กล้องติดหมวกมอเตอร์ไซค์ กันสั่นดีไหม? เปรียบเทียบ Mio MP20 กับ Mio MP30 GPS และเลือกแบบไหนให้เหมาะกับการใช้งาน

กระทู้สนทนา

ช่วงนี้กล้องติดหมวกมอเตอร์ไซค์ได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะไม่ต้องเดินสายไฟเข้ากับตัวรถ สามารถย้ายไปใช้กับหมวกหรือรถคันอื่นได้ และบันทึกภาพตามทิศทางที่ผู้ขี่กำลังมองเห็น
แต่คำถามที่หลายคนน่าจะสงสัยคือ
กล้องติดหมวกมอเตอร์ไซค์กันสั่นดีไหม?
ถนนขรุขระแล้วภาพจะสั่นจนดูไม่ได้หรือเปล่า?
ระหว่าง Mio MP20 กับ Mio MP30 GPS ควรเลือกแบบไหน?
บทความนี้จะอธิบายจากลักษณะการใช้งานและข้อมูลสเปก โดยไม่เน้นการขายสินค้า เพื่อช่วยให้เห็นความแตกต่างระหว่างกล้องติดหมวกกับกล้องที่ติดตั้งกับตัวรถมอเตอร์ไซค์

ต้องเข้าใจก่อนว่า “ภาพลื่น” กับ “ระบบกันสั่น” ไม่เหมือนกัน
ก่อนเปรียบเทียบแต่ละรุ่น ควรแยกคำที่มักทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนออกจากกันก่อน
ระบบ EIS คืออะไร?
EIS หรือ Electronic Image Stabilization คือระบบประมวลผลภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยลดอาการสั่นของวิดีโอ โดยระบบจะนำข้อมูลจากภาพมาชดเชยการเคลื่อนไหวบางส่วน
อย่างไรก็ตาม EIS ไม่สามารถทำให้ภาพนิ่งเหมือนใช้กิมบอลได้ทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อเจอหลุมขนาดใหญ่ ถนนขรุขระมาก หรือมีการหันศีรษะอย่างรวดเร็ว
การบันทึก 60fps ช่วยอะไร?
การบันทึกแบบ 60 เฟรมต่อวินาทีช่วยให้ภาพเคลื่อนไหวดูต่อเนื่องและลื่นกว่า 30 เฟรมต่อวินาที อีกทั้งยังช่วยลดอาการภาพเบลอของรถหรือวัตถุที่เคลื่อนที่เร็ว
แต่ต้องย้ำว่า 60fps ไม่ได้แปลว่ากล้องมีระบบกันสั่น
กล้องที่บันทึก 60fps อาจให้ภาพลื่นขึ้น แต่ถ้าตัวกล้องสั่นตามหมวก ภาพก็ยังคงสั่นตามการเคลื่อนไหวอยู่
G-Sensor ไม่ใช่ระบบกันสั่น
G-Sensor เป็นเซนเซอร์ตรวจจับแรงกระแทก การชน หรือการเอียงผิดปกติ เพื่อสั่งล็อกไฟล์วิดีโอสำคัญไม่ให้ถูกบันทึกทับ
ดังนั้น การที่กล้องมี G-Sensor ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยลดการสั่นของภาพ

กล้องติดหมวกมอเตอร์ไซค์ ภาพสั่นมากไหม?
คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยมากกว่าตัวกล้องเพียงอย่างเดียว
ปัจจัยที่มีผลต่อความสั่นของภาพ ได้แก่
ความกระชับของหมวกกับศีรษะ
ตำแหน่งที่ติดกล้อง
ความแข็งแรงของฐานยึด
รูปทรงและน้ำหนักของกล้อง
ความเร็วในการขี่
สภาพพื้นผิวถนน
แรงลมปะทะ
การหันหรือก้มศีรษะของผู้ขี่
จุดเด่นของกล้องติดหมวกคือ กล้องจะบันทึกภาพไปในทิศทางเดียวกับที่ผู้ขี่กำลังมอง เช่น เมื่อหันไปดูรถด้านข้าง กล้องก็จะบันทึกภาพรถคันนั้นตามไปด้วย
ข้อสังเกตคือ เมื่อผู้ขี่หันศีรษะเร็ว ภาพในวิดีโอก็จะเคลื่อนตามศีรษะเช่นกัน ซึ่งเป็นลักษณะปกติของกล้องที่ติดอยู่บนหมวก ไม่ได้หมายความว่ากล้องมีปัญหา
หากจุดประสงค์หลักคือใช้เป็นหลักฐานระหว่างเดินทาง กล้องติดหมวกยังสามารถตอบโจทย์ได้ แต่ถ้าต้องการภาพนิ่งมากสำหรับถ่ายคอนเทนต์ท่องเที่ยว อาจต้องพิจารณากล้องที่มีระบบกันสั่นเฉพาะทางเพิ่มเติม

Mio MiVue MP20 เหมาะกับการใช้งานแบบไหน?
Mio MiVue MP20 เป็นกล้องติดหมวกแบบหน้าและหลังอยู่ในตัวเดียวกัน บันทึกวิดีโอที่ความละเอียด Full HD 1080P/30fps มีแบตเตอรี่ขนาด 3,200 mAh ใช้งานต่อเนื่องได้นานสูงสุดประมาณ 7.5 ชั่วโมง พร้อม Wi-Fi, G-Sensor, SuperMP4 และมาตรฐานป้องกันน้ำและฝุ่น IP67
จุดเด่นของลักษณะการติดตั้งแบบนี้คือ ไม่ต้องเดินสายกล้องหน้าและกล้องหลังแยกตามตัวรถ เพียงติดฐานไว้บนหมวกและนำตัวกล้องเข้ากับฐานก็สามารถเริ่มบันทึกได้
MP20 มีระบบกันสั่นหรือไม่?
จากข้อมูลสเปกของผู้ผลิต MP20 ไม่ได้ระบุว่ามีระบบ EIS
ดังนั้น ไม่ควรอธิบายว่า MP20 เป็นกล้องที่มีระบบกันสั่นแบบอิเล็กทรอนิกส์ แม้ว่าตัวกล้องจะมี G-Sensor ก็ตาม เพราะ G-Sensor ทำหน้าที่ตรวจจับแรงกระแทกและล็อกไฟล์ ไม่ได้ช่วยปรับภาพให้สั่นน้อยลง
เมื่อนำไปใช้งานจริง ภาพจะนิ่งหรือสั่นมากน้อยเพียงใดจึงขึ้นอยู่กับฐานติดตั้ง ความกระชับของหมวก และสภาพถนนเป็นหลัก
จุดที่น่าสนใจของ MP20
MP20 เหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับระยะเวลาการใช้งานต่อการชาร์จ เพราะสามารถบันทึกต่อเนื่องได้นานสูงสุดประมาณ 7.5 ชั่วโมง
ความละเอียด Full HD 1080P/30fps เพียงพอสำหรับการบันทึกเหตุการณ์ทั่วไป แต่เมื่อต้องบันทึกรถหรือวัตถุที่เคลื่อนที่เร็ว ภาพอาจไม่ลื่นเท่ากล้องที่รองรับ 60fps

Mio MiVue MP30 GPS แตกต่างจาก MP20 อย่างไร?
Mio MiVue MP30 GPS เป็นกล้องติดหมวกแบบหน้าและหลังเช่นเดียวกัน แต่เพิ่มความละเอียดสูงสุดเป็น 2.5K 1440P/30fps และสามารถเลือกบันทึกแบบ Full HD 1080P/60fps ได้
ตัวกล้องมี GPS, G-Sensor แบบสามแกน, Wi-Fi, SuperMP4, HDR และมาตรฐานป้องกันน้ำ IP67 แบตเตอรี่รองรับการบันทึกต่อเนื่องได้นานสูงสุดประมาณ 4.5 ชั่วโมง
GPS มีประโยชน์สำหรับบันทึกข้อมูลเส้นทาง ตำแหน่ง และปรับข้อมูลเวลาและสถานที่ของไฟล์วิดีโอ
MP30 GPS มีกันสั่นหรือไม่?
จากสเปกอย่างเป็นทางการ MP30 GPS ไม่ได้ระบุว่ามีระบบ EIS
แม้ว่ารุ่นนี้จะรองรับ 1080P/60fps แต่ 60fps เป็นเรื่องของจำนวนเฟรมที่บันทึกต่อวินาที ช่วยให้ภาพเคลื่อนไหวดูต่อเนื่องขึ้น ไม่ใช่ระบบชดเชยการสั่นของภาพ
ดังนั้น หากนำ MP20 และ MP30 GPS ไปติดตั้งบนหมวกตำแหน่งเดียวกัน ความสั่นจากหมวกและสภาพถนนยังคงเกิดขึ้นได้ทั้งสองรุ่น
ข้อแตกต่างคือ MP30 GPS มีทางเลือกด้านความละเอียดและเฟรมเรตมากกว่า จึงอาจให้ภาพเคลื่อนไหวที่ดูต่อเนื่องกว่าเมื่อใช้โหมด 1080P/60fps

เปรียบเทียบ Mio MP20 กับ Mio MP30 GPS แบบเข้าใจง่าย
Mio MP20
กล้องหน้าและหลังในตัวเดียว
ความละเอียด Full HD 1080P/30fps
ใช้งานต่อเนื่องสูงสุดประมาณ 7.5 ชั่วโมง
มี Wi-Fi
มี G-Sensor
กันน้ำและฝุ่นระดับ IP67
ไม่ได้ระบุว่ามีระบบ EIS
เหมาะกับการบันทึกต่อเนื่องเป็นเวลานาน
Mio MP30 GPS
กล้องหน้าและหลังในตัวเดียว
ความละเอียดสูงสุด 2.5K 1440P/30fps
เลือกบันทึก 1080P/60fps ได้
มี HDR
มี GPS
มี G-Sensor แบบสามแกน
ใช้งานต่อเนื่องสูงสุดประมาณ 4.5 ชั่วโมง
กันน้ำระดับ IP67
ไม่ได้ระบุว่ามีระบบ EIS
เหมาะกับผู้ที่ต้องการความละเอียดสูงขึ้นและข้อมูลเส้นทางจาก GPS

MP20 กับ MP30 GPS ควรเลือกแบบไหน?
หากต้องการกล้องติดหมวกที่ใช้งานไม่ซับซ้อน และให้ความสำคัญกับระยะเวลาการบันทึกต่อการชาร์จ MP20 จะตอบโจทย์มากกว่า
แต่ถ้าต้องการภาพความละเอียดสูงขึ้น ต้องการโหมด 60fps และต้องการบันทึกข้อมูลเส้นทางด้วย GPS รุ่น MP30 GPS จะมีฟังก์ชันครอบคลุมมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองรุ่นเหมาะกับการใช้เป็นกล้องบันทึกเหตุการณ์จากมุมมองผู้ขี่มากกว่าการใช้ถ่ายวิดีโอที่ต้องการภาพนิ่งระดับกล้องแอ็กชันแคมที่มีระบบกันสั่นเฉพาะทาง

วิธีติดกล้องบนหมวกให้ภาพสั่นน้อยลง
แม้ตัวกล้องจะไม่มี EIS แต่สามารถลดอาการสั่นจากการติดตั้งได้บางส่วนด้วยวิธีต่อไปนี้
เลือกตำแหน่งที่แข็งแรง
ควรติดฐานบนพื้นผิวที่แข็ง เรียบ และไม่ขยับตามแรงลม หลีกเลี่ยงการติดบนปีกหมวก ช่องระบายอากาศ หรือชิ้นส่วนพลาสติกที่ยืดหยุ่น
ทำความสะอาดก่อนติดฐาน
ก่อนติดฐานควรทำความสะอาดคราบฝุ่น ไขมัน และผลิตภัณฑ์เคลือบหมวก เพื่อให้กาวยึดติดกับพื้นผิวได้เต็มที่
ตรวจสอบความกระชับของหมวก
หากหมวกหลวมและขยับได้ขณะขี่ กล้องก็จะขยับตามหมวกไปด้วย ควรเลือกหมวกที่มีขนาดพอดีกับศีรษะและรัดสายคางอย่างเหมาะสม
ทดสอบมุมกล้องก่อนออกเดินทาง
ควรทดลองบันทึกวิดีโอสั้น ๆ และตรวจสอบว่าภาพไม่ก้มต่ำหรือเงยสูงเกินไป รวมถึงตรวจสอบว่าฐานกล้องไม่สั่นหรือโยก
ไม่ควรเจาะหรือดัดแปลงหมวก
ไม่ควรเจาะเปลือกหมวกเพื่อยึดฐานกล้อง เพราะอาจกระทบต่อโครงสร้างและความแข็งแรงของหมวก ควรใช้ฐานยึดที่เหมาะสมกับพื้นผิวตามคำแนะนำของผู้ผลิต

ถ้าไม่อยากชาร์จกล้องทุกวัน มีตัวเลือกแบบติดกับรถหรือไม่?
กล้องติดหมวกมีข้อดีเรื่องความคล่องตัว แต่ข้อจำกัดคือผู้ใช้ต้องคอยตรวจสอบแบตเตอรี่ ถอดกล้องมาชาร์จ และนำกลับไปติดกับหมวกก่อนออกเดินทาง
หากใช้รถมอเตอร์ไซค์คันเดิมเป็นประจำ และต้องการให้กล้องเริ่มบันทึกพร้อมกับการเปิดรถ อาจพิจารณากล้องแบบติดตั้งถาวรกับตัวรถแทน
กล้องประเภทนี้มักแยกกล้องหน้าและกล้องหลังออกจากตัวเครื่อง รับไฟจากระบบไฟของรถ และสามารถซ่อนสายไฟรวมถึงตัวบันทึกไว้ภายในรถได้

Mio MiVue MK50 สำหรับคนที่ต้องการกล้องพร้อมหน้าจอและ CarPlay
Mio MiVue MK50 เป็นระบบกล้องมอเตอร์ไซค์แบบติดตั้งกับตัวรถ มาพร้อมหน้าจอสัมผัส IPS ขนาด 5.5 นิ้ว เชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto เพื่อใช้งานแผนที่ เพลง และการโทรผ่านโทรศัพท์ได้
ตัวระบบมีกล้องหน้าและหลัง รองรับการบันทึก 1080P/60fps ใช้เซนเซอร์ Sony STARVIS 2 มี HDR, Wi-Fi, Bluetooth, GPS, Parking Mode, SuperMP4 และมาตรฐานป้องกันน้ำ IP67
จุดแตกต่างเรื่องระบบกันสั่น
MK50 เป็นรุ่นที่ผู้ผลิตระบุชัดเจนว่ามี EIS Electronic Image Stabilization สำหรับช่วยลดอาการสั่นของวิดีโอ ซึ่งแตกต่างจาก MP20 และ MP30 GPS ที่ไม่ได้ระบุระบบ EIS
อย่างไรก็ตาม กล้องของ MK50 ติดตั้งอยู่กับตัวรถ ภาพจึงรับแรงสั่นจากเครื่องยนต์ ช่วงล่าง และพื้นผิวถนนโดยตรง การติดตั้งกล้องและฐานให้แน่นจึงยังคงมีความสำคัญ
MK50 เหมาะกับผู้ที่ต้องการรวมกล้องหน้า-หลัง หน้าจอนำทาง และการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ไว้ในระบบเดียวกัน
ระหว่างขับขี่ควรตั้งค่าเส้นทาง เพลง หรือการเชื่อมต่อโทรศัพท์ให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง และไม่ควรใช้หน้าจอในลักษณะที่ทำให้เสียสมาธิจากการควบคุมรถ

Mio MiVue M820 Pro สำหรับคนที่เน้นกล้องหน้า-หลังโดยไม่ต้องมีจอ
Mio MiVue M820 Pro เป็นกล้องมอเตอร์ไซค์แบบติดตั้งกับตัวรถ โดยแยกกล้องหน้า กล้องหลัง และตัวบันทึกออกจากกัน
กล้องหน้าและหลังรองรับความละเอียด 2K 1440P/30fps HDR หรือเลือกบันทึกแบบ 1080P/60fps HDR ได้ ใช้เซนเซอร์ Sony STARVIS 2 รุ่น IMX675 พร้อม GPS, Wi-Fi, Parking Mode, SuperMP4 และมาตรฐานป้องกันน้ำ IP67
รุ่นนี้ไม่มีหน้าจอและไม่ได้มี CarPlay โดยการตั้งค่าหรือดูไฟล์จะใช้งานผ่านโทรศัพท์และแอปพลิเคชันเป็นหลัก
จากข้อมูลสเปกที่ตรวจสอบ M820 Pro ไม่ได้ระบุว่ามีระบบ EIS จุดเด่นของรุ่นนี้จึงอยู่ที่การบันทึกกล้องหน้าและหลังแบบ 2K HDR เซนเซอร์รับภาพสำหรับสภาพแสงน้อย และโหมด 60fps มากกว่าระบบชดเชยการสั่น

เลือกกล้องมอเตอร์ไซค์แบบไหนให้เหมาะกับตัวเอง?
เลือกกล้องติดหมวก เมื่อ…
ต้องการย้ายกล้องไปใช้กับรถหลายคัน
ไม่ต้องการเดินสายไฟกับตัวรถ
ต้องการบันทึกภาพตามทิศทางที่ศีรษะหันไป
ยอมรับได้ว่าต้องนำกล้องมาชาร์จแบตเตอรี่
ต้องการถอดกล้องออกไปเก็บเมื่อจอดรถ
MP20 เหมาะกับผู้ที่เน้นระยะเวลาบันทึก ส่วน MP30 GPS เหมาะกับผู้ที่ต้องการความละเอียดสูงขึ้น โหมด 60fps และข้อมูล GPS
เลือกกล้องติดรถแบบไม่มีหน้าจอ เมื่อ…
ใช้รถคันเดิมเป็นประจำ
ต้องการให้กล้องเริ่มทำงานพร้อมกับรถ
ไม่ต้องการชาร์จแบตเตอรี่กล้องทุกวัน
ต้องการซ่อนตัวบันทึกและสายไฟ
ให้ความสำคัญกับภาพหน้า-หลังความละเอียดสูง
M820 Pro เป็นตัวอย่างของกล้องประเภทนี้ โดยเน้นการบันทึกหน้าและหลังแบบ 2K HDR
เลือกกล้องติดรถแบบมีหน้าจอ เมื่อ…
ต้องการดูกล้องหน้าและหลังผ่านหน้าจอ
ต้องการใช้แผนที่บนรถมอเตอร์ไซค์
ต้องการเชื่อมต่อ Apple CarPlay หรือ Android Auto
ต้องการระบบ EIS ที่ระบุอยู่ในสเปก
ต้องการรวมระบบนำทางและกล้องบันทึกไว้ด้วยกัน
MK50 เป็นระบบที่ครอบคลุมการใช้งานลักษณะนี้มากกว่า แต่ต้องติดตั้งกับตัวรถและใช้พื้นที่บริเวณแฮนด์สำหรับวางหน้าจอ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่