ฝนตกพรำๆ ฉันนั่งจิบกาแฟดำร้อนริมหน้าต่างคาเฟ่เก่า ไออุ่นจากแก้วลอยขึ้นท่ามกลางอากาศเย็น เสียงฝนแผ่วเบาราวกับพาฉันย้อนกลับไปยังคืนหนึ่งในอดีต
คืนนั้นฝนตกหนักไม่ต่างจากวันนี้ ห้องเล็กๆ สว่างด้วยแสงไฟอุ่น มีกลิ่นกาแฟกรุ่นอยู่ในอากาศ และมีเราเพียงสองคน
ฉันเดินเข้าไปโอบกอดเธอเบาๆ ก่อนซบศีรษะลงบนไหล่
"คิดถึงบรรยากาศแบบนี้จัง..." ฉันเอ่ยเบาๆ
เธอยิ้มโดยไม่หันกลับมา ก่อนจะกุมมือฉันไว้ ความเงียบในห้องกลับอบอุ่นกว่าคำพูด
เธอแกล้งใช้นิ้วขีดข่วนลงบนแผ่นหลังฉันเบาๆ ฉันสะดุ้งนิดหนึ่งก่อนหัวเราะ
"เดี๋ยวก็เป็นรอยหรอก" เธอพูดยิ้มๆ
"งั้นก็ดีสิ..." ฉันตอบ "จะได้มีรอยไว้เตือนว่า คืนนี้เราเคยมีความสุขด้วยกัน"
เธอส่ายหน้า พลางยิ้มทั้งน้ำตา นัยน์ตานั้นซ่อนความเศร้าจางๆ ราวกับรู้ดีว่าเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปรวดเร็วเสมอ ก่อนจะกระชับมือฉันให้แน่นขึ้น
เสียงฝนยังคงดังอยู่ข้างนอก ราวกับเป็นพยานของความทรงจำในคืนนั้น
ฉันยกกาแฟขึ้นจิบอีกครั้ง รสขมปร่าซึมซาบลงไปพร้อมกับความรู้สึกโหยหาอดีตที่ไม่อาจย้อนคืน ทอดสายตามองสายฝนที่ยังโปรยปรายไม่หยุด
บางครั้ง รอยที่อยู่กับเราได้นานที่สุด อาจไม่ใช่รอยข่วนบนแผ่นหลัง
แต่คือร่องรอยของความทรงจำ ที่สลักอยู่ในหัวใจ และไม่มีวันเลือนหาย
รอยจำในวันฝนพรำ
คืนนั้นฝนตกหนักไม่ต่างจากวันนี้ ห้องเล็กๆ สว่างด้วยแสงไฟอุ่น มีกลิ่นกาแฟกรุ่นอยู่ในอากาศ และมีเราเพียงสองคน
ฉันเดินเข้าไปโอบกอดเธอเบาๆ ก่อนซบศีรษะลงบนไหล่
"คิดถึงบรรยากาศแบบนี้จัง..." ฉันเอ่ยเบาๆ
เธอยิ้มโดยไม่หันกลับมา ก่อนจะกุมมือฉันไว้ ความเงียบในห้องกลับอบอุ่นกว่าคำพูด
เธอแกล้งใช้นิ้วขีดข่วนลงบนแผ่นหลังฉันเบาๆ ฉันสะดุ้งนิดหนึ่งก่อนหัวเราะ
"เดี๋ยวก็เป็นรอยหรอก" เธอพูดยิ้มๆ
"งั้นก็ดีสิ..." ฉันตอบ "จะได้มีรอยไว้เตือนว่า คืนนี้เราเคยมีความสุขด้วยกัน"
เธอส่ายหน้า พลางยิ้มทั้งน้ำตา นัยน์ตานั้นซ่อนความเศร้าจางๆ ราวกับรู้ดีว่าเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปรวดเร็วเสมอ ก่อนจะกระชับมือฉันให้แน่นขึ้น
เสียงฝนยังคงดังอยู่ข้างนอก ราวกับเป็นพยานของความทรงจำในคืนนั้น
ฉันยกกาแฟขึ้นจิบอีกครั้ง รสขมปร่าซึมซาบลงไปพร้อมกับความรู้สึกโหยหาอดีตที่ไม่อาจย้อนคืน ทอดสายตามองสายฝนที่ยังโปรยปรายไม่หยุด
บางครั้ง รอยที่อยู่กับเราได้นานที่สุด อาจไม่ใช่รอยข่วนบนแผ่นหลัง
แต่คือร่องรอยของความทรงจำ ที่สลักอยู่ในหัวใจ และไม่มีวันเลือนหาย