ลงแต่งนิทานเรื่องทำไมจึงไม่ควรมีสุนัข นิทานเตือนใจให้มีสุนัขเมื่อพร้อม ลดปัญหาสังคมค่ะ

นิทานทำไมจึงไม่ควรมีสุนัข นิทานเตือนใจให้มีสุนัขเมื่อพร้อม
ลองดัดแปลงจากข่าว ถ้าไม่พร้อมไม่ควรเลี้ยงค่ะ

มียายคนหนึ่งชื่อยายมา
ยาย อายุมากและมีอาการสมองเสื่อม  แต่ชอบเลี้ยงสุนัขดุจดังเป็นทรัพย์ศฤงคารประดับฐานมี แต่ยายกลับไม่มีสัมมาทิฏฐิสักนิดนึงที่จะเลี้ยงสุนัขให้ดี
ยายเลี้ยงหมาพันธุ์อเมริกันพิทบูลเทอร์เรีย ชื่อเจ้ากัน แต่ยายสักแต่ว่าเลี้ยงเอาไว้ดูเฉยๆ ไม่ได้จะดูแลเจ้ากันให้ดีเลย

ไม่รู้ว่ายายมีทองที่บ้านรึเปล่า แต่ที่แน่ๆยายช่างแถเก่งระดับดารารางวัลตุ๊กตาทอง

ยายมีสันดานประจำตัวคือชอบเลี้ยงหมาแบบทิ้งๆขวัางๆ  ไม่เคยสอนน้องหมาให้อยู่ในระเบียบสักครั้ง

เวลาหมาเห่ารบกวนตอนกลางคืนจนชาวบ้านไม่ได้หลับไม่ได้นอน แต่ยายนอนสบายเพราะนอนเป็นคุณยายนิทรานอนสบายในห้องแอร์ เลยไม่ได้ยินเสียงหมาเห่า แต่คนอื่นจะหนวกหูได้ยินเสียงหมาเห่าทั้งคืนเพราะนอนห้องพัดลม ยายก็ไม่สนยายก็แถว่า หมาคนอื่นเห่า ยายนอนในบ้านตัวเองแท้ยังไม่ได้ยินเจ้ากันเก่าเลย ไม่ต้องหน้าด้านมาใสร้านยาย

ยายไม่ดูแลหมาไว้ในบ้านให้ดีทำรั้วบ้านให้ดีให้มันอยู่แต่ในบ้าน ปล่อยให้หมาแอบหนีไปกัดไก่ชาวบ้านจนตาย ยายก็แถว่า ไม่รู้ไม่เห็น ไม่มีหลักฐานอะไรฉันไม่ช่วยเหลือไม่ชดใช้ไม่รับผิดชอบอะไรทั้งนั้น


ยายสักแต่เลี้ยงขังหมาไว้ในบ้านแคบๆ ไม่เคยใส่สายจูงพาเจ้ากันออกมาเดินเล่นออกกำลังกายเลย
ทำให้มันเครียดชอบหนีออกมานอกบ้าน ขี้หน้าบ้านคนอื่น ตามเห่าตามไล่เด็ก เห่าไล่รถมอเตอร์ไซค์ที่ยังวิ่งผ่านหน้าผ่าน จนเกือบเกิดอุบัติเหตุ ชาวบ้านเดือดร้อนกันทั่วทั้งซอย

พอมีคนแจ้งความยายก็แถแบบขอไปทีกับเจ้าหน้าที่ว่าจะปรับปรุง แต่ต่อมาขายก็ยังทำสันดานแย่ๆแบบเดิม จนชาวบ้านเอือมระอา

หลายเดือนผ่านไปเหมือนยายมาจะป่วย เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านไม่ออกมาให้ใครเห็น คนเงียบหายแต่ชาวบ้านยิ่งเครียดหนักเพราะหมาดูจะอาละวาดมากกว่าเดิม นับวันมันยิ่งส่งเสียงร้องรบกวนชาวบ้าน หลายที่ที่มันเหมือนจะออกมาจากบ้านคุ้ยขยะหากินหน้าบ้านคนอื่น เพิ่มสิ่งสกปรกรบกวนชาวบ้านมากขึ้น

เพื่อนบ้านก็สังเกตุเห็นมันดูผอมโทรมาลงมากเหมือนขาดการดูแลอย่างรุนแรง เลยตัดสินใจ โทรตามหลานยายมาให้มาดูแลยายกับเจ้ากันหน่อย

พอหลานมาถึงก็คิดเหมือนชาวบ้านว่า เจ้ากันเหมือนป่วยเหมือนไม่ได้กินข้าวหลายวัน เลยร้องหาอาหาร กับคุ้ยขยะหากินเอง พอไปคุยกับยายมา นานมาก็เหมือนมีอาการสมองเสื่อม ถามอะไรก็ตอบไม่ตรงคำถาม ถามว่าให้อาการเจ้ากันบ้างไหมยายก็บอกเหมือนคนสมองพังว่า ไม่รู้ไม่รู้จะให้ไม่ให้มันเรื่องของหมา ข้าเป็นคนขี้เกียจสนใจมันแล้ว

หลานยายได้ฟังก็คิดเลยว่า ยายคงสมองเสื่อม ความจำเลอะเลือน และน้องหมาคงไม่ได้กินข้าวเลยอาการแย่แบบนี้ ต้องพาไปพบแพทย์รักษาแล้ว
แต่ยายมาก็ยังดื้อรั้นใส่หลานยังไม่ยอมไปรักษา
หลานจึงได้แต่บอกชาวบ้านว่า จะกลับไปปรึกษาญาติผู้ใหญ่คนอื่นก่อน เดี๋ยวคราวหน้าค่อยพายายมาไปรักษาตัว กับพาเจ้ากันไปดูแล

วันต่อมานายมาได้ออกไปซื้อของและกำลังจะเดินทางกลับบ้าน วันนั้นเหมือนเป็นวันที่ถึงเวลาที่สวรรค์กำลังจะได้ลงโทษยายมาสักที ระหว่างเดินเข้ามาในซอย ยายมาเดินผ่านบ้านหลังหนึ่ง แล้วได้พอเห็นน้องหมา พันธุ์อเมริกันพิทบูลเทอร์เรีย รูปพรรณสันฐาน ขนสีน้ำตาลเหมือนกับเจ้ากันไม่ต่างจากเป็นฝาแฝดกันเลย

ด้วยเพราะกรรมซัดกับซ้ำเติม โรคเก่ากำเริบ ยายเลยมีอาการสมองเสื่อม ความจำผิดเพี้ยนจากโลกแห่งความเป็นจริง คิดว่าน้องหมาบ้านนี้คือเจ้ากัน และหลงผิดคิดว่าบ้านนี้คือบ้านของนายเอง

น้องหมาเห่าไล่นานมา ยายก็โมโหด่ามันตอบว่า เอ็งบังอาจเห่าใส่ข้า ที่เป็นนายเอ็งเหรอเดี๋ยวเจอดี
พอจะใช้กุญแจเปิดประตูเข้าไปแต่เข้าไปไม้ได้ ยายก็หลงๆลืมๆบ่นว่า ทำไมกุญแจเสียเข้าบ้านตัวเองไม่ได้วะ ด้วยความที่ยายป่วยเลยเห็นผิดเป็นชอบปีนรั้วบ้านคนอื่นเข้าไปในบ้านเขา

น้องหมาบ้านนี้เห็นยายแอบปีนรั้วเข้ามา บวกกับ วันนี้คงเป็นวันที่ยายมีดวงถึงฆาต คนในบ้านนี้เลยออกไปทำงานกันหมดไม่มีใครอยู่ดูแลหมา ช่วยห้ามน้องหมา น้องเลยทำตามสัญชาตญาณ ทะลุทะลวง กัดยายมาอย่าง โหดเหี้ยมเติมสปีด จนยายมาเสียชีวิต แบบไม่มีใครเสียใจกับการตายของยายมา ที่เรียกว่า เดินทางมาให้น้องหมาพิทบูลกัดจนตายเปล่า จะเรียกร้องเอาผิดใครก็ไม่ได้ เพราะยายมาบุกรุกปีนเข้ามาที่บ้านคนอื่นเอง

นิทานเรื่องนี้สอน ว่าอย่าเชื่อคำโลกสวยว่า สุนัขน่ารักสำหรับทุกคน อยากเลี้ยวก็เลี้ยงไปเถอะ ทำตัวตามสบายไม่ต้องคิดอะไรถ้าจะเลี้ยงสุนัข ทุกบ้านต้องมีสุนัขไว้เฝ้าบ้าน แต่โลกเเห่งความจริงไม่ได้สวยงามดังนิทานเล่มละสิบบาท การเลี้ยงสุนัขต้องมาพร้อมกับความรัก และความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ ถ้าสักแต่จะเลี้ยงเอาประโยชน์จากสุนัขไปวันๆก็ไม่ควรจะมีสุนัขค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่