Dr. Slump & หนูน้อยอาราเล่ สู่ดราก้อนบอล



Dr. Slump สู่ดราก้อนบอล อิหยังวะ
.
จาก Dr. Slump (ดร.สลัมป์ กับหนูน้อยอาราเล่) สู่ Dragon Ball ถือเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการมังงะและอนิเมะของอาจารย์ อากิระ โทริยามะ (Akira Toriyama) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจากแนวตลกคอมเมดี้กวนๆ ไปสู่มหากาพย์แอ็กชันระดับตำนาน

นี่คือเส้นทางและจุดเชื่อมโยงที่น่าสนใจของการเปลี่ยนผ่านนี้ครับ:

1. ยุคแห่งความสำเร็จของ Dr. Slump (1980–1984)
ก่อนจะมีดราก้อนบอล อาจารย์โทริยามะโด่งดังเป็นพลุแตกจากเรื่อง Dr. Slump เมืองเพนกวิน เรื่องราวของด็อกเตอร์สติเฟื่อง เซมเบ้ โนริมากิ กับหุ่นยนต์เด็กผู้หญิงพลังช้างสารอย่าง อาราเล่

สไตล์: เน้นมุกตลกคาเฟ่ ตลกหน้าตาย การล้อเลียน (Parody) และความไร้เดียงสาแต่ทำลายล้างของอาราเล่

ความสำเร็จ: เรื่องนี้ทำให้คุณโทริยามะกลายเป็นนักเขียนการ์ตูนแถวหน้าและทำรายได้มหาศาล แต่หลังจากเขียนไปได้ 4 ปี อาจารย์เริ่มหมดมุกและรู้สึกเหนื่อยล้ากับกรอบของเมืองเพนกวิน จึงอยากจบเรื่องนี้

2. เงื่อนไขการจบเรื่อง สู่การกำเนิด Dragon Ball (1984)
ทางสำนักพิมพ์ Shueisha (นิตยสาร Shonen Jump) ไม่อยากให้จบเรื่องที่ทำเงินขนาดนี้ บรรณาธิการคู่บุญอย่าง คาซึฮิโกะ โทริชิมะ จึงยื่นเงื่อนไขว่า "จะยอมให้จบ Dr. Slump ก็ได้ แต่ต้องเริ่มเขียนเรื่องใหม่ภายใน 3 เดือน และต้องเป็นเรื่องที่ฮิตกว่าเดิม!"

อาจารย์โทริยามะจึงนำไอเดียจากเรื่องสั้นที่เคยเขียนอย่าง Dragon Boy และ The Adventures of Tongpoo มารวมกับวรรณกรรมจีนเรื่อง ไซอิ๋ว จนกลายมาเป็น Dragon Ball ในปลายปี 1984

ช่วงแรกของ Dragon Ball: ถ้าสังเกตดีๆ ดราก้อนบอลในช่วงแรก (ตอนโงกุนเด็ก) จะยังมีกลิ่นอาย แก๊กตลก และลายเส้นที่กลมๆ มนๆ คล้ายกับ Dr. Slump อยู่มาก ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นแนวต่อสู้สายหลัก (Shonen Battle) เต็มตัวในเวลาต่อมา

3. จักรวาลเดียวกัน! (The Crossover)
สิ่งที่เป็นตำนานและแฟนๆ จดจำมากที่สุดคือ ทั้งสองเรื่องนี้อยู่ในจักรวาลเดียวกัน และเคยมาเจอกันจริงๆ ในเนื้อเรื่องหลัก (Canon)

ศึกบลู general (Dragon Ball ตอนที่ 55–57): ระหว่างที่โงกุนกำลังต่อสู้และไล่ล่ากับผู้พันบลูแห่งกองทัพโบว์แดง บลูได้ใช้พลังจิตทำให้โงกุนตกจากเมฆสีทอง และทั้งคู่ก็ร่วงลงมาใน "หมู่บ้านเพนกวิน"

มิตรภาพสุดเพี้ยน: โงกุนได้พบกับอาราเล่, ด็อกเตอร์เซมเบ้, และกัสจัง อาราเล่โชว์ความเทพด้วยการซัดผู้พันบลูปลิวหายไปในพริบตา แถมยังช่วยโงกุนซ่อมเรดาร์ค้นหาดราก้อนบอลด้วยการให้ด็อกเตอร์เซมเบ้ช่วยดูให้ เป็นการครอสโอเวอร์ที่ลงตัวและน่ารักมากๆ

4. การพบกันอีกครั้งในยุคหลัง
ความสัมพันธ์ของสองเรื่องนี้ไม่ได้หยุดแค่ในอดีต เพราะในอนิเมะ Dragon Ball Super (ตอนที่ 69) อาราเล่และด็อกเตอร์เซมเบ้ก็ได้กลับมารับเชิญอีกครั้ง ในฉบับนี้อาราเล่โชว์พลัง "ตัวละครแก๊ก" ที่สามารถสู้กับเบจิต้าและโงกุนในร่างซูเปอร์ไซย่าบลูได้อย่างสูสี จนเบจิต้าถึงกับบ่นอุบว่า "ยอมแพ้พวกตัวละครตลกจากมังเกก้า (การ์ตูนแก๊ก) เถอะ กฎฟิสิกส์ใช้กับพวกนี้ไม่ได้!"

เกร็ดน่ารู้: บรรณาธิการ "โทริชิมะ" (ผู้ผลักดันทั้งสองเรื่อง) คือต้นแบบของตัวร้าย ดร. มาชิริโตะ ใน Dr. Slump ที่ชอบทำหน้าตาเจ้าเล่ห์และพูดคำติดปากว่า "ใช้ไม่ได้!" นั่นเองครับ
.
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่