เพราะ... ถ้าได้ผล... จิตวิญญาณหรือตัวตนของนิกกี้ต้องเป็นเอกภาพกับการแสดงออก ก็คือ รักจริงๆ ไม่ใช่รักเหมือนคำอธิษฐาน (อำนาจลึกลับ) บังคับ...
.
แต่ก็มีสิ่งที่น่าสนใจที่อาจนำมาตอบได้ว่าทำไมคำอธิษฐานดังกล่าวทำให้นิกกี้รักแบบบิดเบี้ยว...คือถ้อยคำที่แบร์ใช้อธิษฐาน + ความรู้สึกขณะที่ขอ... บางทีมันอาจมีอะไรที่บิดเบี้ยวทั้งคำพูดและความรู้สึก แต่ผมจำถ้อยคำที่แบร์ใช้ไม่ได้
ประมาณว่า "ขอให้นิกกี้รักเขามากกว่าอะไรทั้งปวง"
.
ถ้าเป็นไปตามเงื่อนไขหลัง ก็แปลว่าคำอธิษฐานได้ผล ตามสภาพจิตของแบร์และถ้อยคำ จึงเกิดความรักสุดโต่ง ความรักที่บิดเบี้ยวออกมา...
.
ไม่ว่าจะเป็นยังไงก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจมากๆ สำหรับผม คือ
"ถ้าคุณสามารถบังคับให้ใครสักคนรักคุณได้ นั่นยังเรียกว่า "ความรัก" อยู่หรือไม่?"
.
เป็นแง่มุมที่ลุ่มลึก คิดว่าผู้กำกับก็คงต้องการให้คนดูแล้วแต่จะคิดกันไป...
คิดเห็นยังไงก็ คอมเม้นท์กันได้ ขอบคุณครับ
ถ้าแบร์อธิษฐานให้นิกกี้รักแบร์... ความสับสนในจิตใจของนิกกี้ที่เกิดขึ้น นั่นแปลว่า... คำอธิษฐานไม่ได้ผล
.
แต่ก็มีสิ่งที่น่าสนใจที่อาจนำมาตอบได้ว่าทำไมคำอธิษฐานดังกล่าวทำให้นิกกี้รักแบบบิดเบี้ยว...คือถ้อยคำที่แบร์ใช้อธิษฐาน + ความรู้สึกขณะที่ขอ... บางทีมันอาจมีอะไรที่บิดเบี้ยวทั้งคำพูดและความรู้สึก แต่ผมจำถ้อยคำที่แบร์ใช้ไม่ได้
ประมาณว่า "ขอให้นิกกี้รักเขามากกว่าอะไรทั้งปวง"
.
ถ้าเป็นไปตามเงื่อนไขหลัง ก็แปลว่าคำอธิษฐานได้ผล ตามสภาพจิตของแบร์และถ้อยคำ จึงเกิดความรักสุดโต่ง ความรักที่บิดเบี้ยวออกมา...
.
ไม่ว่าจะเป็นยังไงก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจมากๆ สำหรับผม คือ "ถ้าคุณสามารถบังคับให้ใครสักคนรักคุณได้ นั่นยังเรียกว่า "ความรัก" อยู่หรือไม่?"
.
เป็นแง่มุมที่ลุ่มลึก คิดว่าผู้กำกับก็คงต้องการให้คนดูแล้วแต่จะคิดกันไป...
คิดเห็นยังไงก็ คอมเม้นท์กันได้ ขอบคุณครับ