คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 9
หัวกระทู้บอกว่า ...ไทยเลือกใช้ UNCLOS ...
ไทยไม่ได้เลือกอย่างนั้นนะ ทั้งไทยและเขมร เป็นสมาชิก unclos (เขมร เพิ่งยอมรับเข้าร่วม unclos เมื่อ มี.ค.69 หลังที่ไทยแสดงท่าทีชัดเจนว่า จะเลิก mou 44)
เมื่อเขมรยื่นเรื่องไปที่ UN ขอใช้กลไกนี้แก้ปัญหาที่มี ไทยเราจึงหนีไม่ออก ถ้าหากไทยจะไม่เข้าร่วม ไม่ส่งคนไปร่วมพูดคุย กลไกตาม unclos นี้ก็ยังคงเดินหน้าต่อไปไม่ล้มเลิก โดย UN จะจัดหาผู้แทน 2 คน เข้าร่วมประชุมเป็นผู้แทนฝ่ายไทย
ข้อความอันนี้ ได้รับฟังมาจาก รมว.ต่างประเทศของไทย และ ฟังจาก ดร.ภัทรพงษ์ อจ.นิติศาสตร์ มธ.ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศ พูดอธิบายในรายการวิทยุและทีวี หลายครั้ง
จะเอาอย่างนั้นหรือ ถ้าคนฝ่ายเราที่เข้าไปพูดคุย ไม่ใช่คนที่เราสรรหาเอง
ไทยไม่ได้เลือกอย่างนั้นนะ ทั้งไทยและเขมร เป็นสมาชิก unclos (เขมร เพิ่งยอมรับเข้าร่วม unclos เมื่อ มี.ค.69 หลังที่ไทยแสดงท่าทีชัดเจนว่า จะเลิก mou 44)
เมื่อเขมรยื่นเรื่องไปที่ UN ขอใช้กลไกนี้แก้ปัญหาที่มี ไทยเราจึงหนีไม่ออก ถ้าหากไทยจะไม่เข้าร่วม ไม่ส่งคนไปร่วมพูดคุย กลไกตาม unclos นี้ก็ยังคงเดินหน้าต่อไปไม่ล้มเลิก โดย UN จะจัดหาผู้แทน 2 คน เข้าร่วมประชุมเป็นผู้แทนฝ่ายไทย
ข้อความอันนี้ ได้รับฟังมาจาก รมว.ต่างประเทศของไทย และ ฟังจาก ดร.ภัทรพงษ์ อจ.นิติศาสตร์ มธ.ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศ พูดอธิบายในรายการวิทยุและทีวี หลายครั้ง
จะเอาอย่างนั้นหรือ ถ้าคนฝ่ายเราที่เข้าไปพูดคุย ไม่ใช่คนที่เราสรรหาเอง
แสดงความคิดเห็น
🌊 ไทยเลือกใช้ UNCLOS แก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ทางออกสู่ความร่วมมือ หรือเดิมพันผลประโยชน์ของชาติ?
ประเด็นพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชากลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังไทยตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการ "ประนอมภาคบังคับ" (Compulsory Conciliation) ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS เพื่อหาทางออกต่อข้อพิพาทที่ยืดเยื้อมานาน ภายหลังการเจรจาภายใต้ MOU 44 ยังไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้
สิ่งสำคัญคือ กระบวนการนี้ ไม่ใช่การขึ้นศาลโลกเพื่อชี้ขาดว่าใครแพ้หรือชนะ แต่เป็นกลไกที่เปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายใช้หลักกฎหมายระหว่างประเทศและการเจรจาผ่านคณะผู้ประนอม เพื่อหาแนวทางที่ทั้งสองประเทศยอมรับได้ และลดความซับซ้อนของพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล
ประเด็นดังกล่าวมีความละเอียดอ่อนอย่างมาก เพราะนอกจากจะเกี่ยวข้องกับเรื่อง อธิปไตยและเขตแดนทางทะเล แล้ว พื้นที่ดังกล่าวยังถูกมองว่ามีศักยภาพด้าน ทรัพยากรธรรมชาติและพลังงาน ที่อาจสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาลให้ทั้งสองประเทศในอนาคต
อีกมุมหนึ่ง หลายฝ่ายมองว่าการเลือกใช้กลไกของ UNCLOS สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของไทยในการแก้ไขข้อพิพาทผ่านกฎหมายระหว่างประเทศและการทูต มากกว่าการเผชิญหน้าหรือปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อต่อไป
อย่างไรก็ตาม ก็มีข้อกังวลว่ากระบวนการนี้อาจส่งผลต่อผลประโยชน์ของชาติ หากการเจรจาไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายที่ไทยคาดหวัง จึงเกิดคำถามสำคัญว่า ไทยควรวางยุทธศาสตร์อย่างไรเพื่อรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศ ควบคู่ไปกับการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน
เพื่อน ๆ คิดอย่างไรกับการเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ในครั้งนี้? มองว่าเป็นโอกาสในการคลี่คลายข้อพิพาทอย่างสันติ หรือเป็นความเสี่ยงที่ไทยต้องจับตาอย่างใกล้ชิด?
https://vt.tiktok.com/ZSCv5gpVN/