสช.ที่ 3 /2560 ในยุครัฐบาล พล.อ.
ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อบูรณาการในการขับเคลื่อน 3 วาระสำคัญ ประกอบด้วย การปฏิรูปประเทศ, การวางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และยุทธศาสตร์ แผนต่างๆ ของประเทศได้
JJNY : 5in1 ภาคปชช.ประณามจนท.│วันนอร์ซัดเดือดกอ.รมน.│วีระชงยุบทิ้งปยป.│ส.ส.ควง‘ว่าที่ ส.ก.’│ยูเครนสกัดเส้นทางส่งไครเมีย
https://www.matichon.co.th/politics/news_5795704
.
.
ภาคประชาชนนัดรวมตัวหน้าสถานทูตจีน 8 ก.ค. ประณาม จนท.ใช้ความรุนแรงผู้ร่วมชุมนุมที่เชียงใหม่ จนมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย หลังเรียกร้องจีนแก้มลพิษข้ามแดน ทำสิ่งแวดล้อมเสียหาย ด้าน ตร.เชียงใหม่ ยันไม่มีเจตนาทำร้าย ปชช.-ยึดหลักยุทธวิธี
.
จากกรณีเหตุปะทะกันระหว่างเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง และเจ้าหน้าที่ตำรวจเชียงใหม่ ที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมของเครือข่าย ใกล้สถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ เพื่อแสดงเจตจำนงในการปกป้องแม่น้ำกกและสิ่งแวดล้อม จากผลกระทบของการทำเหมืองแร่ของกลุ่มทุนข้ามชาติ รวมทั้งยื่นหนังสือถึงประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง เบื้องต้นมีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ 2 คน โดย 1 คนได้รับบาดเจ็บแขนหัก ต้องเข้ารับการผ่าตัด ส่วนอีก 1 คนหัวไหล่หลุด เหตุเกิดวันที่ 6 กรกฎาคมนั้น
.
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง ออกแถลงการณ์ เรื่อง ยืนยันสิทธิอันชอบธรรมในการยื่นหนังสือถึงประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง ระบุว่า เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง มีความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราขอยืนยันว่าประชาชนมีสิทธิอันชอบธรรมที่กฎหมายใดมิอาจขัดขวางได้ในการไปยื่นหนังสือถึงผู้ก่อมลพิษข้ามพรมแดน นั่นคือบริษัทจีนและวิสาหกิจจีนผู้ทำเหมืองแร่ในประเทศเมียนมา คือต้นเหตุของแม่น้ำปนเปื้อนทั้งในประเทศเมียนมาและประเทศไทย หากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติตามหลักการดูแลประชาชนในการยื่นหนังสือต่อหน่วยงาน ตลอดจนเข้าใจถึงเจตนารมณ์และเป้าหมายของการยื่นหนังสือแล้ว ตำรวจสามารถหลีกเลี่ยงความรุนแรงทั้งหมดได้ และหากเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติต่อประชาชนตามหลักสากลจริงย่อมไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
.
เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง จึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับผิดชอบต่อความรุนแรงทั้งหมด พร้อมยืนยันข้อเรียกร้อง 4 ข้อ ต่อรัฐบาลจีน
.
1. ขอให้รัฐบาลจีนกำกับดูแล ตรวจสอบ และดำเนินการกับบริษัทหรือนักลงทุนสัญชาติจีนที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมในต่างประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมทั้งยุติการสนับสนุนกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษข้ามพรมแดน
.
2. ขอให้มีการตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของแร่ต่างๆ เช่น แร่พลวง ทังสเตน ดีบุก ตะกั่ว ทองแดง แมงกานีส จากเหมืองแร่ประเทศเมียนมาที่นำเข้าผ่านประเทศไทยไปยังประเทศจีน ว่าแร่ดังกล่าวมาจากแหล่งที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อมต่อไทย
.
3. ขอเชิญท่านลงพื้นที่พบปะประชาชนไทย ในลุ่มน้ำกก สาย รวก โขง และประกาศแผนการที่ชัดเจนในการใช้กลไกความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง เพื่อยุติการทำลายสิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูแม่น้ำ และเยียวยาชดเชยประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากเหมืองแร่ของท่าน
.
และ 4.ขอให้รัฐบาลจีนจัดให้มีการลงพื้นที่ของคณะผู้ตรวจสอบร่วมจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตัวแทนประเทศไทย ไปยังพื้นที่เหมืองแร่ในเมียนมา อันเป็นแหล่งขุดแร่ธาตุต่างๆ ของจีน เช่น แร่หายาก ทองคำ แมงกานีส และตะกั่ว ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขา ได้แก่ แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโหลย เพื่อเป็นหลักประกันว่ามีการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมสากล และขอให้มีการเปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบจากการลงพื้นที่ต่อสาธารณะอย่างเร่งด่วนโดยทันที
.
ขณะที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ยืนยันว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเหตุการณ์การชุมนุมวานนี้ (6 ก.ค.) เป็นไปตามขั้นตอนตามกฎหมาย ยึดหลักยุทธวิธีตามหลักสากล และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนทุกฝ่าย เจ้าหน้าที่ตำรวจมิได้มีเจตนาใช้ความรุนแรงหรือทำร้ายประชาชนแต่อย่างใด
.
ด้านคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ (กป.อพช.ภาคเหนือ) ออกแถลงการณ์ถึงเหตุปะทะ จนผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ พร้อมยื่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ดังนี้ 1.ให้รัฐบาลจีนตรวจสอบกลุ่มทุนจีนที่ทำเหมืองแร่ในประเทศเมียนมา ซึ่งปล่อยสารพิษลงแม่น้ำ ต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น และให้รัฐบาลจีนดำเนินงานแก้ไขปัญหาตามที่ตั้งคณะกรรมการไว้แล้ว และเร่งดำเนินการตามข้อเรียกร้องเหล่านี้ ซึ่งมิใช่ความขัดแย้งของประชาชนจีนและประชาชนไทยแต่อย่างใด 2.เรายืนยันว่าการชุมชนโดยสันติเป็นการกระทำที่ถูกต้อง ตามเจตนาแห่งรัฐธรรมนูญ ตามหน้าที่และสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองไทย และ 3.เราขอประณามการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ ทำให้ประชาชนผู้ร่วมยื่นหนังสือได้รับบาดเจ็บ โดยเข้าข่ายความผิดโดยรัฐ และเร่งดำเนินกระบวนการเอาผิดต่อเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำความผิด ตามกระบวนการยุติธรรม เราจะติดตามเพื่อป้องกันการลอยนวลพ้นผิดการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐซ้ำๆ
.
เช่นเกียวกับคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) และภาคีเครือข่ายภาคประชาชน นัดรวมตัวแสดงพลัง “ที่นี่ประเทศไทยไม่ใช่เทียนอันเหมิน” แถลงข่าวและแถลงการณ์ ประณามรัฐบาลจีน และตำรวจไทยภายใต้รัฐบาลระบอบสีน้ำเงิน ใช้ความรุนแรงทำร้ายประชาชนบาดเจ็บจากการชุมนุมเมื่อวันที่ 6 ก.ค. จนมีคนแขนหัก หัวไหล่หลุด ขณะเรียกร้องให้รัฐบาลจีนแก้ปัญหามลพิษจากการทำเหมืองแร่ข้ามพรมแดน โดยนัดหมายชุมนุม อ่านแถลงการณ์หน้าสถานทูตจีน ถนนรัชดา กรุงเทพฯ ในวันพรุ่งนี้ (8 กรกฎาคม) เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป
.
พร้อมมีข้อเรียกร้องหลักคือ 1.ประณามและเรียกร้องความรับผิดชอบจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่ใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ และเยียวยาหรือชดใช้ความเสียหายต่อผู้บาดเจ็บอย่างเหมาะสมและได้สัดส่วน 2.จี้รัฐบาลจีนและไทย ต้องร่วมกันรับผิดชอบ และมีมาตรการจัดการกลุ่มทุนจีนข้ามชาติที่ก่อพิษรุนแรงทำลายแม่น้ำกก สาย รวก โขงอย่างจริงจัง
.
.
วันนอร์ ซัดเดือด กอ.รมน.ว่างงาน เด่นอยู่อย่างเดียวใช้ภาษี ยิงสส. จี้ยุบทิ้งได้แล้ว
https://www.matichon.co.th/politics/news_5795289
.
วันนอร์ ซัดเดือด กอ.รมน.ว่างงาน เด่นอยู่อย่างเดียวใช้ภาษี ยิงสส. จี้ยุบทิ้งได้แล้ว
.
วันที่ 7 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมกมธ.งบประมาณ 2570 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา ในฐานะกมธ.งบประมาณ กล่าวในที่ประชุมตอนหนึ่งว่า ขอเสนอแนะ 2 หน่วยงานคือสภาความมั่นคงแห่งชาติและกอ.รมน. โดยในสมช. ขอเอกสารของหน่วยงาน และมีคำถามว่า แผนงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ โครงการบูรณาการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่าในแผนมีทั้งคณะกรรมการ และอนุกรรมการ ถ้ากก.ทั้งหมดทำงานได้ผล ปัญหาภาคใต้ก็คงลดไปได้เยอะ แต่ไม่รู้ว่ากรรมการทั้งหมดยังทำงานอยู่หรือไม่ หรือมีอยู่หรือไม่ จึงขอรายชื่อคณะกรรมการแผนยุทธศาสตร์ 5 ชุด
.
ประกอบด้วย
.
1.คณะอนุกรรมการประสานงานแผนและเชื่อมโยง ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้แบบบูรณาการ
.
2. คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาจัดทำข้อเสนอแนวทางกระจายอำนาจ กำหนดรูปแบบการเมืองการปกครองที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
.
3. คณะอนุกรรมการจัดการด้านการศึกษาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
.
4. คณะอนุกรรมการพัฒนาความร่วมมือกับองค์กรที่เกี่ยวข้อง กับกำหนดท่าทีระหว่างประเทศเพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
.
5. คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนส่งเสริมพหุวัฒนธรรมจังหวัดชายแดนภาคใต้
.
ทั้ง 5 คณะขอรายชื่อ ผลงานที่ผ่านมา ว่าได้ดำเนินการอย่างไรไปแล้วบ้าง
.
นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ส่วนกอ.รมน. พบว่าภารกิจซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นๆทั้งนั้น คนก็ซ้ำซ้อนเอาคนหน่วยงานอื่นมาใช้ แล้วเบิกเบี้ยเลี้ยงเพิ่มเติม ภารกิจก็ซ้ำซ้อน กับสมช. ตร. ไม่แน่ใจว่าเหตุผลที่มีกอ.รมน.เพื่ออะไร ใช้งบหลายพันหรือเป็นหมื่นล้านคุ้มค่าหรือไม่
.
เดิมกอ.รมน. ภารกิจไม่มีอะไร แต่ปฏิวัติ 2549 มีรัฐบาลขึ้นมา ก็ไปสร้างภารกิจ ตั้งงบประมาณเยอะแยะ จึงเห็นด้วยว่าหน่วยงานที่ซ้ำซ้อนคืนงบประมาณให้หน่วยงานอื่นทำงานให้ดีขึ้น คืนคนหน่วยงานต่างๆที่อยู่ในภาคใต้ไปอยู่หน่วยงานเดิม
.
“ภารกิจที่เด่นๆของกอ.รมน. ผมยังไม่เห็นเลย เด่นอยู่อย่างเดียว ก็ 2-3 เดือนที่แล้วยิงสส.แล้วภารกิจยิงสส.เป็นหน้าที่ของกอ.รมน.หรือเปล่า จะปฏิเสธ บอกไม่ใช่ ก็จับได้แล้ว ขึ้นศาลอยู่ รถของกอ.รมน. ปืนของกอ.รมน. คนของกอ.รมน. ไม่รู้จะพูดอะไร นอกจากว่างงานไม่มีภารกิจ ก็เลยคิดอะไรที่ไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน มันน่าจะถึงเวลา พิจารณาไม่ใช่ตัดงบประมาณ แต่ตัดหน่วยงานที่ไม่เป็นจำเป็นออก รัฐจะได้เบาภาระ” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว
.
นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวอีกว่า ไปถามสส. 3 จังหวัดชายแดนใต้เขากลัวอะไรมากที่สุด เขากลัวกอ.รมน. ขนาดสส.ยังถูกยิง แล้วประชาชนจะหวังอะไร จากความมั่นคงของชาติ จากกอ.รมน. ที่ใช้ภาษีของประชาชนมาทำลายชีวิตผู้แทนของประชาชนที่เขาเลือกตั้งมา ท่านก็ไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้รู้จัก แต่ว่างงาน ไม่รู้จะทำอะไร
.
.
วีระ ชงยุบทิ้ง ปยป.สมัยบิ๊กตู่ เปรียบเป็นอะมีบา หน่วยงานไร้ภารกิจ ด้าน ผกก.หนุ่ย รับทราบ ข้อเสนอ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5795506
.
“วีระ” ชงยุบทิ้ง ปยป.สมัยบิ๊กตู่ เปรียบเป็นอะมีบา หน่วยงานไร้ภารกิจ ด้าน “ผกก.หนุ่ย” รับทราบ ข้อเสนอ
.
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ที่มี นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคภูมิใจไทย รองประธานกมธ.คนที่ 2 เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาภาพรวมของงบประมาณมาตรา 7 สำนักนายกรัฐมนตรี โดยช่วงหนึ่งได้มีการตั้งข้อสังเกตถึงการทำหน้าที่ของสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ปยป.) หน่วยงานในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี
.
โดย นายวีระ ธีระภัทรานนท์ สื่อมวลชนอาวุโส ในฐานะกมธ. กล่าวตอนหนึ่งว่า ป.ย.ป.เป็นหน่วยงานที่ยึดโยงอยู่กับการจัดทำรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ แผนการขับเคลื่อนปฎิรูปประเทศ และพวงการสร้างสามัคคีปรองดอง มาด้วย ซึ่งดูจากภารกิจ ต้องบอกว่า มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นทั้งนั้น ไม่มีภารกิจเฉพาะเป็นของตนเองเลย
.
“พูดแล้วไม่ต้องเสียกำลังใจนะ ผมคิดว่าน่าจะมีการยุบหน่วยงานนี้เลยด้วยซ้ำ แล้วถ่ายโอนข้าราชการในสำนักงาน ป.ย.ป. กลับไปอยู่ในหน่วยงานที่เขาทำงานได้อยู่แล้ว ถ้าปล่อยทิ้งไว้เรื่อยๆ ก็จะเป็นลักษณะเหมือนตัวอะมีบา ที่จะแบ่งเซลล์และค่อยๆ เพิ่มขึ้น ตอนนี้เซลล์ยังเล็กอยู่ เรามีคนแค่ 77 คน ซึ่งส่วนหนึ่งโยกมาจากที่อื่น ในเมื่อหน่วยงานอื่นทำได้ จะได้ตัดวงจรนี้”
.
“ยืนยันว่า ผมพูดโดยไม่ได้มีอคติอะไร แต่ต้องเรียนตามตรง ป.ย.ป.เป็นหน่วยงานหลังๆที่ตั้งขึ้นมา ซึ่งมีสถานะเป็นองค์การมหาชน หรือหน่วยงานที่ตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกา ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินงานมาถึงจุดที่สมควรได้รับการพิจารณายุบเลิก และ เท่าที่ผมดู ปยป.อยู่ในลิสต์ลำดับต้นๆ ของหน่วยงานที่ควรถูกยุบด้วย เรื่องนี้ต้องเข้าใจนะว่าผมคิดคนเดียว คนอื่นเข้าไม่คิดแบบผม ก็ทำงานต่อไป” นายวีระ กล่าว
.
ด้าน พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย รองผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ย.ป. ในฐานะผู้ชี้แจง ได้รับทราบข้อเสนอแนะให้ยุบสำนักงานป.ย.ป. หลังประธานในการประชุมแนะให้รับข้อเสนอของนายวีระ กลับไปพิจารณาด้วย
.
สำหรับสำนักงานป.ย.ป. เป็นหน่วยงานที่เกิดขึ้นจากคำสั่งคสช.ที่ 3 /2560 ในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อบูรณาการในการขับเคลื่อน 3 วาระสำคัญ ประกอบด้วย การปฏิรูปประเทศ, การวางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และยุทธศาสตร์ แผนต่างๆ ของประเทศได้