เราเชื่อเลยว่า มือใหม่เลี้ยงปลาหลายๆคน ต้องเคยเจอปัญหานี้กันแน่นอน "ซื้อปลามาเลี้ยงได้ไม่กี่วัน น้องก็จากเราไปซะแล้ว"
เกิดจากอะไรกันนะ ทั้งๆที่ก่อนซื้อน้องก็ดูสุขภาพดี แข็งแรงแท้ๆ ความจริงแล้วสิ่งที่มือใหม่หลายคนยังไม่รู้ ปลาสวยงามนับเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างอ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อมอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องน้ำ อาหารและการดูแลในช่วงแรก ถ้าเราละเลยหรือขาดความเข้าใจเพียงเล็กน้อย ก็ส่งผลต่อสุขภาพของปลาได้ โชคดีหน่อยน้องอาจจะแค่ป่วย แต่ถ้าโชคร้าย ปลาที่เราซื้อมาอาจจะตายทั้งหมดเลยก็ได้
วันนี้เราจะมาดูกันว่า มีสาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้น้องปลาตายได้และควรแก้ไข รับมือยังไงดี
1.รีบปล่อยปลาลงตู้ทันทีหลังซื้อมา
มีหลายๆคน ที่หลังซื้อปลาปุบ กลับมาถึงบ้านแล้วแกะถุงปล่อยลงตู้ปับ เพราะกลัวน้องปลาจะอึดอัด แต่การทำแบบนี้ทำให้น้องปลาเกิดอาการช็อกจากความแตกต่างของอุณหภูมิและคุณภาพน้ำ วิธีที่ถูกต้องคือ ลอยถุงปลาไว้ในตู้ประมาณ15-20 นาที เพื่อให้อุณหภูมิน้ำในถุงใกล้เคียงกับน้ำในตู้ จากนั้นค่อยๆ เติมน้ำจากตู้ลงในถุงทีละน้อยก่อนปล่อยปลาออกมา
2.ให้อาหารปลาเยอะเกินไป
นี่เป็นความผิดพลาดอันดับต้นๆอีกหนึ่งอย่าง ของคนเลี้ยงปลามือใหม่ หลายคนคิดว่าการให้ปลาได้กินเยอะๆจะช่วยให้ปลาโตเร็ว แข็งแรง และมีสีสันสวยงาม แต่ในความเป็นจริง น้องปลาส่วนใหญ่ต้องการอาหารในปริมาณไม่มากนัก เมื่อให้อาหารมากเกินไป อาหารที่กินไม่หมดจะจมลงก้นตู้และเริ่มเน่าเสีย ส่งผลให้น้ำเสียเร็ว วิธีง่ายๆ คือให้อาหารในปริมาณที่ปลากินหมดภายใน 2-3 นาที และให้อาหารวันละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอแล้ว และที่สำคัญหากเราอยากให้น้องปลาของเรา โตเร็ว แข็งแรง และมีสีสันสวยงาม เราควรเลือกอาหารที่มีโปรตีนสูง อย่างอาหารปลาSakura Gold ที่มีโปรตีนสูงถึง35% เหมาะสำหรับปลาสวยงามทุกชนิด ช่วยเร่งสี เร่งโต ไม่ทำให้น้ำเน่าเสีย ไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ
3. เปลี่ยนน้ำทั้งหมดในครั้งเดียว
หลายๆคนคิดว่าน้ำใหม่สะอาดกว่าน้ำเดิมที่น้องปลาอยู่ เลยตัดสินใจเปลี่ยนน้ำออกทั้งหมด แต่!!การทำแบบนี้อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี ในตู้ปลาจะมีแบคทีเรียชนิดดีที่ช่วยย่อยของเสียและรักษาสมดุลของน้ำอยู่ ถ้าเปลี่ยนน้ำทั้งหมด แบคทีเรียเหล่านี้จะหายไปทำให้ระบบน้ำเสียสมดุล ปลาปรับตัวไม่ทันและเกิดความเครียดได้ เราควรเปลี่ยนน้ำเพียง20-30% ต่อครั้งและค่อยๆ เติมน้ำใหม่ที่ผ่านการพักคลอรีนแล้วลงไป
4. ตู้ปลาเล็กเกินไป
บางคนคิดว่าเริ่มเลี้ยงปลาไม่เยอะใช้ตู้ขนาดเล็กก็พอ เพราะคิดว่าดูแลง่ายและประหยัดพื้นที่ แต่ความจริงแล้วตู้ขนาดเล็กควบคุมคุณภาพน้ำได้ยากกว่ามากๆ น้ำปริมาณน้อยมีโอกาสเสียเร็ว อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงง่ายและของเสียสะสมได้รวดเร็ว ทำให้ปลาเครียดและป่วยได้ง่าย เป็นไปได้ควรเลือกตู้ที่มีขนาดเหมาะสมกับจำนวนปลาและมีระบบกรองที่ได้มาตรฐาน
เป็น4ข้อง่ายๆ พื้นฐานถ้าเรารู้ สังเกตอาการเหล่านี้ได้ก่อนก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่อาการน้องปลาจะรุนแรงจนรักษาได้ยาก
การเลี้ยงปลาไม่ยาก แต่ต้องเข้าใจธรรมชาติของปลา มือใหม่หลายคนที่เลี้ยงปลาตายบ่อยๆในช่วงแรก จะชอบคิดว่าตัวเองไม่เหมาะกับการเลี้ยงปลาแต่ความจริงแล้วปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากความไม่รู้มากกว่า การเลี้ยงปลาสวยงามเป็นงานอดิเรกที่ต้องอาศัยการเรียนรู้ไปทีละเล็กทีละน้อย เมื่อไหร่ที่เราเข้าใจเรื่องคุณภาพน้ำ การให้อาหาร และการดูแลที่เหมาะสมแล้ว จะพบว่าปลาเป็นสัตว์เลี้ยงที่สร้างความเพลิดเพลินและความสุขได้มากกว่าที่คิด บางครั้งการนั่งดูปลาว่ายน้ำก็ช่วยให้จิตใจผ่อนคลายได้และเมื่อปลาที่เราเลี้ยงเติบโตแข็งแรง มีสีสันสดใสก็ถือเป็นอีกความภูมิใจเล็กๆได้เหมือนกันนะ
[CR] เลี้ยงปลาสวยงามยังไงให้รอด #ฉบับมือใหม่หัดเลี้ยง
เกิดจากอะไรกันนะ ทั้งๆที่ก่อนซื้อน้องก็ดูสุขภาพดี แข็งแรงแท้ๆ ความจริงแล้วสิ่งที่มือใหม่หลายคนยังไม่รู้ ปลาสวยงามนับเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างอ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อมอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องน้ำ อาหารและการดูแลในช่วงแรก ถ้าเราละเลยหรือขาดความเข้าใจเพียงเล็กน้อย ก็ส่งผลต่อสุขภาพของปลาได้ โชคดีหน่อยน้องอาจจะแค่ป่วย แต่ถ้าโชคร้าย ปลาที่เราซื้อมาอาจจะตายทั้งหมดเลยก็ได้
วันนี้เราจะมาดูกันว่า มีสาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้น้องปลาตายได้และควรแก้ไข รับมือยังไงดี
1.รีบปล่อยปลาลงตู้ทันทีหลังซื้อมา
มีหลายๆคน ที่หลังซื้อปลาปุบ กลับมาถึงบ้านแล้วแกะถุงปล่อยลงตู้ปับ เพราะกลัวน้องปลาจะอึดอัด แต่การทำแบบนี้ทำให้น้องปลาเกิดอาการช็อกจากความแตกต่างของอุณหภูมิและคุณภาพน้ำ วิธีที่ถูกต้องคือ ลอยถุงปลาไว้ในตู้ประมาณ15-20 นาที เพื่อให้อุณหภูมิน้ำในถุงใกล้เคียงกับน้ำในตู้ จากนั้นค่อยๆ เติมน้ำจากตู้ลงในถุงทีละน้อยก่อนปล่อยปลาออกมา
2.ให้อาหารปลาเยอะเกินไป
นี่เป็นความผิดพลาดอันดับต้นๆอีกหนึ่งอย่าง ของคนเลี้ยงปลามือใหม่ หลายคนคิดว่าการให้ปลาได้กินเยอะๆจะช่วยให้ปลาโตเร็ว แข็งแรง และมีสีสันสวยงาม แต่ในความเป็นจริง น้องปลาส่วนใหญ่ต้องการอาหารในปริมาณไม่มากนัก เมื่อให้อาหารมากเกินไป อาหารที่กินไม่หมดจะจมลงก้นตู้และเริ่มเน่าเสีย ส่งผลให้น้ำเสียเร็ว วิธีง่ายๆ คือให้อาหารในปริมาณที่ปลากินหมดภายใน 2-3 นาที และให้อาหารวันละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอแล้ว และที่สำคัญหากเราอยากให้น้องปลาของเรา โตเร็ว แข็งแรง และมีสีสันสวยงาม เราควรเลือกอาหารที่มีโปรตีนสูง อย่างอาหารปลาSakura Gold ที่มีโปรตีนสูงถึง35% เหมาะสำหรับปลาสวยงามทุกชนิด ช่วยเร่งสี เร่งโต ไม่ทำให้น้ำเน่าเสีย ไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ
3. เปลี่ยนน้ำทั้งหมดในครั้งเดียว
หลายๆคนคิดว่าน้ำใหม่สะอาดกว่าน้ำเดิมที่น้องปลาอยู่ เลยตัดสินใจเปลี่ยนน้ำออกทั้งหมด แต่!!การทำแบบนี้อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี ในตู้ปลาจะมีแบคทีเรียชนิดดีที่ช่วยย่อยของเสียและรักษาสมดุลของน้ำอยู่ ถ้าเปลี่ยนน้ำทั้งหมด แบคทีเรียเหล่านี้จะหายไปทำให้ระบบน้ำเสียสมดุล ปลาปรับตัวไม่ทันและเกิดความเครียดได้ เราควรเปลี่ยนน้ำเพียง20-30% ต่อครั้งและค่อยๆ เติมน้ำใหม่ที่ผ่านการพักคลอรีนแล้วลงไป
4. ตู้ปลาเล็กเกินไป
บางคนคิดว่าเริ่มเลี้ยงปลาไม่เยอะใช้ตู้ขนาดเล็กก็พอ เพราะคิดว่าดูแลง่ายและประหยัดพื้นที่ แต่ความจริงแล้วตู้ขนาดเล็กควบคุมคุณภาพน้ำได้ยากกว่ามากๆ น้ำปริมาณน้อยมีโอกาสเสียเร็ว อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงง่ายและของเสียสะสมได้รวดเร็ว ทำให้ปลาเครียดและป่วยได้ง่าย เป็นไปได้ควรเลือกตู้ที่มีขนาดเหมาะสมกับจำนวนปลาและมีระบบกรองที่ได้มาตรฐาน
เป็น4ข้อง่ายๆ พื้นฐานถ้าเรารู้ สังเกตอาการเหล่านี้ได้ก่อนก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่อาการน้องปลาจะรุนแรงจนรักษาได้ยาก
การเลี้ยงปลาไม่ยาก แต่ต้องเข้าใจธรรมชาติของปลา มือใหม่หลายคนที่เลี้ยงปลาตายบ่อยๆในช่วงแรก จะชอบคิดว่าตัวเองไม่เหมาะกับการเลี้ยงปลาแต่ความจริงแล้วปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากความไม่รู้มากกว่า การเลี้ยงปลาสวยงามเป็นงานอดิเรกที่ต้องอาศัยการเรียนรู้ไปทีละเล็กทีละน้อย เมื่อไหร่ที่เราเข้าใจเรื่องคุณภาพน้ำ การให้อาหาร และการดูแลที่เหมาะสมแล้ว จะพบว่าปลาเป็นสัตว์เลี้ยงที่สร้างความเพลิดเพลินและความสุขได้มากกว่าที่คิด บางครั้งการนั่งดูปลาว่ายน้ำก็ช่วยให้จิตใจผ่อนคลายได้และเมื่อปลาที่เราเลี้ยงเติบโตแข็งแรง มีสีสันสดใสก็ถือเป็นอีกความภูมิใจเล็กๆได้เหมือนกันนะ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้