คนไทยถูกมิจฉาชีพหลอกอ้างมุกไสยศาสตร์ต่างๆ

ใช่ครับ ปัญหานี้เกิดขึ้นในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง มิจฉาชีพบางรายอาศัยความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ โชคลาง หรือสิ่งเหนือธรรมชาติ มาใช้หลอกลวงเพื่อเอาเงินหรือทรัพย์สินจากผู้เสียหาย โดยมักใช้วิธี เช่น

อ้างว่าผู้เสียหายมี “เคราะห์หนัก” หรือ “มีคนทำของใส่” ต้องเสียเงินทำพิธีแก้กรรม
หลอกว่ามีวิญญาณตาม หรือมีสิ่งอัปมงคล ต้องซื้อวัตถุมงคลหรือทำพิธีราคาแพง
อ้างว่าสามารถเสกเงิน เสกทอง ทำให้รวย หรือช่วยให้ถูกหวย
หลอกทำพิธีเรียกคู่ครอง เรียกโชคลาภ หรือทำเสน่ห์ โดยเรียกเก็บเงินเพิ่มเรื่อย ๆ
ให้ผู้เสียหายนำเงินหรือทองมา “ประกอบพิธี” แล้วฉวยโอกาสหลบหนี
มิจฉาชีพมักอาศัยหลักจิตวิทยา เช่น

ทำให้เหยื่อเกิดความกลัว
สร้างความหวังว่าจะได้โชคลาภหรือแก้ปัญหาได้ทันที
อ้างตนว่ามีความรู้พิเศษหรือมีอำนาจเหนือธรรมชาติ
กดดันให้ตัดสินใจเร็ว ไม่ให้มีเวลาปรึกษาผู้อื่น
วิธีป้องกันคือ

อย่าหลงเชื่อคำกล่าวอ้างที่ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ได้
อย่าโอนเงินหรือมอบทรัพย์สินเพื่อทำพิธี
หากถูกกดดันหรือข่มขู่ด้วยเรื่องไสยศาสตร์ ควรปรึกษาคนในครอบครัวหรือผู้ที่ไว้ใจ
หากสงสัยว่าเป็นการหลอกลวง ให้รวบรวมหลักฐานและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ความเชื่อทางศาสนาหรือวัฒนธรรมเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่เมื่อมีการเรียกรับเงินโดยอ้างอำนาจเหนือธรรมชาติ หรือใช้ความเชื่อมาหลอกเอาทรัพย์ ก็อาจเข้าข่ายการฉ้อโกงและเป็นความผิดตามกฎหมายได้ครับ



ทำไมคนไทยถูกหลอกด้วยมุกไสยศาสตร์บ่อยขึ้น?

มีเหตุผลหลักๆ ที่เข้ากับบริบทสังคมไทยครับ:

1. รากวัฒนธรรมและความเชื่อ: ไสยศาสตร์ ศาสนา และความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผูกพันกับชีวิตคนไทยมานาน เป็นที่พึ่งทางใจเมื่อเจอปัญหา ความไม่แน่นอน หรือต้องการความหวัง ทำให้ง่ายต่อการถูกชักจูง

2. สถานการณ์ชีวิตที่กดดัน: ปัญหาเศรษฐกิจ หนี้สิน ความรัก การงาน ทำให้คนอยากหาทางออกที่รวดเร็ว มิจฉาชีพจึงจับจุดนี้มาขาย "ทางลัด" เช่น เสริมดวงชนะพนัน ปลดหนี้ แก้กรรม

3. การตลาดที่แนบเนียน: มิจฉาชีพมักใช้คำพูดที่ทำให้คิดว่า "รู้ใจจริงๆ" ระบุจุดอ่อนของเราได้ถูกต้อง (บางครั้งใช้ข้อมูลส่วนตัวที่ขโมยมา หรือเทคนิคจิตวิทยาทั่วไป) จนเราไว้ใจก่อนทันระวัง

4. การแพร่กระจายทางดิจิทัล: สื่อสังคม แอปแชท ทำให้ข่าวสารและการโฆษณาแพร่เร็ว สร้างภาพว่ามีคนอื่นๆ ได้รับผลประโยชน์จริง (ซึ่งมักเป็นบัญชีปลอม) เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
รูปแบบการหลอกลวงยอดฮิตที่พบบ่อย

✅ หลอกให้จ่ายเงินแก้เคราะห์/เสริมดวง: อ้างว่าคุณมีเคราะห์ร้าย จะมีอันตราย หรือดวงตก ต้องจ่ายค่าบูชา ค่าของศักดิ์สิทธิ์ ค่าทำพิธี เพื่อเปลี่ยนชะตา
✅ ขายของวัตถุมงคลปลอม: อ้างว่าเป็นของขลังจากพระอาจารย์ดัง มีอิทธิฤทธิ์พิเศษ เช่น คุ้มครอง ป้องกันภัย รวยทันใจ แต่จริงๆ เป็นของธรรมดาราคาแพงเกินจริง
✅ หลอกลวงเรื่องความรัก/การงาน: เช่น ขอเงินทำพิธีเรียกเนื้อคู่ ผูกดวงรัก เสริมบารมีให้เจ้านายรัก หรือรับรองว่าจะทำให้ถูกหวย/ชนะการพนันแน่นอน
✅ ขโมยข้อมูลส่วนตัว: อ้างว่าต้องใช้ชื่อจริง วันเดือนปีเกิด บัตรประชาชน เพื่อทำพิธีให้ส่วนตัว แล้วนำไปใช้ทำธุรกรรมผิดกฎหมายต่อ
✅ สัญญาเหนือจริง: รับรองว่า "แก้ได้แน่นอน ไม่ได้คืนเงิน" หรือโชว์รูปภาพ/คลิปปลอมเพื่อพิสูจน์ความศักดิ์สิทธิ์
สัญญาณเตือนภัยที่ต้องรู้ทันที

⚠️ บอกว่าคุณมีเคราะห์ร้ายรออยู่ เพื่อสร้างความตกใจและบังคับให้ตัดสินใจเร็ว
⚠️ ขอเงิน/ทรัพย์สินก่อน เพื่อทำพิธีหรือมอบของขลัง
⚠️ รับรองผลลัพธ์แน่นอน เช่น รวยแน่ๆ ได้งานแน่ๆ คนรักกลับมาแน่ๆ
⚠️ หลบหลีกไม่ยอมบอกชื่อจริง ที่อยู่ หรือหลักฐานที่ตรวจสอบได้
⚠️ กดดันให้จ่ายเงินทันที บอกว่าถ้าช้าจะไม่ได้ผล หรือเคราะห์จะมาถึงเร็วขึ้น
วิธีป้องกันตัวเองและคนใกล้ตัว

1. ยึดหลัก "ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่จ่าย": ไม่เชื่อคำพูดที่สัญญาเหนือจริง ไม่รีบตัดสินใจเมื่อถูกสร้างความตกใจ และห้ามจ่ายเงินก่อนตรวจสอบแน่ชัด

2. ตรวจสอบแหล่งที่มา: พระอาจารย์หรือผู้ทำพิธีต้องมีชื่อเสียงที่ถูกต้อง มีหลักฐานที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่แค่โพสต์ในสื่อสังคม

3. ความเชื่อไม่ใช่ทางลัด: ความเชื่อควรเป็นที่พึ่งทางใจ แรงบันดาลใจให้ทำความดี ไม่ใช่การยกปัญหาทั้งหมดวางไว้ที่ไสยศาสตร์ ความสำเร็จต้องมาจากความพยายามของเราเอง

4. ไม่ให้ข้อมูลส่วนตัว: ห้ามแชร์บัตรประชาชน เลขบัญชี วันเดือนปีเกิด หรือรหัสส่วนตัวให้กับคนไม่รู้จัก

5. แจ้งเบาะแสเมื่อเจอ: ถ้าสงสัยว่าถูกหลอก หรือเจอการกระทำที่น่าสงสัย ให้แจ้งสถานีตำรวจท้องที่ หรือศูนย์รับแจ้งการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต (1441) และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติหากเกี่ยวข้องกับพระสงฆ์

ถ้าคุณหรือคนใกล้ตัวโดนหลอกแล้ว ให้รวบรวมหลักฐาน (แชท สลิปโอนเงิน รูปภาพ) แล้วไปแจ้งความทันทีครับ อย่าปล่อยให้คนอื่นตกเป็นเหยื่อเพิ่มเติมนะครับ



แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่