สวัสดีค่ะ พอดีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนและระบบการทำงานของธนาคารในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อบ้าน (โดยเฉพาะธนาคาร ธอส. หรือธนาคารพาณิชย์ทั่วไป) อยากสอบถามเป็นความรู้ค่ะ
ตามกระบวนการปกติทั่วไปที่เข้าใจคือ ผู้ซื้อต้องทำสัญญาจะซื้อจะขายกับโครงการก่อน
จากนั้นธนาคารจึงจะนำสัญญานั้นไปใช้เป็นหลักฐานส่งประเมินราคา และคีย์ข้อมูลเข้าระบบเพื่อพิจารณาอนุมัติวงเงินกู้
แต่ถ้าเกิดกรณีแบบนี้ในระบบธนาคาร:
ในแอปพลิเคชันหรือระบบของธนาคาร ขึ้นสถานะว่า "อนุมัติสินเชื่อแล้ว" (Final Approval) ในวันที่ 10 เมษายน
แต่ตัวเอกสารกระดาษ "สัญญาจะซื้อจะขาย" ระบุวันที่ทำนิติกรรมเป็น วันที่ 12 เมษายน ณ สำนักงานขายโครงการ (ซึ่งเกิดขึ้นทีหลังวันอนุมัติในระบบ 2 วัน แต่ไม่มีการนัดทำจากโครงการเลย เพราะในวันนั้นเราทำสัญญากู้ที่ธนาคารมีไทม์ไลน์ยืนยัน)
ในทางปฏิบัติและทางเทคนิคของระบบคอมพิวเตอร์ธนาคาร กรณีแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริงไหมคะ?
ธนาคารสามารถออกใบสรุปวงเงินและการอนุมัติจริงให้ลูกค้าก่อนที่จะมีสัญญาจะซื้อจะขายยื่นเข้าไปในระบบได้หรือไม่?
หากระบบทำไม่ได้เลย
รบกวนผู้รู้หรือเจ้าหน้าที่แบงก์ช่วยอธิบายหน่อยค่ะว่า ปกติแล้วสถานะอนุมัติจริงจะถูกกดอนุมัติได้ก็ต่อเมื่อมีไฟล์สแกนสัญญาจะซื้อจะขายฉบับสมบูรณ์อยู่ในระบบแล้วใช่ไหมคะ?
ขอบคุณสำหรับทุกๆ คำตอบล่วงหน้าค่ะ
และมีอีกหนึ่งข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับ "วันทำสัญญากู้" ค่ะ:
ปกติแล้วเวลาเราไปเซ็นสัญญากู้เงินที่ธนาคาร (เช่น นัดเซ็นเอกสารกู้ที่ธนาคารวันที่ 12) แต่ในตัวสำเนาสัญญากู้เงินของธนาคารที่ออกมาภายหลัง กลับระบุวันที่ทำสัญญาเป็น "วันที่ไปโอนบ้าน ณ กรมที่ดิน" (ซึ่งเป็นวันถัดไปหรืออีกหลายวันหลังจากนั้น) แทนที่จะระบุวันที่เราไปนั่งเซ็นเอกสารจริงที่ธนาคาร
ในทางปฏิบัติของธนาคารและทางกฎหมาย:
ทำไมระบบธนาคารต้องใส่วันที่โอนบ้าน/วันที่จดจำนอง เป็นวันทำสัญญากู้ แทนการใส่วันที่ที่มีการทำนิติกรรมเซ็นเอกสารกันจริง ๆ คะ?
การทำแบบนี้เป็นมาตรฐานปกติของทุกธนาคารในการปล่อยสินเชื่อบ้านอยู่แล้ว หรือว่าเป็นความผิดปกติของเคสคะ?
รบกวนเจ้าหน้าที่ธนาคารหรือผู้มีประสบการณ์ช่วยแชร์ข้อมูลในจุดนี้ด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
ปล.ตลอดการทำเรื่องกู้บ้านไม่เคยได้รับสำเนาหรือคู่ฉบับสัญญาจะซื้อจะขายจากโครงการ
สอบถามผู้รู้ : ระบบธนาคารสามารถอนุมัติสินเชื่อบ้าน "ก่อน" วันที่ทำสัญญาจะซื้อจะขายได้ไหมค่ะ?
ตามกระบวนการปกติทั่วไปที่เข้าใจคือ ผู้ซื้อต้องทำสัญญาจะซื้อจะขายกับโครงการก่อน
จากนั้นธนาคารจึงจะนำสัญญานั้นไปใช้เป็นหลักฐานส่งประเมินราคา และคีย์ข้อมูลเข้าระบบเพื่อพิจารณาอนุมัติวงเงินกู้
แต่ถ้าเกิดกรณีแบบนี้ในระบบธนาคาร:
ในแอปพลิเคชันหรือระบบของธนาคาร ขึ้นสถานะว่า "อนุมัติสินเชื่อแล้ว" (Final Approval) ในวันที่ 10 เมษายน
แต่ตัวเอกสารกระดาษ "สัญญาจะซื้อจะขาย" ระบุวันที่ทำนิติกรรมเป็น วันที่ 12 เมษายน ณ สำนักงานขายโครงการ (ซึ่งเกิดขึ้นทีหลังวันอนุมัติในระบบ 2 วัน แต่ไม่มีการนัดทำจากโครงการเลย เพราะในวันนั้นเราทำสัญญากู้ที่ธนาคารมีไทม์ไลน์ยืนยัน)
ในทางปฏิบัติและทางเทคนิคของระบบคอมพิวเตอร์ธนาคาร กรณีแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริงไหมคะ?
ธนาคารสามารถออกใบสรุปวงเงินและการอนุมัติจริงให้ลูกค้าก่อนที่จะมีสัญญาจะซื้อจะขายยื่นเข้าไปในระบบได้หรือไม่?
หากระบบทำไม่ได้เลย
รบกวนผู้รู้หรือเจ้าหน้าที่แบงก์ช่วยอธิบายหน่อยค่ะว่า ปกติแล้วสถานะอนุมัติจริงจะถูกกดอนุมัติได้ก็ต่อเมื่อมีไฟล์สแกนสัญญาจะซื้อจะขายฉบับสมบูรณ์อยู่ในระบบแล้วใช่ไหมคะ?
ขอบคุณสำหรับทุกๆ คำตอบล่วงหน้าค่ะ
และมีอีกหนึ่งข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับ "วันทำสัญญากู้" ค่ะ:
ปกติแล้วเวลาเราไปเซ็นสัญญากู้เงินที่ธนาคาร (เช่น นัดเซ็นเอกสารกู้ที่ธนาคารวันที่ 12) แต่ในตัวสำเนาสัญญากู้เงินของธนาคารที่ออกมาภายหลัง กลับระบุวันที่ทำสัญญาเป็น "วันที่ไปโอนบ้าน ณ กรมที่ดิน" (ซึ่งเป็นวันถัดไปหรืออีกหลายวันหลังจากนั้น) แทนที่จะระบุวันที่เราไปนั่งเซ็นเอกสารจริงที่ธนาคาร
ในทางปฏิบัติของธนาคารและทางกฎหมาย:
ทำไมระบบธนาคารต้องใส่วันที่โอนบ้าน/วันที่จดจำนอง เป็นวันทำสัญญากู้ แทนการใส่วันที่ที่มีการทำนิติกรรมเซ็นเอกสารกันจริง ๆ คะ?
การทำแบบนี้เป็นมาตรฐานปกติของทุกธนาคารในการปล่อยสินเชื่อบ้านอยู่แล้ว หรือว่าเป็นความผิดปกติของเคสคะ?
รบกวนเจ้าหน้าที่ธนาคารหรือผู้มีประสบการณ์ช่วยแชร์ข้อมูลในจุดนี้ด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
ปล.ตลอดการทำเรื่องกู้บ้านไม่เคยได้รับสำเนาหรือคู่ฉบับสัญญาจะซื้อจะขายจากโครงการ