พริษฐ์ เหน็บนายกฯ อย่าลืม ‘ดีอี-มหาดไทย’ ผลงานโลกลืมไม่ลง จี้ กกต.-DSI อย่าเป่าคดีฮั้ว สว.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5794999
.

.
‘พริษฐ์’ เหน็บ ‘นายกฯ’ อย่าลืม ‘รมต.ดีอี-มหาดไทย’ มี ผลงานโลกลืมไม่ลง ซัด 2 ปี สว.ผลงานประจักษ์ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ไม่ใช่ประโยชน์ต่อปชช. จี้ ‘กกต.-DSI’ อย่าเป่าคดีฮั้ว สว. ถาม ทำไมปล่อยให้คดีล่วงเลยมานาน
.
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นาย
พริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่วุฒิสภาเตรียมจะจัดแถลงผลงานการดำเนินงานวุฒิสภาครบ 2 ปี มองเรื่องนี้อย่างไร ว่า ต้องถามว่าผลงาน 2 ปีของส.ว. ถามในมุมมองของใคร หากถามในมุมของประชาชน หลายคนคงตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดล่วงเลยมาถึง 2 ปี หลังจากการเลือก ส.ว. ที่มีประเด็นเกี่ยวข้องกับการฮั้วส.ว. หรือกระบวนการได้มา ซึ่งประชาชนตั้งคำถามว่าอาจจะไม่สุจริต ทำไมถึงยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร เข้าใจว่าตอนนี้ขั้นตอนค้างอยู่ที่ 2 ส่วนคือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะมีมติเมื่อต้นเดือนกันยายนนี้ว่าจะส่งเรื่องไปที่ศาลหรือไม่
.
นาย
พริษฐ์ กล่าวต่อว่า ตนขอยืนยันอีกครั้งว่ากกต. ควรจะส่งเรื่องทั้งหมดไปที่ศาลตามมติของคณะไต่สวนชุดที่ 26 ขณะที่อีกส่วนอยู่ที่ กรมสอบสวนพิเศษ (DSI) ตอนนี้เรามีความกังวลใจว่า DSI กำลังชะลอการพิจารณาเรื่องนี้ เพื่อรอมติของกกต.หรือไม่ หลายคนก็กังวลว่าถ้ากกต.มีการเป่าคดี ทาง DSI จะมีการใช้การเป่าคดีของกกต. มาเป็นหลังพิงข้ออ้าง ไม่ดำเนินการตรวจสอบต่อของฝ่าย DSI หรือไม่ หวังว่าจะไม่เป็นเช่นนั้น เราต้องการให้ 2 เส้นทางนี้เดินหน้าเต็มที่ต่อไป และแน่นอนว่าครบรอบ 2 ปี ส.ว. ต้องตั้งคำถามว่าการดำเนินการที่ผ่านมาทำไมถึงล่วงเลยมานานขนาดนี้
.
“
หากพูดถึงผลงานที่ไม่ใช่ในสายตาประชาชน แต่ในสายตาระบอบสีน้ำเงิน ผมคิดว่าผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ของส.ว.ต่อระบอบสีน้ำเงิน คงไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน นั่นคือการเดินหน้าตั้งคนที่ไปอยู่ในองค์กรอิสระ ตอนนี้เข้าใจว่าส.ว.ชุดปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นส.ว.ที่อยู่ในสำนวนคดีฮั้วส.ว. ที่อย่างน้อยได้ตั้งคน กกต.ต่อไปแล้วอย่างน้อย 4-7 คน ป.ป.ช.อย่างน้อย 4-9 คน และดูว่าเหมือนจะเดินหน้าตั้งต่อไป ถึงแม้ว่าจะเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วส.ว.อยู่ ถือว่าเป็นสิ่งที่เรามีความกังวลใจ โดยเฉพาะก่อนหน้านี้ส.ว.เดินหน้าตั้ง กกต. ที่เป็นองค์กรที่ต้องมาตรวจสอบส.ว.เอง ซึ่งก็เป็นข้อกังวลและการหาผลประโยชน์ทับซ้อนอยู่” นาย
พริษฐ์ กล่าว
.
เมื่อถามว่า อยากฝากถึงอนาคตของส.ว.หรือไม่ว่าอยากให้ทำหน้าที่เป็นเช่นไร นาย
พริษฐ์ กล่าวว่า ตอนนี้เราต้องมองไปที่เรื่องของการดำเนินการตรวจสอบ ในฝั่งของกกต.และ DSI มากกว่า ว่าจะได้ตรวจสอบเรื่องฮั้วส..อย่าง รวดเร็วและตรงไปตรงมาหรือไม่
.
เมื่อถามถึง กรณีเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านา นาย
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาพูดว่า อาจมีบางคนที่เป็นรัฐมนตรีโลกลืม ว่า ตนเห็นด้วยว่ามีรัฐมนตรีที่อาจเข้าข่ายรัฐมนตรีโลกลืมจริง ที่อาจไม่ได้เห็นผลงานเป็นที่ประจักษ์ แต่ในอีกมุมนอกจากรัฐมนตรีโลกลืมแล้ว ตนอยากจะบอกนายกรัฐมนตรีว่า อย่าลืมรัฐมนตรีบางคนที่ผลงานโลกลืมไม่ลงจริง ๆ อาทิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่มีผลงาน TH-AI Passport เต็มไปด้วยข้อพิรุธและยังไม่ได้รับการแก้ไข หรือแม้กระทั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ถูกตั้งคำถาม และกำลังตรวจสอบเรื่องการทุจริตท้องถิ่น อย่างรวดเร็วเพียงพอหรือไม่ จะสามารถสาวไส้ไปถึงผู้บงการได้หรือไม่ หรือจะตรวจสอบได้เพียงแค่ระดับปฏิบัติการ ดังนั้น จึงไม่อยากให้นายกรัฐมนตรีลืมรัฐมนตรีดีอีฯ และรัฐมนตรีมหาดไทยด้วย
.
.
พริษฐ์ เผยฝ่ายค้านเหมา 3 กระทู้สด จี้ถามปธ.สภา คำร้องยื่นศาลไต่สวนป.ป.ช. คดีศักดิ์สยามซุกหุ้น ถึงไหนแล้ว
https://www.matichon.co.th/politics/news_5794999
.
‘พริษฐ์’ เผยสัปดาห์นี้ ‘ฝ่ายค้าน’ เหมา 3 กระทู้สดถาม รมต. ซัดไม่มาตอบกระทู้ อ้างติดภารกิจฟังไม่ขึ้น เหน็บอาจต้องเริ่มแก้จาก ‘นายกฯ’ ให้มาตอบก่อน ชี้ ‘โสภณ’ ไม่กระตือรือร้นหารือวิป 3 ฝ่ายจัดวาระประชุมร่วมใหม่ หลังแก้ รธน.ทั้งฉบับไม่เข้า เหตุมีวาระตัดอำนาจ ‘ปธ.รัฐสภา’ ตั้ง กก.ไต่สวน ป.ป.ช. ถามคำร้องยื่นศาลฎีกาไต่สวน ป.ป.ช. คดี ‘ศักดิ์สยาม’ ซุกหุ้น ถึงไหนแล้ว
.
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นาย
พริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์นี้ว่า วันที่ 8 กรกฎาคม จะมีเรื่องที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอเข้ามา และเรื่องที่ ส.ว.มีการแก้ไขเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือว่าด้วยเรื่องของนิรโทษกรรม หลังจากนั้นคงต้องรอดูว่าจะไปถึงวาระอะไรเพิ่มเติม ขณะที่วันที่ 9 กรกฎาคม ก็จะมีรายงานของ 5 หน่วยงาน รวมถึงมีกระทู้ ซึ่งในส่วนของกระทู้สดสัปดาห์นี้นั้น ทั้ง 3 กระทู้อาจจะเป็นของพรรคฝ่ายค้าน หลังจากกระทู้ที่ตนจะถามเองเกี่ยวกับเรื่องคดีฮั้ว ส.ว.เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่ได้มาตอบ ดังนั้น สัปดาห์นี้จึงทำให้ทั้ง 3 กระทู้เป็นของพรรคฝ่ายค้าน
.
เมื่อถามว่า การที่รัฐมนตรีไม่มาตอบเมื่อสัปดาห์ที่แล้วอยากเน้นย้ำอะไรบ้าง นาย
พริษฐ์กล่าวว่า คาดหวังให้รัฐมนตรีทุกคนทราบว่าหน้าที่ของตัวเองตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญคือต้องรับผิดชอบต่อสภา ซึ่งการรับผิดชอบต่อสภาที่เป็นรูปธรรมอย่างหนึ่งคือการมาตอบทั้งกระทู้สด กระทู้ทั่วไป และกระทู้แยกเฉพาะในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกระทู้สดมีการนัดหมายกันล่วงหน้าแล้ว ดังนั้น การอ้างว่าติดภารกิจอะไรที่นัดหมายล่วงหน้า คิดว่าเป็นเหตุผลที่อาจจะฟังไม่ขึ้น เพราะรัฐมนตรีควรจะทราบอยู่แล้วว่าในช่วง 10.30-12.00 น. ของวันพฤหัสบดีจะมีการถามกระทู้สด
.
“
ผมชวนคิดว่าอีกเหตุผลหนึ่งที่รัฐมนตรีหลายคนอาจไม่มาตอบกระทู้ เป็นเพราะเขามองไปที่ผู้นำของเขา แล้วสังเกตเห็นหรือไม่ว่านายกรัฐมนตรีเองก็ไม่เคยมาตอบกระทู้สดเลย ไม่ว่าจะในฐานะนายกรัฐมนตรี หรือแม้กระทั่งในบางประเด็นที่เราเคยถามเกี่ยวกับการบริหารกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะในกรมการปกครอง นายกรัฐมนตรีก็ไม่เคยมาตอบ ดังนั้น คิดว่าวิธีการที่จะทำให้รัฐมนตรีทุกคนเห็นความสำคัญของการมาตอบกระทู้ในสภา คือการที่ผู้บริหารสูงสุดนั่นคือนายกฯ ต้องแสดงให้เห็นว่าตัวเองรับผิดชอบต่อสภาให้ได้ด้วยเช่นกัน” นาย
พริษฐ์กล่าว
.
นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า ส่วนกระทู้สดทั้ง 3 เรื่องของฝ่ายค้านตามข้อบังคับ เราจะแจ้งช่วงเช้าวันพฤหัสบดี เพราะส่วนหนึ่งเราคงต้องรอดูมติ พ.ร.บ.ที่อาจจะเกิดขึ้นในวันนี้ รวมถึงเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วง 1 วันข้างหน้าด้วย แต่หัวข้อที่เตรียมไว้หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็แน่นอนว่าเป็นหัวข้อที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่
.
เมื่อถามว่า เสียดายหรือไม่ที่สัปดาห์นี้ไม่มีการประชุมรัฐสภา นาย
พริษฐ์กล่าวว่า เดิมประธานรัฐสภาเคยนัดประชุมร่วมอย่างไม่เป็นทางการไว้ช่วงวันที่ 7-8 กรกฎาคม เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม หมวด 15/1 เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่เมื่อทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าควรรอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาสังคมเพื่อพิจารณาพร้อมกัน ดังนั้น สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นประธานรัฐสภาควรนัดประชุมวิป 3 ฝ่ายเพื่อหารือร่วมกันและดูวาระอื่นที่ยังค้างการพิจารณาของการประชุมร่วมรัฐสภาอยู่ แต่ประธานรัฐสภาก็ไม่ได้มีการนัดหมาย
.
นาย
พริษฐ์กล่าวต่อว่า ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุผลหนึ่งที่ประธานรัฐสภาไม่มีความกระตือรือร้นในการนัดทุกฝ่ายมาหารือ เพราะวาระหนึ่งที่ค้างอยู่ในการประชุมเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา มาตรา 236 เพื่อให้ตัดดุลพินิจหรืออำนาจของประธานรัฐสภา ในการปัดตกคำร้องของสมาชิกรัฐสภาหรือภาคประชาชน ที่ร้องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ ซึ่งมาตรานี้เป็นการเปิดช่องให้รัฐบาลและ ป.ป.ช.สามารถฮั้วกันได้ หาก ป.ป.ช.ไม่สามารถตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างเต็มที่ วันหนึ่งภาคประชาชนยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ในกรณีดังกล่าวก็อาจทำให้รัฐบาลอาศัยมือของประธานรัฐสภาที่มาจากพรรคเดียวกันปัดตกคำร้องดังกล่าว ดังนั้น จึงมองว่าการที่ประธานรัฐสภาไม่นัดหารือร่วมกันของวิป 3 ฝ่ายเป็นเพราะเรื่องนี้หรือไม่
.
เมื่อถามถึงคำร้องของพรรคฝ่ายค้านและ ส.ว.บางส่วนที่ขอให้ประธานรัฐสภายื่นคำร้องต่อศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในกรณีที่มีการยกคำร้องคดีซุกหุ้นของนาย
ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพริษฐ์กล่าวว่า อยากทราบว่าขณะนี้ถึงไหนแล้ว เพราะยื่นไปหลายสัปดาห์แล้ว การตรวจรายชื่อก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว รอแค่ประธานรัฐสภาว่าจะส่งต่อไปยังศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะกรรมการอิสระ หรือปัดตกคำร้องดังกล่าว แม้ข้อบังคับจะไม่กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน แต่ในอดีตคำร้องที่ส่งให้ประธานรัฐสภาพิจารณาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของ ป.ป.ช.ใช้เวลาแค่ 6 สัปดาห์ จึงมองว่านาย
โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ก็ไม่ควรใช้เวลามากกว่านั้น
.
“
หากมองว่ากรอบเวลา 6 สัปดาห์ก็คาดว่าน่าจะสิ้นสุดในเร็วๆ นี้ จึงอยากเรียกร้องขอความชัดเจนว่าจะตัดสินใจได้เมื่อไหร่ เพื่อส่งคำร้องไปยังศาลฎีกาหรือปัดตก และหวังว่าท่านจะไม่ปัดตก เพราะบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าหากมีเพียงเหตุอันควรสงสัย ไม่ได้ฟันธงว่า ป.ป.ช.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แค่มีเหตุอันควรสงสัยก็ต้องส่งไปศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระก็รอคำตอบจากประธานรัฐสภาอยู่ ประธานรัฐสภาควรจะตัดสินใจได้ภายในสมัยประชุมนี้ แม้จะอยู่นอกสมัยประชุมแล้ว ไม่ได้เป็นเหตุให้ไม่ตัดสินใจแล้ว เพราะเรื่องนี้ควรจะตัดสินใจได้ ในสมัยประชุมนี้ซึ่งก็เหลืออีกแค่ 1 สัปดาห์” นาย
พริษฐ์กล่าว
JJNY : พริษฐ์เหน็บ อย่าลืม‘ดีอี-มท.’│พริษฐ์จี้ถามปธ.สภายื่นศาล│พริษฐ์น้อมรับ คะแนนนิยม‘ปชน.’ลด│เวิลด์แบงก์คาดศก.จีนชะลอ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5794999
.
.
‘พริษฐ์’ เหน็บ ‘นายกฯ’ อย่าลืม ‘รมต.ดีอี-มหาดไทย’ มี ผลงานโลกลืมไม่ลง ซัด 2 ปี สว.ผลงานประจักษ์ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ไม่ใช่ประโยชน์ต่อปชช. จี้ ‘กกต.-DSI’ อย่าเป่าคดีฮั้ว สว. ถาม ทำไมปล่อยให้คดีล่วงเลยมานาน
.
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่วุฒิสภาเตรียมจะจัดแถลงผลงานการดำเนินงานวุฒิสภาครบ 2 ปี มองเรื่องนี้อย่างไร ว่า ต้องถามว่าผลงาน 2 ปีของส.ว. ถามในมุมมองของใคร หากถามในมุมของประชาชน หลายคนคงตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดล่วงเลยมาถึง 2 ปี หลังจากการเลือก ส.ว. ที่มีประเด็นเกี่ยวข้องกับการฮั้วส.ว. หรือกระบวนการได้มา ซึ่งประชาชนตั้งคำถามว่าอาจจะไม่สุจริต ทำไมถึงยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร เข้าใจว่าตอนนี้ขั้นตอนค้างอยู่ที่ 2 ส่วนคือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะมีมติเมื่อต้นเดือนกันยายนนี้ว่าจะส่งเรื่องไปที่ศาลหรือไม่
.
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ตนขอยืนยันอีกครั้งว่ากกต. ควรจะส่งเรื่องทั้งหมดไปที่ศาลตามมติของคณะไต่สวนชุดที่ 26 ขณะที่อีกส่วนอยู่ที่ กรมสอบสวนพิเศษ (DSI) ตอนนี้เรามีความกังวลใจว่า DSI กำลังชะลอการพิจารณาเรื่องนี้ เพื่อรอมติของกกต.หรือไม่ หลายคนก็กังวลว่าถ้ากกต.มีการเป่าคดี ทาง DSI จะมีการใช้การเป่าคดีของกกต. มาเป็นหลังพิงข้ออ้าง ไม่ดำเนินการตรวจสอบต่อของฝ่าย DSI หรือไม่ หวังว่าจะไม่เป็นเช่นนั้น เราต้องการให้ 2 เส้นทางนี้เดินหน้าเต็มที่ต่อไป และแน่นอนว่าครบรอบ 2 ปี ส.ว. ต้องตั้งคำถามว่าการดำเนินการที่ผ่านมาทำไมถึงล่วงเลยมานานขนาดนี้
.
“หากพูดถึงผลงานที่ไม่ใช่ในสายตาประชาชน แต่ในสายตาระบอบสีน้ำเงิน ผมคิดว่าผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ของส.ว.ต่อระบอบสีน้ำเงิน คงไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน นั่นคือการเดินหน้าตั้งคนที่ไปอยู่ในองค์กรอิสระ ตอนนี้เข้าใจว่าส.ว.ชุดปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นส.ว.ที่อยู่ในสำนวนคดีฮั้วส.ว. ที่อย่างน้อยได้ตั้งคน กกต.ต่อไปแล้วอย่างน้อย 4-7 คน ป.ป.ช.อย่างน้อย 4-9 คน และดูว่าเหมือนจะเดินหน้าตั้งต่อไป ถึงแม้ว่าจะเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วส.ว.อยู่ ถือว่าเป็นสิ่งที่เรามีความกังวลใจ โดยเฉพาะก่อนหน้านี้ส.ว.เดินหน้าตั้ง กกต. ที่เป็นองค์กรที่ต้องมาตรวจสอบส.ว.เอง ซึ่งก็เป็นข้อกังวลและการหาผลประโยชน์ทับซ้อนอยู่” นายพริษฐ์ กล่าว
.
เมื่อถามว่า อยากฝากถึงอนาคตของส.ว.หรือไม่ว่าอยากให้ทำหน้าที่เป็นเช่นไร นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตอนนี้เราต้องมองไปที่เรื่องของการดำเนินการตรวจสอบ ในฝั่งของกกต.และ DSI มากกว่า ว่าจะได้ตรวจสอบเรื่องฮั้วส..อย่าง รวดเร็วและตรงไปตรงมาหรือไม่
.
เมื่อถามถึง กรณีเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาพูดว่า อาจมีบางคนที่เป็นรัฐมนตรีโลกลืม ว่า ตนเห็นด้วยว่ามีรัฐมนตรีที่อาจเข้าข่ายรัฐมนตรีโลกลืมจริง ที่อาจไม่ได้เห็นผลงานเป็นที่ประจักษ์ แต่ในอีกมุมนอกจากรัฐมนตรีโลกลืมแล้ว ตนอยากจะบอกนายกรัฐมนตรีว่า อย่าลืมรัฐมนตรีบางคนที่ผลงานโลกลืมไม่ลงจริง ๆ อาทิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่มีผลงาน TH-AI Passport เต็มไปด้วยข้อพิรุธและยังไม่ได้รับการแก้ไข หรือแม้กระทั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ถูกตั้งคำถาม และกำลังตรวจสอบเรื่องการทุจริตท้องถิ่น อย่างรวดเร็วเพียงพอหรือไม่ จะสามารถสาวไส้ไปถึงผู้บงการได้หรือไม่ หรือจะตรวจสอบได้เพียงแค่ระดับปฏิบัติการ ดังนั้น จึงไม่อยากให้นายกรัฐมนตรีลืมรัฐมนตรีดีอีฯ และรัฐมนตรีมหาดไทยด้วย
.
.
พริษฐ์ เผยฝ่ายค้านเหมา 3 กระทู้สด จี้ถามปธ.สภา คำร้องยื่นศาลไต่สวนป.ป.ช. คดีศักดิ์สยามซุกหุ้น ถึงไหนแล้ว
https://www.matichon.co.th/politics/news_5794999
.
‘พริษฐ์’ เผยสัปดาห์นี้ ‘ฝ่ายค้าน’ เหมา 3 กระทู้สดถาม รมต. ซัดไม่มาตอบกระทู้ อ้างติดภารกิจฟังไม่ขึ้น เหน็บอาจต้องเริ่มแก้จาก ‘นายกฯ’ ให้มาตอบก่อน ชี้ ‘โสภณ’ ไม่กระตือรือร้นหารือวิป 3 ฝ่ายจัดวาระประชุมร่วมใหม่ หลังแก้ รธน.ทั้งฉบับไม่เข้า เหตุมีวาระตัดอำนาจ ‘ปธ.รัฐสภา’ ตั้ง กก.ไต่สวน ป.ป.ช. ถามคำร้องยื่นศาลฎีกาไต่สวน ป.ป.ช. คดี ‘ศักดิ์สยาม’ ซุกหุ้น ถึงไหนแล้ว
.
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์นี้ว่า วันที่ 8 กรกฎาคม จะมีเรื่องที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอเข้ามา และเรื่องที่ ส.ว.มีการแก้ไขเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือว่าด้วยเรื่องของนิรโทษกรรม หลังจากนั้นคงต้องรอดูว่าจะไปถึงวาระอะไรเพิ่มเติม ขณะที่วันที่ 9 กรกฎาคม ก็จะมีรายงานของ 5 หน่วยงาน รวมถึงมีกระทู้ ซึ่งในส่วนของกระทู้สดสัปดาห์นี้นั้น ทั้ง 3 กระทู้อาจจะเป็นของพรรคฝ่ายค้าน หลังจากกระทู้ที่ตนจะถามเองเกี่ยวกับเรื่องคดีฮั้ว ส.ว.เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่ได้มาตอบ ดังนั้น สัปดาห์นี้จึงทำให้ทั้ง 3 กระทู้เป็นของพรรคฝ่ายค้าน
.
เมื่อถามว่า การที่รัฐมนตรีไม่มาตอบเมื่อสัปดาห์ที่แล้วอยากเน้นย้ำอะไรบ้าง นายพริษฐ์กล่าวว่า คาดหวังให้รัฐมนตรีทุกคนทราบว่าหน้าที่ของตัวเองตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญคือต้องรับผิดชอบต่อสภา ซึ่งการรับผิดชอบต่อสภาที่เป็นรูปธรรมอย่างหนึ่งคือการมาตอบทั้งกระทู้สด กระทู้ทั่วไป และกระทู้แยกเฉพาะในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกระทู้สดมีการนัดหมายกันล่วงหน้าแล้ว ดังนั้น การอ้างว่าติดภารกิจอะไรที่นัดหมายล่วงหน้า คิดว่าเป็นเหตุผลที่อาจจะฟังไม่ขึ้น เพราะรัฐมนตรีควรจะทราบอยู่แล้วว่าในช่วง 10.30-12.00 น. ของวันพฤหัสบดีจะมีการถามกระทู้สด
.
“ผมชวนคิดว่าอีกเหตุผลหนึ่งที่รัฐมนตรีหลายคนอาจไม่มาตอบกระทู้ เป็นเพราะเขามองไปที่ผู้นำของเขา แล้วสังเกตเห็นหรือไม่ว่านายกรัฐมนตรีเองก็ไม่เคยมาตอบกระทู้สดเลย ไม่ว่าจะในฐานะนายกรัฐมนตรี หรือแม้กระทั่งในบางประเด็นที่เราเคยถามเกี่ยวกับการบริหารกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะในกรมการปกครอง นายกรัฐมนตรีก็ไม่เคยมาตอบ ดังนั้น คิดว่าวิธีการที่จะทำให้รัฐมนตรีทุกคนเห็นความสำคัญของการมาตอบกระทู้ในสภา คือการที่ผู้บริหารสูงสุดนั่นคือนายกฯ ต้องแสดงให้เห็นว่าตัวเองรับผิดชอบต่อสภาให้ได้ด้วยเช่นกัน” นายพริษฐ์กล่าว
.
นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า ส่วนกระทู้สดทั้ง 3 เรื่องของฝ่ายค้านตามข้อบังคับ เราจะแจ้งช่วงเช้าวันพฤหัสบดี เพราะส่วนหนึ่งเราคงต้องรอดูมติ พ.ร.บ.ที่อาจจะเกิดขึ้นในวันนี้ รวมถึงเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วง 1 วันข้างหน้าด้วย แต่หัวข้อที่เตรียมไว้หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็แน่นอนว่าเป็นหัวข้อที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่
.
เมื่อถามว่า เสียดายหรือไม่ที่สัปดาห์นี้ไม่มีการประชุมรัฐสภา นายพริษฐ์กล่าวว่า เดิมประธานรัฐสภาเคยนัดประชุมร่วมอย่างไม่เป็นทางการไว้ช่วงวันที่ 7-8 กรกฎาคม เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม หมวด 15/1 เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่เมื่อทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าควรรอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาสังคมเพื่อพิจารณาพร้อมกัน ดังนั้น สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นประธานรัฐสภาควรนัดประชุมวิป 3 ฝ่ายเพื่อหารือร่วมกันและดูวาระอื่นที่ยังค้างการพิจารณาของการประชุมร่วมรัฐสภาอยู่ แต่ประธานรัฐสภาก็ไม่ได้มีการนัดหมาย
.
นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุผลหนึ่งที่ประธานรัฐสภาไม่มีความกระตือรือร้นในการนัดทุกฝ่ายมาหารือ เพราะวาระหนึ่งที่ค้างอยู่ในการประชุมเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา มาตรา 236 เพื่อให้ตัดดุลพินิจหรืออำนาจของประธานรัฐสภา ในการปัดตกคำร้องของสมาชิกรัฐสภาหรือภาคประชาชน ที่ร้องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ ซึ่งมาตรานี้เป็นการเปิดช่องให้รัฐบาลและ ป.ป.ช.สามารถฮั้วกันได้ หาก ป.ป.ช.ไม่สามารถตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างเต็มที่ วันหนึ่งภาคประชาชนยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ในกรณีดังกล่าวก็อาจทำให้รัฐบาลอาศัยมือของประธานรัฐสภาที่มาจากพรรคเดียวกันปัดตกคำร้องดังกล่าว ดังนั้น จึงมองว่าการที่ประธานรัฐสภาไม่นัดหารือร่วมกันของวิป 3 ฝ่ายเป็นเพราะเรื่องนี้หรือไม่
.
เมื่อถามถึงคำร้องของพรรคฝ่ายค้านและ ส.ว.บางส่วนที่ขอให้ประธานรัฐสภายื่นคำร้องต่อศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในกรณีที่มีการยกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพริษฐ์กล่าวว่า อยากทราบว่าขณะนี้ถึงไหนแล้ว เพราะยื่นไปหลายสัปดาห์แล้ว การตรวจรายชื่อก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว รอแค่ประธานรัฐสภาว่าจะส่งต่อไปยังศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะกรรมการอิสระ หรือปัดตกคำร้องดังกล่าว แม้ข้อบังคับจะไม่กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน แต่ในอดีตคำร้องที่ส่งให้ประธานรัฐสภาพิจารณาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของ ป.ป.ช.ใช้เวลาแค่ 6 สัปดาห์ จึงมองว่านายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ก็ไม่ควรใช้เวลามากกว่านั้น
.
“หากมองว่ากรอบเวลา 6 สัปดาห์ก็คาดว่าน่าจะสิ้นสุดในเร็วๆ นี้ จึงอยากเรียกร้องขอความชัดเจนว่าจะตัดสินใจได้เมื่อไหร่ เพื่อส่งคำร้องไปยังศาลฎีกาหรือปัดตก และหวังว่าท่านจะไม่ปัดตก เพราะบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าหากมีเพียงเหตุอันควรสงสัย ไม่ได้ฟันธงว่า ป.ป.ช.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แค่มีเหตุอันควรสงสัยก็ต้องส่งไปศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระก็รอคำตอบจากประธานรัฐสภาอยู่ ประธานรัฐสภาควรจะตัดสินใจได้ภายในสมัยประชุมนี้ แม้จะอยู่นอกสมัยประชุมแล้ว ไม่ได้เป็นเหตุให้ไม่ตัดสินใจแล้ว เพราะเรื่องนี้ควรจะตัดสินใจได้ ในสมัยประชุมนี้ซึ่งก็เหลืออีกแค่ 1 สัปดาห์” นายพริษฐ์กล่าว