++ การเป็น "คนพิเศษ" ไม่ใช่สิ่งที่การันตีความสุขและความสมบูรณ์แบบในตัวเราเองได้ บางครั้ง "ความพิเศษ" ของเรา อาจนำมาซึ่งความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสได้เช่นกัน ย้อนเวลาไปเมื่อวันที่ 26 ก.ค. ปี 1999 วันสิ้นสุดของสงครามคาร์กิล ที่เป็นความขัดแย้งครั้งใหญ่ระหว่างอินเดียกับปากีสถาน พันเอก Vikrant Kaul (Anil Kapoor) และ พันเอก Fateh Singh Lakhawat (Bobby Deol) ในเวลานั้น คือ 2 นายทหารฝั่งอินเดียที่รอดตายจากการปะทะกัน ทั้งคู่เจ็บปวดใจอย่างสาหัส จึงได้ติดต่อไปยังหน่วยเบื้องบน โดยความร่วมมือกับสุดยอดนักวิทยาศาสตร์อินเดียหลายคน ได้จัดตั้งโครงการทดลอง Alpha ขึ้นมา เพื่อผลิตเซรุ่มที่เมื่อฉีดเข้าไปแล้ว จะทำให้คนมีความอดทนสูงขึ้น ทนการบาดเจ็บได้มากขึ้น มีความสามารถในการรับรู้ผัสสะต่าง ๆ ได้ดีขึ้น และทำให้ร่างกายมีประสิทธิภาพเกินขีดสุดของคนทั่วไป เพื่อนำไปฉีดให้กองทหารอินเดียที่จะต้องรบกับข้าศึกในอนาคตข้างหน้า...
++ หากแต่ในระหว่างการทดลอง ผู้พัน Vikrant ได้รับข่าวว่าภรรยาตัวเองตั้งครรถ์ แต่ด้วยร่างกายที่อ่อนแอ ทำให้เธออาจจะต้องยุติการตั้งครรภ์ เขาจึงแอบขโมยเซรุ่ม Alpha ไปฉีดให้กับภรรยา ซึ่งก็ได้ผลดีมาก จนกระทั่งวันที่เธอต้องคลอดลูก ได้มีข่าวร้ายออกมาจากห้องทดลองว่า เซรุ่มมีผลข้างเคียงทำให้ผู้เข้ารับการทดลองเสียชีวิตกระทันหันไปมากมาย และภรรยาของเขาก็เช่นกัน หากแต่ลูกสาวของเขากลับรอดชีวิต แต่เมื่อเธอคลอดออกมา ผู้พัน Fateh กลับลักตัวเธอไป โดยบอกว่าเหตุเพราะ ผู้พัน Vikrant ได้แอบขโมยเซรุ่มไปฉีดให้ภรรยาตัวเอง ดังนั้น ลูกสาวของเขาจึงต้องตกเป็นสมบัติของประเทศอินเดีย ผู้เป็นเจ้าของเซรุ่มนั้น จากนั้นไม่นาน ผู้พัน Fateh ก็ได้แจ้งว่าลูกสาวของเขาได้เสียชีวิตลงแล้ว หากแต่ความจริงเธอยังมีชีวิตอยู่และถูกขังอยู่ภายในห้องทดลองลับต่อไปอีก 20 ปี โดย ผู้พัน Fateh ได้ตั้งชื่อให้กับเธอว่า Sita (Alia bhatt) ความโดดเด่นของ Sita คือ เธอฉลาดเข้าขั้นอัจฉริยะ มีความอดทนเหนือมนุษย์ทั่วไป และที่สำคัญเซลส์ในตัวเธอ คือ แหล่งผลิตเซรุ่ม Alpha ชั้นดี ที่จะนำไปฉีดให้กับทหารอินเดีย โดยเธอถูกฝึกการต่อสู้ระดับสูงจาก ผู้พัน Fateh จนได้ฉายาว่าเป็น "แม่สิงโตร้าย"...
++ แต่ในอีกฟากหนึ่ง ผู้พัน Vikrant ผู้หันหลังให้กับอาชีพทหาร เขาเข้ารับราชการไต่เต้าจนได้เป็นหัวหน้าหน่วยข่าวกรอง RAW ของอินเดีย ซึ่งเขามักจะเดินทางไปที่ประเทศสเปนเป็นประจำ ที่นั่นเขามักไปหาเด็กสาวคนหนึ่ง เธอชื่อว่า Durga (Sharvari) แล้ว Durga จริง ๆ เธอ คือ ใคร แล้วทำไมจากนี้ เขาจึงถูกตามล่าจาก Sita ผู้เป็นลูกสาวของตัวเอง (แต่ Sita ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นลูกสาวของ ผู้พัน Vikrant และ ผู้พัน Vikrant ก็ไม่รู้ว่า Sita เป็นลูกสาวตัวเอง) เรื่องราวเหล่านี้เกี่ยวพันอย่างไรกับ ผู้พัน Fateh ความขัดแย้ง การหักหลัง การโกหก คือ ต้นตอของเรื่องราวทั้งหมด โดยมี 2 ประเทศ คือ อินเดียและปากีสถานอยู่เบื้องหลัง ต้องมาลุ้นกันว่าความจริง คือ อะไร และใคร คือ คนที่หักหลังประเทศชาติตัวจริง...
++ Alpha หนังที่เป็นจักรวาลย่อยใหม่ของจักรวาล YRF (Yash Raj Films) Spy Universe ซึ่งเป็นที่สุดแห่งจักรวาลหนัง Spy Action แห่ง Bollywood อันประกอบไปด้วย จักรวาล War, จักรวาล Tiger และ Pathaan ที่รวบรวมเอาสุดยอดนักแสดงที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดของอินเดียเอาไว้เกือบทุกคน ย้ำ! เกือบทุกคน โดยมีรายได้รวมจากทุกเรื่องในจักรวาลกว่า 32,000 ล้านรูปี หรือประมาณ 13,000 ล้านบาท จากหนัง 6 เรื่องก่อนหน้านี้!!!! โดย Alpha ถือว่าเป็นหนังเรื่องแรกในจักรวาล ที่ใช้ตัวแสดงนำหลักเป็นผู้หญิง ซึ่งก็คือดาราสาวที่คนไทยรู้จักผลงานของเธอเป็นอย่างดี Alia Bhatt ที่เคยรับบท Gangubai Kathiawadi (2022) เจ๊แม่คังคุไบของเรานั่นเอง แต่งานนี้เธอไม่ได้มาเดี่ยว ๆ ยังควงสาว Sharvari ที่เพิ่งรับบทนำใน Main Vaapas Aaunga (2026) หนังที่ทะลวงอารมณ์ จขกท. จนน้ำตาไหลดั่งสายน้ำคงคาไปเมื่อ 2-3 อาทิตย์ก่อน ใครจะตามไปดูรีวิวที่นี่นะครับ (
https://m.pantip.com/topic/44134361) ส่วนนักแสดงคนอื่น ๆ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นดาวเด่นในวงการที่ จขกท. ชื่นชอบทั้งนั้นอย่าง ป๋า Anil Kapoor (คนนี้เคยเล่น Mission: Impossible – Ghost Protocol (2011) มาแล้วนะครับ), ป๋า Bobby Deol คนนี้ก็รุ่นใหญ่ที่ดังมาก ๆ กับหนังแนว Action ของอินเดีย และ พี่ติ๊กบอมเบย์ ฉายาที่ จขกท. ตั้งให้เองของ Hrithik Roshan แม้จะมาเป็นแค่ Cameo (Major Kabir Dhaliwal ที่เชื่อมโยงกับจักรวาล War) ก็โอเค พอให้หายคิดถึง คือ พอเป็น YRF Spy Universe มัน คือ จักรวาลที่ใหญ่มาก ๆ เป็นหนัง Blockbuster ที่จะต้องทำเงินอย่างแน่นอนตั้งแต่ยังไม่ฉาย ดังนั้น นักแสดงต้องเบอร์ใหญ่เท่านั้นครับ...
++ แม้ตัวหนังจะเป็นที่ชื่นชอบของคนดู แต่นักวิจารณ์ในอินเดียหลายคนกลับไม่ค่อยจะปลื้มสักเท่าไหร่ นอกเหนือไปจากการวิจารณ์ในเรื่องของหนังจากจักรวาลนี้ว่ามันค่อนข้างจะ cliché ที่ไม่ว่าจะกี่เรื่อง ๆ ก็เหมือนกันหมด แต่คราวนี้ Alia Bhatt นางเอกของเราก็โดนไปไม่ใช่น้อย โดยข้อหาที่ถูกว่าส่วนใหญ่จะบอกว่าเธอไม่เหมาะกับบทแอ็คชั่นบ้าง บางคนบอกว่าเธอไม่มีพลังกายและพลังออร่าที่มากพอที่จะมารับบทตัวนำหลักของหนังในจักรวาล YRF Spy Universe ที่ใหญ่บึ้มนี้บ้าง ซึ่งเอาเข้าจริง จขกท. กลับไม่คิดเช่นนั้น Alia แสดงได้ดีเลยครับ เธอดูแข็งแรงในบท Action และยังคงมีพลังออร่าในความเป็นสตาร์อยู่ แต่สิ่งที่หนังให้กับเธอไม่ได้เลยคือ ความโดดเด่นของ Character ครับ เพราะตั้งแต่เธอเริ่มโผล่ออกมาจากหน้าจอจนหนังจบ จขกท. กลับมองว่าเธอมีความคล้ายคลึงกับ Lara Croft จากแฟรนไชส์ Tomb Raider ทุกตารางนิ้ว ทั้งแนวเสื้อผ้า หน้าผม Body Action ฯลฯ มันใช่เลย! ซึ่ง จขกท. มองว่าจุดนี้แหละที่ทำให้เธอยังไม่มีเสน่ห์ในความเป็นตัวเอกมากพอ ผิดกับ Sharvari ที่รับบท Durga อันนี้เธอมีความโดดเด่นใน Character มากกว่า ที่ดูสดใส น่ารัก มองโลกในแง่ดี และซีนการต่อสู้ของเธอ มันก็ดูมีความเป็นธรรมชาติมากกว่า เลยทำให้เธอดูโดดเด่นกว่า Alia ในหนังเรื่องนี้ (ตามความเห็นของ จขกท.) ตรงนี้ทีมสร้างถ้าจะขยายจักรวาลนี้ออกไปจริง ๆ คงต้องทำอะไรสักอย่างกับเรื่องนี้ เพื่อให้จักรวาล Alpha มีความแข็งแรงขึ้นจนเทียบเท่าเรื่องอื่น ๆ ในจักรวาลเดียวกันได้...
++ แต่เรื่องตัวบทมันก็เป็นแบบที่ถูกวิจารณ์ไว้จริง ๆ แต่จะให้ยังไงหล่ะครับ ก็มันเป็นหนัง Spy Action เนื้อเรื่องมันก็ต้องมีผู้ร้าย (ปากีสถาน) มีคนปราบผู้ร้าย (อินเดีย) มีประเด็นเริ่มต้นที่เป็นปม มีจุดหักจุดพลิก แล้วลงท้ายฝ่ายธรรมะก็จะชนะ เพียงแต่ตัวร้ายมันจะปรากฏออกมาในรูปแบบไหนก็เท่านั้นเอง Mission Impossible ก็ประมาณนี้ อยู่ดี ๆ จะให้ Tom Cruise ว้าบหลุดเข้าไปโลกยุคจูราสสิค แล้วไปต่อสู้กับไดโนเสาร์ก่อนจะถูกจับกิน มันก็เป็นไปไม่ได้มั้ย! ซึ่งบทของหนังก็มาเต็มสไตล์หนังอินเดียเลย พลิกไปพลิกมา เซอร์ไพรส์โน่นนี่นั่นโผล่มาตลอด ซึ่งถ้าคุณดูหนังอินเดียเยอะ ๆ คุณก็คงพอเดาทางได้ และนั่นอาจจะเป็นจุดที่เรียกว่า "จุดแข็ง" ที่เป็น "จุดอ่อน" ก็ได้ คือ มันไม่สดใหม่แล้ว จะพลิกจะแพลงยังไงคนดูก็เคยเห็นมาหมดแล้ว แน่นอน! หนังในจักรวาลนี้เขาสร้างเพื่อเป็น Popcorn Movies ดูเอามันส์ ดูเอาสะใจ เพราะในทุก ๆ เรื่องมันก็จะมีความอย่างนี้ก็ได้เหรอในเรื่องของบทอยู่เสมอ ประเภทเมื่อ 10 นาทีก่อน ตัวละครพูดอีกแบบ อีก 10 นาทีต่อมากลายเป็นอีกแบบ เพื่อให้ซีนต่อไปมันเกิดขึ้นได้ก็แค่นั้น แต่ใครจะแคร์ใช่มั้ยครับ ตราบใดที่มันยังคงสนุก สะใจ และมีดาราดังที่คนอยากดูเข้ามาแสดง...
++ เรื่องงาน Production การถ่ายทำ การแสดง ไม่พูดถึงนะครับ เพราะออกมาได้ตามมาตรฐานที่ดีอยู่แล้ว ระเบิดภูเขาเผากระท่อม เล่นใหญ่กันไปตามสไตล์ แต่อยากแอบพูดถึงงาน CGI ของหนัง Bollywood สักหน่อย และไม่ใช่ CGI ซีน Action นะ แต่เป็น CGI ใบหน้าคนนี่แหละครับ ในเรื่องเขาจะต้องย้อนไปสมัยที่ ป๋า Anil กับ ป๋า Bobby ยังหนุ่ม คือ ทำออกมาได้เนียนมาก เปลี่ยนคนแก่ให้เป็นคนหนุ่ม งาน CGI งานแต่งเอฟเฟกต์ Bollywood นี่ แม้แต่ Hollywood ก็ยังต้องใช้งานเลย แน่นมาก!...
++ ท้ายสุด Alpha คือ หนัง Spy Action แนว Popcorn ที่ดูสนุก แต่ยังไม่โดดเด่นเท่าเรื่องอื่น ๆ ในจักรวาลเดียวกัน หนังไม่ยาวมาก 2 ชั่วโมงนิด ๆ หนังใช้ทุนสร้างราว ๆ 1,000 ล้านรูปี ทำรายได้ 4 วันแรกทั่วโลกไป 580 ล้านรูปี (ประมาณ 200 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าโอเคนะครับ อาจจะไม่แรง แต่ไม่แย่ ปิดโปรแกรมน่าจะได้กำไรบ้างประมาณนึงครับ ในไทยหนังฉายแล้ววันนี้ในเครือสีบลูแบบจำกัดรอบ จำกัดสาขา มีที่ เทอร์มินัล 21 อโศก และ พระราม 3, MBK, พัทยา, เชียงใหม่, โคราช, ขอนแก่น, อุบลฯ, ลพบุรี, ภูเก็ต และ แม่สอด บัตรราคา 350 และ 400 บาท ในเก้าอี้แบบปกติ ส่วนใครที่ไม่สะดวกดูในโรงหนัง เซฟชื่อหนังไว้ครับ รอไม่นาน หนังเข้า NF แน่นอน อย่างที่บอกว่าหนังอินเดียเข้า NF เร็วอยู่แล้วครับ...
[ รีวิวหนังโรง ] Alpha (2026)
++ การเป็น "คนพิเศษ" ไม่ใช่สิ่งที่การันตีความสุขและความสมบูรณ์แบบในตัวเราเองได้ บางครั้ง "ความพิเศษ" ของเรา อาจนำมาซึ่งความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสได้เช่นกัน ย้อนเวลาไปเมื่อวันที่ 26 ก.ค. ปี 1999 วันสิ้นสุดของสงครามคาร์กิล ที่เป็นความขัดแย้งครั้งใหญ่ระหว่างอินเดียกับปากีสถาน พันเอก Vikrant Kaul (Anil Kapoor) และ พันเอก Fateh Singh Lakhawat (Bobby Deol) ในเวลานั้น คือ 2 นายทหารฝั่งอินเดียที่รอดตายจากการปะทะกัน ทั้งคู่เจ็บปวดใจอย่างสาหัส จึงได้ติดต่อไปยังหน่วยเบื้องบน โดยความร่วมมือกับสุดยอดนักวิทยาศาสตร์อินเดียหลายคน ได้จัดตั้งโครงการทดลอง Alpha ขึ้นมา เพื่อผลิตเซรุ่มที่เมื่อฉีดเข้าไปแล้ว จะทำให้คนมีความอดทนสูงขึ้น ทนการบาดเจ็บได้มากขึ้น มีความสามารถในการรับรู้ผัสสะต่าง ๆ ได้ดีขึ้น และทำให้ร่างกายมีประสิทธิภาพเกินขีดสุดของคนทั่วไป เพื่อนำไปฉีดให้กองทหารอินเดียที่จะต้องรบกับข้าศึกในอนาคตข้างหน้า...
++ หากแต่ในระหว่างการทดลอง ผู้พัน Vikrant ได้รับข่าวว่าภรรยาตัวเองตั้งครรถ์ แต่ด้วยร่างกายที่อ่อนแอ ทำให้เธออาจจะต้องยุติการตั้งครรภ์ เขาจึงแอบขโมยเซรุ่ม Alpha ไปฉีดให้กับภรรยา ซึ่งก็ได้ผลดีมาก จนกระทั่งวันที่เธอต้องคลอดลูก ได้มีข่าวร้ายออกมาจากห้องทดลองว่า เซรุ่มมีผลข้างเคียงทำให้ผู้เข้ารับการทดลองเสียชีวิตกระทันหันไปมากมาย และภรรยาของเขาก็เช่นกัน หากแต่ลูกสาวของเขากลับรอดชีวิต แต่เมื่อเธอคลอดออกมา ผู้พัน Fateh กลับลักตัวเธอไป โดยบอกว่าเหตุเพราะ ผู้พัน Vikrant ได้แอบขโมยเซรุ่มไปฉีดให้ภรรยาตัวเอง ดังนั้น ลูกสาวของเขาจึงต้องตกเป็นสมบัติของประเทศอินเดีย ผู้เป็นเจ้าของเซรุ่มนั้น จากนั้นไม่นาน ผู้พัน Fateh ก็ได้แจ้งว่าลูกสาวของเขาได้เสียชีวิตลงแล้ว หากแต่ความจริงเธอยังมีชีวิตอยู่และถูกขังอยู่ภายในห้องทดลองลับต่อไปอีก 20 ปี โดย ผู้พัน Fateh ได้ตั้งชื่อให้กับเธอว่า Sita (Alia bhatt) ความโดดเด่นของ Sita คือ เธอฉลาดเข้าขั้นอัจฉริยะ มีความอดทนเหนือมนุษย์ทั่วไป และที่สำคัญเซลส์ในตัวเธอ คือ แหล่งผลิตเซรุ่ม Alpha ชั้นดี ที่จะนำไปฉีดให้กับทหารอินเดีย โดยเธอถูกฝึกการต่อสู้ระดับสูงจาก ผู้พัน Fateh จนได้ฉายาว่าเป็น "แม่สิงโตร้าย"...
++ แต่ในอีกฟากหนึ่ง ผู้พัน Vikrant ผู้หันหลังให้กับอาชีพทหาร เขาเข้ารับราชการไต่เต้าจนได้เป็นหัวหน้าหน่วยข่าวกรอง RAW ของอินเดีย ซึ่งเขามักจะเดินทางไปที่ประเทศสเปนเป็นประจำ ที่นั่นเขามักไปหาเด็กสาวคนหนึ่ง เธอชื่อว่า Durga (Sharvari) แล้ว Durga จริง ๆ เธอ คือ ใคร แล้วทำไมจากนี้ เขาจึงถูกตามล่าจาก Sita ผู้เป็นลูกสาวของตัวเอง (แต่ Sita ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นลูกสาวของ ผู้พัน Vikrant และ ผู้พัน Vikrant ก็ไม่รู้ว่า Sita เป็นลูกสาวตัวเอง) เรื่องราวเหล่านี้เกี่ยวพันอย่างไรกับ ผู้พัน Fateh ความขัดแย้ง การหักหลัง การโกหก คือ ต้นตอของเรื่องราวทั้งหมด โดยมี 2 ประเทศ คือ อินเดียและปากีสถานอยู่เบื้องหลัง ต้องมาลุ้นกันว่าความจริง คือ อะไร และใคร คือ คนที่หักหลังประเทศชาติตัวจริง...
++ Alpha หนังที่เป็นจักรวาลย่อยใหม่ของจักรวาล YRF (Yash Raj Films) Spy Universe ซึ่งเป็นที่สุดแห่งจักรวาลหนัง Spy Action แห่ง Bollywood อันประกอบไปด้วย จักรวาล War, จักรวาล Tiger และ Pathaan ที่รวบรวมเอาสุดยอดนักแสดงที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดของอินเดียเอาไว้เกือบทุกคน ย้ำ! เกือบทุกคน โดยมีรายได้รวมจากทุกเรื่องในจักรวาลกว่า 32,000 ล้านรูปี หรือประมาณ 13,000 ล้านบาท จากหนัง 6 เรื่องก่อนหน้านี้!!!! โดย Alpha ถือว่าเป็นหนังเรื่องแรกในจักรวาล ที่ใช้ตัวแสดงนำหลักเป็นผู้หญิง ซึ่งก็คือดาราสาวที่คนไทยรู้จักผลงานของเธอเป็นอย่างดี Alia Bhatt ที่เคยรับบท Gangubai Kathiawadi (2022) เจ๊แม่คังคุไบของเรานั่นเอง แต่งานนี้เธอไม่ได้มาเดี่ยว ๆ ยังควงสาว Sharvari ที่เพิ่งรับบทนำใน Main Vaapas Aaunga (2026) หนังที่ทะลวงอารมณ์ จขกท. จนน้ำตาไหลดั่งสายน้ำคงคาไปเมื่อ 2-3 อาทิตย์ก่อน ใครจะตามไปดูรีวิวที่นี่นะครับ (https://m.pantip.com/topic/44134361) ส่วนนักแสดงคนอื่น ๆ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นดาวเด่นในวงการที่ จขกท. ชื่นชอบทั้งนั้นอย่าง ป๋า Anil Kapoor (คนนี้เคยเล่น Mission: Impossible – Ghost Protocol (2011) มาแล้วนะครับ), ป๋า Bobby Deol คนนี้ก็รุ่นใหญ่ที่ดังมาก ๆ กับหนังแนว Action ของอินเดีย และ พี่ติ๊กบอมเบย์ ฉายาที่ จขกท. ตั้งให้เองของ Hrithik Roshan แม้จะมาเป็นแค่ Cameo (Major Kabir Dhaliwal ที่เชื่อมโยงกับจักรวาล War) ก็โอเค พอให้หายคิดถึง คือ พอเป็น YRF Spy Universe มัน คือ จักรวาลที่ใหญ่มาก ๆ เป็นหนัง Blockbuster ที่จะต้องทำเงินอย่างแน่นอนตั้งแต่ยังไม่ฉาย ดังนั้น นักแสดงต้องเบอร์ใหญ่เท่านั้นครับ...
++ แม้ตัวหนังจะเป็นที่ชื่นชอบของคนดู แต่นักวิจารณ์ในอินเดียหลายคนกลับไม่ค่อยจะปลื้มสักเท่าไหร่ นอกเหนือไปจากการวิจารณ์ในเรื่องของหนังจากจักรวาลนี้ว่ามันค่อนข้างจะ cliché ที่ไม่ว่าจะกี่เรื่อง ๆ ก็เหมือนกันหมด แต่คราวนี้ Alia Bhatt นางเอกของเราก็โดนไปไม่ใช่น้อย โดยข้อหาที่ถูกว่าส่วนใหญ่จะบอกว่าเธอไม่เหมาะกับบทแอ็คชั่นบ้าง บางคนบอกว่าเธอไม่มีพลังกายและพลังออร่าที่มากพอที่จะมารับบทตัวนำหลักของหนังในจักรวาล YRF Spy Universe ที่ใหญ่บึ้มนี้บ้าง ซึ่งเอาเข้าจริง จขกท. กลับไม่คิดเช่นนั้น Alia แสดงได้ดีเลยครับ เธอดูแข็งแรงในบท Action และยังคงมีพลังออร่าในความเป็นสตาร์อยู่ แต่สิ่งที่หนังให้กับเธอไม่ได้เลยคือ ความโดดเด่นของ Character ครับ เพราะตั้งแต่เธอเริ่มโผล่ออกมาจากหน้าจอจนหนังจบ จขกท. กลับมองว่าเธอมีความคล้ายคลึงกับ Lara Croft จากแฟรนไชส์ Tomb Raider ทุกตารางนิ้ว ทั้งแนวเสื้อผ้า หน้าผม Body Action ฯลฯ มันใช่เลย! ซึ่ง จขกท. มองว่าจุดนี้แหละที่ทำให้เธอยังไม่มีเสน่ห์ในความเป็นตัวเอกมากพอ ผิดกับ Sharvari ที่รับบท Durga อันนี้เธอมีความโดดเด่นใน Character มากกว่า ที่ดูสดใส น่ารัก มองโลกในแง่ดี และซีนการต่อสู้ของเธอ มันก็ดูมีความเป็นธรรมชาติมากกว่า เลยทำให้เธอดูโดดเด่นกว่า Alia ในหนังเรื่องนี้ (ตามความเห็นของ จขกท.) ตรงนี้ทีมสร้างถ้าจะขยายจักรวาลนี้ออกไปจริง ๆ คงต้องทำอะไรสักอย่างกับเรื่องนี้ เพื่อให้จักรวาล Alpha มีความแข็งแรงขึ้นจนเทียบเท่าเรื่องอื่น ๆ ในจักรวาลเดียวกันได้...
++ แต่เรื่องตัวบทมันก็เป็นแบบที่ถูกวิจารณ์ไว้จริง ๆ แต่จะให้ยังไงหล่ะครับ ก็มันเป็นหนัง Spy Action เนื้อเรื่องมันก็ต้องมีผู้ร้าย (ปากีสถาน) มีคนปราบผู้ร้าย (อินเดีย) มีประเด็นเริ่มต้นที่เป็นปม มีจุดหักจุดพลิก แล้วลงท้ายฝ่ายธรรมะก็จะชนะ เพียงแต่ตัวร้ายมันจะปรากฏออกมาในรูปแบบไหนก็เท่านั้นเอง Mission Impossible ก็ประมาณนี้ อยู่ดี ๆ จะให้ Tom Cruise ว้าบหลุดเข้าไปโลกยุคจูราสสิค แล้วไปต่อสู้กับไดโนเสาร์ก่อนจะถูกจับกิน มันก็เป็นไปไม่ได้มั้ย! ซึ่งบทของหนังก็มาเต็มสไตล์หนังอินเดียเลย พลิกไปพลิกมา เซอร์ไพรส์โน่นนี่นั่นโผล่มาตลอด ซึ่งถ้าคุณดูหนังอินเดียเยอะ ๆ คุณก็คงพอเดาทางได้ และนั่นอาจจะเป็นจุดที่เรียกว่า "จุดแข็ง" ที่เป็น "จุดอ่อน" ก็ได้ คือ มันไม่สดใหม่แล้ว จะพลิกจะแพลงยังไงคนดูก็เคยเห็นมาหมดแล้ว แน่นอน! หนังในจักรวาลนี้เขาสร้างเพื่อเป็น Popcorn Movies ดูเอามันส์ ดูเอาสะใจ เพราะในทุก ๆ เรื่องมันก็จะมีความอย่างนี้ก็ได้เหรอในเรื่องของบทอยู่เสมอ ประเภทเมื่อ 10 นาทีก่อน ตัวละครพูดอีกแบบ อีก 10 นาทีต่อมากลายเป็นอีกแบบ เพื่อให้ซีนต่อไปมันเกิดขึ้นได้ก็แค่นั้น แต่ใครจะแคร์ใช่มั้ยครับ ตราบใดที่มันยังคงสนุก สะใจ และมีดาราดังที่คนอยากดูเข้ามาแสดง...
++ เรื่องงาน Production การถ่ายทำ การแสดง ไม่พูดถึงนะครับ เพราะออกมาได้ตามมาตรฐานที่ดีอยู่แล้ว ระเบิดภูเขาเผากระท่อม เล่นใหญ่กันไปตามสไตล์ แต่อยากแอบพูดถึงงาน CGI ของหนัง Bollywood สักหน่อย และไม่ใช่ CGI ซีน Action นะ แต่เป็น CGI ใบหน้าคนนี่แหละครับ ในเรื่องเขาจะต้องย้อนไปสมัยที่ ป๋า Anil กับ ป๋า Bobby ยังหนุ่ม คือ ทำออกมาได้เนียนมาก เปลี่ยนคนแก่ให้เป็นคนหนุ่ม งาน CGI งานแต่งเอฟเฟกต์ Bollywood นี่ แม้แต่ Hollywood ก็ยังต้องใช้งานเลย แน่นมาก!...
++ ท้ายสุด Alpha คือ หนัง Spy Action แนว Popcorn ที่ดูสนุก แต่ยังไม่โดดเด่นเท่าเรื่องอื่น ๆ ในจักรวาลเดียวกัน หนังไม่ยาวมาก 2 ชั่วโมงนิด ๆ หนังใช้ทุนสร้างราว ๆ 1,000 ล้านรูปี ทำรายได้ 4 วันแรกทั่วโลกไป 580 ล้านรูปี (ประมาณ 200 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าโอเคนะครับ อาจจะไม่แรง แต่ไม่แย่ ปิดโปรแกรมน่าจะได้กำไรบ้างประมาณนึงครับ ในไทยหนังฉายแล้ววันนี้ในเครือสีบลูแบบจำกัดรอบ จำกัดสาขา มีที่ เทอร์มินัล 21 อโศก และ พระราม 3, MBK, พัทยา, เชียงใหม่, โคราช, ขอนแก่น, อุบลฯ, ลพบุรี, ภูเก็ต และ แม่สอด บัตรราคา 350 และ 400 บาท ในเก้าอี้แบบปกติ ส่วนใครที่ไม่สะดวกดูในโรงหนัง เซฟชื่อหนังไว้ครับ รอไม่นาน หนังเข้า NF แน่นอน อย่างที่บอกว่าหนังอินเดียเข้า NF เร็วอยู่แล้วครับ...