แขวนพระองค์ไหน...แล้วรอดจากอุบัติเหตุ?

คำถามนี้...เชื่อว่าผู้ชายไทยแทบทุกคนต้องเคยได้ยิน ยิ่งเวลามีข่าวอุบัติเหตุรถชนหนัก รถพังยับจนแทบจำยี่ห้อไม่ได้ สิ่งแรกที่หลายคนถามไม่ใช่..."รถรุ่นอะไร?"

แต่เป็น...

"แขวนพระองค์อะไร?"

บางคนถึงกับซูมดูที่คอเจ้าของข่าว ก่อนดูทะเบียนรถเสียอีก! พระสมเด็จ? พระรอด? หลวงปู่ทวด? หลวงพ่อคูณ? หรือพระเกจิชื่อดังอีกมากมาย
แต่แปลกไหม...คนที่ถามส่วนใหญ่ ไม่ได้ถามเพราะอยากรู้ประวัติพระ
ถามเพราะกำลังคิดในใจว่า...



"ถ้าดีจริง...พรุ่งนี้ขอหามาแขวนบ้าง!"

เรื่องเล่าของพระเครื่องมีมานานนับร้อยปี
ทั้งรอดจากอุบัติเหตุ รอดจากกระสุน รอดจากของมีคม รอดจากเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะรอดจนเกิดคำพูดติดหูว่า

"บารมีพระช่วย"

แน่นอน...ไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ว่า พระเครื่ององค์ไหนจะทำให้ทุกคนแคล้วคลาดได้เสมอ
แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ...พระเครื่องเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คนมาหลายชั่วอายุคน
ผู้เฒ่าผู้แก่จึงมักสอนว่า "แขวนพระได้...แต่อย่าแขวนความประมาทไว้ด้วย" ประโยคนี้ฟังดูธรรมดา...แต่จริงที่สุด ต่อให้แขวนพระเต็มคอ...
ถ้าขับรถ 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ฝ่าไฟแดง แซงโค้ง เล่นโทรศัพท์ไปด้วย ต่อให้พระจะเมตตา...ก็คงอยากบอกว่า

"ลูก...ช่วยเบรกก่อน!"

เพราะพระเครื่อง ไม่ใช่ใบอนุญาตให้ใช้ชีวิตแบบเสี่ยงตาย แต่เป็นเครื่องเตือนใจให้เรามีสติ คนที่มีพระอยู่บนคอ แล้วมีสติอยู่ในหัว
มักปลอดภัยกว่าคนที่มีพระสิบองค์ แต่ลืมเปิดไฟเลี้ยวทุกครั้งที่เปลี่ยนเลน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า...

เรื่องราวปาฏิหาริย์ของพระเครื่องยังถูกเล่าต่อกันไม่รู้จบ
     บางองค์ผ่านสงคราม
     บางองค์ผ่านเหตุยิงกัน
     บางองค์อยู่กับเจ้าของในวันที่รถเสียหลักพลิกหลายตลบ แต่เจ้าตัวกลับเดินออกมาได้อย่างน่าอัศจรรย์

สำหรับบางคน นั่นคือความบังเอิญ สำหรับอีกหลายคน นั่นคือบารมีที่ยากจะอธิบาย แล้วตกลง...

แขวนพระองค์ไหน...แล้วรอด?

คำตอบอาจไม่ใช่ชื่อพระองค์ใดองค์หนึ่ง แต่อาจเป็น...
พระองค์ที่ทำให้เจ้าของหมั่นทำความดี มีสติ ไม่ประมาท และระลึกถึงคุณพระรัตนตรัยอยู่เสมอ
เพราะพระเครื่องทุกองค์มีคุณค่าในศรัทธาของผู้บูชา แต่สิ่งที่ทรงพลังที่สุด ไม่ใช่จำนวนพระที่แขวน
หากเป็นจำนวน "ความดี" ที่เราสะสมไว้ในชีวิต ดังที่คนโบราณเคยพูดไว้ได้อย่างกินใจ

"พระอยู่ที่คอ...แต่สติ ต้องอยู่ที่ตัว"

แขวนพระด้วยความศรัทธา ใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท สองสิ่งนี้...เมื่ออยู่ด้วยกัน นั่นแหละ คือ "ของดี" ที่ติดตัวเราไปได้ทุกวัน...สาธุ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่