เนื้อเรื่องนี้ผมแต่งขึ้นโดยอิงจากเรื่องจริง มีเรื่องจริงไม่เกิน 0.1 %
สถานที่รถไฟประเทศสักประเทศนี่แหละแถบๆไทยขบวน ๑๗๑ ขาลง ผมนั่งตั้งแต่ ราชบุรีถึงแค่ประจวบฯ เป็นเวลาทั้งสิ้น 4 ชม.กว่าๆ ได้ที่นั่งสุดบัญเจิด หมายเลข 2 คันที่ 10 ชั้น 3 ที่นั่งพัดลม ไม่รวมผมนั่งมากลับแม้ด้วยฝั่งตรงข้าม
แน่นอนครับว่าเบาะที่นั่งตรงนี้ว่าแย่แล้ว
(เบาะครึ่งท่อนนั่งสองคนผมงงโครต)
อย่างแรกเลยคือเรื่องการสูบบุรี่บนรถไฟมันถูกมั้ยก่อน
เป็นคำถามที่น่าจะมีสามัญสำนึกก่อนเป็นอย่างแรกถึงจะตอบได้ บอกเลยว่าอย่างแต่ที่ควรมีคือสมองและสันดารที่ควรเห็นใจผู้อื่น ป้ายก็เขียนว่าห้าม แต่ก็ยังไม่เว้น
บุรี่...มันจำเป็น...
มันจำเป็นสำหรับคนที่สูบ ✅️
ปอดคนอื่น ✅️
มะเร็งคนสูบ ✅️
ได้คนเดียว ❌️
ไม่ว่าจะเป็นบุรี่ ธรรมดาเบสิค บุรี่ไฟฟ้ากลิ่นหอมแสนหวานเย้ายวลใจ ใบจาก แสนอร่อย..
หรือว่าจะเป็นน้ำกระท่อมแท้ๆสดๆจ้า น้ำธรรมดายังไหวแต่นี่เล่น ผสม เลยหรอพรี่
กินคนเดียวพอทน กินตั้งวงพอเลย....
ต้องมาเจอกลิ่นบุรี่และอย่างอื่นที่ไม่ใช่บุรี่อีกด้วย
ทำไมถึงรู้ล่ะว่าไม่ใช่บุรี่....?
อย่างแรกคือกลิ่นที่ไม่ใช่บุรี่ทั่วไป เป็นกลิ่นอ่อนๆหวานๆแปลกๆแสบจมูกมาก
อย่างที่สองคือบุรี่บ้าอะไรจุดไฟแช็คหลายรอบขนาดนั้น คือไฟแช็คกากขนาดไหนถึงจุดได้ทุกๆ 2 วิแล้วหยุด วนๆไปจนครบ 2-3 นาที
อย่างที่สามคือดูดบุรี่ในห้องน้ำ?
ควันไม่มี มีแต่ฟลอย...
กุนึกว่ากำลังปรุงยาอะไรอย่างนั้น
บุรี่บ้านป้าเองหรออัดเป็นเม็ดสีๆแล้วดูด เอ้ย เสพ เอ้ย สูบ เอ้ย ถูกแล้ววว...
อย่างที่สามคือ

สูบเสร็จแล้วหน้าตาอิดโรยควักน้ำกระท่อมกระดกเอาเป็นเอาตายอย่างกะกระหายอะไรมาขนาดนั้น กระดกเสร็จไม่เว้นเข้าไปอีกรอบแล้วออกมานอนจากนั้นทำหน้าทำตาละไม้คล้ายจะเป็นลม เหมือนโดนดูดวิญญาณ
ถ้าไม่ติดว่าทำกันแบบนี้แถบจะทั้งขบวนนะผมเดินไล่ตั้งแต่ขบวนที่ 10 ที่ผมนั่งเดินไปเรื่อยๆเจอพวกสวะสังคมมารยาทไม่มี มีแต่สันดาน

เสื่อมๆ ช๊าก~~ถุ๊ย!!

นั่ง ยืน คีบไอเท็มสุดเจ๋งไม้ในมือมือหนึ่งคีบอีกมือหนึ่งถือบางอย่าง...ใช่แล้วแค่ไฟแช็คไม่ใช่อะไรอย่างอื่นอย่างใดคิดไปเอง...แถวนั้นมันมืดจริงๆตาฟาดไป
แก๊งๆนี้อยู่เกาะกลุ่มกันเฉพาะที่โดยเฉพาะจุดเชื่อมต่อพรมแดนระหว่างตู้แถบนี้มักจะเป็นจุดอับสายตาขอผู้คน
ซึ่งเป็นเรื่องง่ายดายที่พวกเขาจะสามารถตั้งตี้เล่นเกมใครมากกว่าคนนั้นชนะได้ เรื่องราวคนจะไม่มีอะไรหรอกหากแต่ตัวละครเอกตัวหนึ่งทนแล้ว ทนอีก ทนแล้ว ทนอีก ไม่ไหว
จึงตัดสินใจเดิน จากคันที่ 10 ไปยัง หัวขบวนและได้พูดคุยกับตัวละครอีกตัวที่สวนใส่ชุดละไม้คล้ายจะเป็นตัวประกอบสีเหมือนมหาสมุทร
หลังจากการถามและขอวอนร้องขอของตัวละครเอกเสร็จ
ตัวประกอบตัวนั้นได้ตอบกลับมาสั้นๆว่าทนไม่ได้หรอ...คนอื่นยังทนได้เลย...
สิ้นเสียงการสนทนาตัวละเอกคิดในใจเสมอตั้งแต่ตอนนั้นยันตอนนี้ว่า......
เ อ อ ดี
นี่เป็นเรื่องราวของตัวละครเอกที่เล่าให้ผมฟังและผมก็ได้รับแรงบันดานใจมาจากเชาจึงเกิดเป็นนิยายเรื่องนี้ขึ้นมา
นิยายนี้ผมแต่งขึ้น ณ รถไฟขบวน ๑ ที่เดินทางไป ๗ จังหวัดภายในการเดินทาง ๑ เดียว ระยะห่างของขบวนยาว ๑๐ เมตร เป็นการเดินทางไปยัง โลกทั้ง ๓ ได้แก่ โลก สวรรค์ และนรก......
การเดินทางครั้งนี้ผมไม่มีวันลืม...
การสูบบุรี่บนรถไฟและสิ่งลี้ลับเหนือความคาดหมาย
สถานที่รถไฟประเทศสักประเทศนี่แหละแถบๆไทยขบวน ๑๗๑ ขาลง ผมนั่งตั้งแต่ ราชบุรีถึงแค่ประจวบฯ เป็นเวลาทั้งสิ้น 4 ชม.กว่าๆ ได้ที่นั่งสุดบัญเจิด หมายเลข 2 คันที่ 10 ชั้น 3 ที่นั่งพัดลม ไม่รวมผมนั่งมากลับแม้ด้วยฝั่งตรงข้าม
แน่นอนครับว่าเบาะที่นั่งตรงนี้ว่าแย่แล้ว
(เบาะครึ่งท่อนนั่งสองคนผมงงโครต)
อย่างแรกเลยคือเรื่องการสูบบุรี่บนรถไฟมันถูกมั้ยก่อน
เป็นคำถามที่น่าจะมีสามัญสำนึกก่อนเป็นอย่างแรกถึงจะตอบได้ บอกเลยว่าอย่างแต่ที่ควรมีคือสมองและสันดารที่ควรเห็นใจผู้อื่น ป้ายก็เขียนว่าห้าม แต่ก็ยังไม่เว้น
บุรี่...มันจำเป็น...
มันจำเป็นสำหรับคนที่สูบ ✅️
ปอดคนอื่น ✅️
มะเร็งคนสูบ ✅️
ได้คนเดียว ❌️
ไม่ว่าจะเป็นบุรี่ ธรรมดาเบสิค บุรี่ไฟฟ้ากลิ่นหอมแสนหวานเย้ายวลใจ ใบจาก แสนอร่อย..
หรือว่าจะเป็นน้ำกระท่อมแท้ๆสดๆจ้า น้ำธรรมดายังไหวแต่นี่เล่น ผสม เลยหรอพรี่
กินคนเดียวพอทน กินตั้งวงพอเลย....
ต้องมาเจอกลิ่นบุรี่และอย่างอื่นที่ไม่ใช่บุรี่อีกด้วย
ทำไมถึงรู้ล่ะว่าไม่ใช่บุรี่....?
อย่างแรกคือกลิ่นที่ไม่ใช่บุรี่ทั่วไป เป็นกลิ่นอ่อนๆหวานๆแปลกๆแสบจมูกมาก
อย่างที่สองคือบุรี่บ้าอะไรจุดไฟแช็คหลายรอบขนาดนั้น คือไฟแช็คกากขนาดไหนถึงจุดได้ทุกๆ 2 วิแล้วหยุด วนๆไปจนครบ 2-3 นาที
อย่างที่สามคือดูดบุรี่ในห้องน้ำ?
ควันไม่มี มีแต่ฟลอย...
กุนึกว่ากำลังปรุงยาอะไรอย่างนั้น
บุรี่บ้านป้าเองหรออัดเป็นเม็ดสีๆแล้วดูด เอ้ย เสพ เอ้ย สูบ เอ้ย ถูกแล้ววว...
อย่างที่สามคือ
ถ้าไม่ติดว่าทำกันแบบนี้แถบจะทั้งขบวนนะผมเดินไล่ตั้งแต่ขบวนที่ 10 ที่ผมนั่งเดินไปเรื่อยๆเจอพวกสวะสังคมมารยาทไม่มี มีแต่สันดาน
แก๊งๆนี้อยู่เกาะกลุ่มกันเฉพาะที่โดยเฉพาะจุดเชื่อมต่อพรมแดนระหว่างตู้แถบนี้มักจะเป็นจุดอับสายตาขอผู้คน
ซึ่งเป็นเรื่องง่ายดายที่พวกเขาจะสามารถตั้งตี้เล่นเกมใครมากกว่าคนนั้นชนะได้ เรื่องราวคนจะไม่มีอะไรหรอกหากแต่ตัวละครเอกตัวหนึ่งทนแล้ว ทนอีก ทนแล้ว ทนอีก ไม่ไหว
จึงตัดสินใจเดิน จากคันที่ 10 ไปยัง หัวขบวนและได้พูดคุยกับตัวละครอีกตัวที่สวนใส่ชุดละไม้คล้ายจะเป็นตัวประกอบสีเหมือนมหาสมุทร
หลังจากการถามและขอวอนร้องขอของตัวละครเอกเสร็จ
ตัวประกอบตัวนั้นได้ตอบกลับมาสั้นๆว่าทนไม่ได้หรอ...คนอื่นยังทนได้เลย...
สิ้นเสียงการสนทนาตัวละเอกคิดในใจเสมอตั้งแต่ตอนนั้นยันตอนนี้ว่า......
เ อ อ ดี
นี่เป็นเรื่องราวของตัวละครเอกที่เล่าให้ผมฟังและผมก็ได้รับแรงบันดานใจมาจากเชาจึงเกิดเป็นนิยายเรื่องนี้ขึ้นมา
นิยายนี้ผมแต่งขึ้น ณ รถไฟขบวน ๑ ที่เดินทางไป ๗ จังหวัดภายในการเดินทาง ๑ เดียว ระยะห่างของขบวนยาว ๑๐ เมตร เป็นการเดินทางไปยัง โลกทั้ง ๓ ได้แก่ โลก สวรรค์ และนรก......
การเดินทางครั้งนี้ผมไม่มีวันลืม...