"หมอคณิตคะ... หนูอยากดึงหน้า"

มีคนไข้คนหนึ่ง อายุเพิ่งเข้าเลข 4 เดินเข้ามาในห้องตรวจ
ยังไม่ทันนั่ง เขาก็พูดขึ้นมาทันที   " หมอคะ หนูอยากดึงหน้า "
หมอถามกลับว่า   "ทำไมถึงคิดว่าต้องดึงหน้าครับ"
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดรูปเซลฟี่ให้หมอดู

" หนูรู้สึกว่าหนูแก่ค่ะ เวลาถ่ายรูปหน้าดูโทรม ดูไม่สดใส ใต้ตาลึก ร่องแก้มก็เริ่มมา "
ระหว่างที่เขาพูด หมอก็มองใบหน้าไปด้วย
แต่ยิ่งดู...หมอกลับยิ่งรู้สึกว่า  คนไข้คนนี้ยังไม่ถึงเวลาต้องดึงหน้า
เพราะเวลาจะพิจารณาว่าใครเหมาะกับการผ่าตัดดึงหน้า หมอไม่ได้ดูว่าอายุเท่าไหร่
แต่ดูว่า ใบหน้าหย่อนคล้อยมากแค่ไหน

สำหรับคนไข้คนนี้ 
- กรอบหน้ายังชัด 
- แก้มยังไม่ตก
- เหนียงแทบไม่มี 
- ลำคอก็ยังตึงดี
สิ่งที่ทำให้เขาดูโทรม ไม่ใช่เพราะ "หน้าหย่อนคล้อย"
แต่เป็นเพราะใต้ตาลึก ผิวดูอ่อนล้า และปริมาตรของใบหน้าบางส่วนเริ่มลดลงตามวัย
หมอจึงบอกเขาตรง ๆ ว่า  " หมอยังไม่แนะนำให้ดึงหน้าครับ "
คนไข้ดูแปลกใจ   "แต่หนูตั้งใจมาเพื่อผ่าตัดเลยนะคะ"

หมอจึงอธิบายว่า   การดึงหน้า มีหน้าที่แก้ ความหย่อนคล้อย
ถ้าปัญหาหลักยังไม่ใช่ความหย่อนคล้อย ต่อให้ผ่าตัด ผลลัพธ์ก็อาจไม่เปลี่ยนมากอย่างที่คาดหวัง
และสุดท้าย คนที่เสียใจที่สุดก็คือคนไข้
หลายคนเข้าใจว่า...ยิ่งทำเร็ว ยิ่งดี  แต่ในความเป็นจริง
การผ่าตัดที่ถูกเวลา สำคัญกว่าการผ่าตัดให้เร็ว

บางคนอายุเพียง 45 ปี แต่ใบหน้าหย่อนมากจากพันธุกรรมหรือการลดน้ำหนัก จึงเหมาะกับการดึงหน้า
ในขณะที่บางคนอายุเกิน 50 ปีแล้ว แต่ผิวยังตึง เนื้อเยื่อยังดี ก็อาจยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัด
สุดท้าย คนไข้คนนั้นไม่ได้ดึงหน้า   หมอแนะนำให้รักษาปัญหาที่เป็นต้นเหตุจริง ๆ ก่อน

หลายเดือนผ่านไป  คนไข้กลับมาติดตามผล  พร้อมรอยยิ้มและประโยคที่หมอจำได้ไม่ลืม
"ดีนะคะที่วันนั้นหมอไม่รีบผ่าตัดให้หนู"

ประโยคนี้ทำให้หมอยิ่งเชื่อว่า...
หน้าที่ของศัลยแพทย์ ไม่ใช่การทำให้คนไข้ทุกคนได้ผ่าตัด
แต่คือการบอกความจริงว่า "วันนี้ คุณจำเป็นต้องผ่าตัดหรือยัง"

เพราะการรักษาที่ดีที่สุด ไม่ใช่การรักษาที่แพงที่สุด หรือใหญ่ที่สุด
แต่คือการรักษาที่ตรงกับปัญหาของคนไข้ในเวลาที่เหมาะสม

บางครั้ง...สิ่งที่ดีที่สุดที่หมอทำให้คนไข้ได้  อาจไม่ใช่การ "ผ่าตัด"
แต่คือการ "บอกว่ายังไม่ต้องผ่าตัด"  ครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่