หลายคนรู้จักเครือ
Minor International จากแบรนด์ดังอย่าง The Pizza Company, Swensen's, Anantara หรือ Avani แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ผู้ก่อตั้งอย่าง
William Heinecke เริ่มต้นทำธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่อายุเพียง
17 ปี และคำว่า
"Minor" ก็มาจากคำที่แปลว่า "ผู้เยาว์" นั่นเอง
สรุปเส้นทางของ William Heinecke
📌
เริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่อายุ 17 ปี
- ย้ายมาอยู่ประเทศไทยตั้งแต่อายุ 14 ปี
- เรียนที่ International School Bangkok
- เริ่มทำงานพาร์ตไทม์ด้านโฆษณาตั้งแต่ยังเรียน
- ตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนเพื่อทำธุรกิจเต็มตัว
📌
ก่อตั้งบริษัทแรก
- เปิดบริษัทด้านโฆษณาและบริการทำความสะอาด
- ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะธุรกิจโฆษณาที่กลายเป็นหนึ่งในรายใหญ่ของไทยในยุคนั้น
📌
กำเนิดชื่อ "Minor"
- ตั้งบริษัท Minor Holdings ในปี 2513
- ใช้คำว่า Minor เพราะในตอนเริ่มธุรกิจยังเป็น "ผู้เยาว์"
- เคยเล่าว่า เพื่อให้ลูกค้าเชื่อถือมากขึ้น จึงไว้หนวดเคราให้ดูมีอายุมากกว่าเดิม
📌
ขยายสู่ธุรกิจโรงแรม
ปี 2521 เปิดโรงแรมแห่งแรกที่พัทยา
เลือกพัทยาเพราะมองว่า หากแข่งขันในตลาดที่ยากได้ ก็สามารถขยายไปพื้นที่อื่นได้ไม่ยาก
📌
เข้าสู่ธุรกิจอาหาร
- ปี 2523 ได้สิทธิ์บริหารแฟรนไชส์ Pizza Hut ในไทย
- ภายหลังเกิดการเปลี่ยนแปลง จึงสร้างแบรนด์
The Pizza Company ขึ้นมา และประสบความสำเร็จอย่างมาก
🏨
Minor Hotels
- โรงแรมและรีสอร์ตมากกว่า
636 แห่ง ใน
68 ประเทศ
- แบรนด์ เช่น Anantara, Avani, NH Hotels และ Tivoli
🍕
Minor Food
- บริหารร้านอาหารและเครื่องดื่มชื่อดัง เช่น
- The Pizza Company
- Bonchon
- Swensen's
- Sizzler
- Dairy Queen
- Burger King
🛍️
Minor Lifestyle
- ดูแลแบรนด์ไลฟ์สไตล์ เช่น Bossini, Charles & Keith และ Anello
- รวมถึงเป็นผู้ร่วมทุนในธุรกิจ
POP MART Thailand
วันนี้เติบโตขนาดไหน?
- ปัจจุบัน
Minor International มีมูลค่าบริษัทมากกว่า
100,000 ล้านบาท และเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย
แนวคิดที่น่าสนใจจาก William Heinecke
- "อย่าทำอะไรเลย ถ้าคุณไม่มีความหลงใหลกับสิ่งนั้น เพราะถ้าคุณไม่ตื่นเต้นกับมัน แสดงว่าคุณกำลังทำสิ่งที่ไม่ใช่"
- เรื่องราวของ William Heinecke แสดงให้เห็นว่า การเริ่มต้นตั้งแต่อายุน้อยไม่ใช่อุปสรรค หากมีความกล้าตัดสินใจ มองเห็นโอกาส และพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถสร้างองค์กรระดับแสนล้านได้เช่นกัน
ที่มา
BrandCase
William Heinecke ผู้ก่อตั้ง Minor สู่เจ้าของอาณาจักรแสนล้าน! เส้นทาง
สรุปเส้นทางของ William Heinecke
📌 เริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่อายุ 17 ปี
- ย้ายมาอยู่ประเทศไทยตั้งแต่อายุ 14 ปี
- เรียนที่ International School Bangkok
- เริ่มทำงานพาร์ตไทม์ด้านโฆษณาตั้งแต่ยังเรียน
- ตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนเพื่อทำธุรกิจเต็มตัว
📌 ก่อตั้งบริษัทแรก
- เปิดบริษัทด้านโฆษณาและบริการทำความสะอาด
- ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะธุรกิจโฆษณาที่กลายเป็นหนึ่งในรายใหญ่ของไทยในยุคนั้น
📌 กำเนิดชื่อ "Minor"
- ตั้งบริษัท Minor Holdings ในปี 2513
- ใช้คำว่า Minor เพราะในตอนเริ่มธุรกิจยังเป็น "ผู้เยาว์"
- เคยเล่าว่า เพื่อให้ลูกค้าเชื่อถือมากขึ้น จึงไว้หนวดเคราให้ดูมีอายุมากกว่าเดิม
📌 ขยายสู่ธุรกิจโรงแรม
ปี 2521 เปิดโรงแรมแห่งแรกที่พัทยา
เลือกพัทยาเพราะมองว่า หากแข่งขันในตลาดที่ยากได้ ก็สามารถขยายไปพื้นที่อื่นได้ไม่ยาก
📌 เข้าสู่ธุรกิจอาหาร
- ปี 2523 ได้สิทธิ์บริหารแฟรนไชส์ Pizza Hut ในไทย
- ภายหลังเกิดการเปลี่ยนแปลง จึงสร้างแบรนด์ The Pizza Company ขึ้นมา และประสบความสำเร็จอย่างมาก
🏨 Minor Hotels
- โรงแรมและรีสอร์ตมากกว่า 636 แห่ง ใน 68 ประเทศ
- แบรนด์ เช่น Anantara, Avani, NH Hotels และ Tivoli
🍕 Minor Food
- บริหารร้านอาหารและเครื่องดื่มชื่อดัง เช่น
- The Pizza Company
- Bonchon
- Swensen's
- Sizzler
- Dairy Queen
- Burger King
🛍️ Minor Lifestyle
- ดูแลแบรนด์ไลฟ์สไตล์ เช่น Bossini, Charles & Keith และ Anello
- รวมถึงเป็นผู้ร่วมทุนในธุรกิจ POP MART Thailand
วันนี้เติบโตขนาดไหน?
- ปัจจุบัน Minor International มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 100,000 ล้านบาท และเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย
แนวคิดที่น่าสนใจจาก William Heinecke
- "อย่าทำอะไรเลย ถ้าคุณไม่มีความหลงใหลกับสิ่งนั้น เพราะถ้าคุณไม่ตื่นเต้นกับมัน แสดงว่าคุณกำลังทำสิ่งที่ไม่ใช่"
- เรื่องราวของ William Heinecke แสดงให้เห็นว่า การเริ่มต้นตั้งแต่อายุน้อยไม่ใช่อุปสรรค หากมีความกล้าตัดสินใจ มองเห็นโอกาส และพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถสร้างองค์กรระดับแสนล้านได้เช่นกัน
ที่มา BrandCase