รีวิว San Andreas (2015) หนังภัยพิบัติที่ทำให้ผมใจเต้นไม่หยุด! (มีสปอยล์นิดหน่อย)



สวัสดีครับชาว Pantip ทุกท่าน! วันนี้ผมขอมาป้ายยาหนังภัยพิบัติอีกเรื่องที่ผมดูแล้วรู้สึกว่ามันส์สะใจดีครับ นั่นคือเรื่อง San Andreas ปี 2015 ครับ ผมเชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยดูหรือไม่ก็เคยได้ยินชื่อเรื่องนี้มาบ้างแล้ว เพราะตอนที่หนังเข้าฉายก็เป็นกระแสพอสมควรเลย

ก่อนอื่นเลย ขอสารภาพว่าผมเป็นพวกชอบดูหนังแนวภัยพิบัติอยู่แล้วครับ ยิ่งถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับแผ่นดินไหว สึนามิ หรือภัยธรรมชาติอื่นๆ นี่คือต้องจัดครับ มันเหมือนกับว่าเราได้ลุ้นระทึกไปกับตัวละคร ได้เห็นความพยายามในการเอาชีวิตรอดของมนุษย์ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังอะไรประมาณนั้นครับ สำหรับ San Andreas เรื่องนี้ก็ไม่ทำให้ผมผิดหวังเลยครับ

หนังเปิดเรื่องมาด้วยฉากที่ทำให้เรารู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นครับ เราจะได้เห็นภาพของรอยเลื่อน San Andreas ที่เป็นต้นเหตุของแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งตรงนี้เองที่ทำให้ผมรู้สึกว่าหนังมันมีความสมจริงในระดับหนึ่งเลยครับ คือมันไม่ได้เป็นแค่ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นมาลอยๆ แต่มันมีที่มาที่ไปที่อ้างอิงจากหลักวิทยาศาสตร์ ซึ่งทำให้เราอินกับหนังได้ง่ายขึ้นครับ

ตัวเอกของเรื่องคือ เรย์ เกนส์ ครับ รับบทโดย Dwayne "The Rock" Johnson ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีในบทบาทบู๊ล้างผลาญครับ ในเรื่องนี้เฮียเดอะร็อกรับบทเป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์กู้ภัย ซึ่งตรงกับคาแรคเตอร์ของเขามากครับ คือเป็นคนที่แข็งแกร่ง พึ่งพาได้ และพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้อื่นเสมอครับ แต่ในเรื่องนี้เรย์ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตครับ เมื่อแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ถล่มแคลิฟอร์เนีย เขากลับต้องเดินทางข้ามรัฐเพื่อไปช่วยลูกสาวที่ห่างเหินกันไปนานครับ

ตรงนี้เองที่ทำให้หนังมีมิติมากขึ้นครับ ไม่ใช่แค่หนังภัยพิบัติทั่วไปที่เน้นฉากแอคชั่นอย่างเดียว แต่หนังยังใส่เรื่องราวความสัมพันธ์ในครอบครัวเข้ามาด้วยครับ เราจะได้เห็นความพยายามของเรย์ที่จะแก้ไขความสัมพันธ์กับภรรยาเก่าและลูกสาว ซึ่งตรงนี้เองที่ทำให้ตัวละครมีชีวิตชีวามากขึ้นครับ เราจะรู้สึกเอาใจช่วยเรย์ให้สามารถช่วยเหลือลูกสาวได้สำเร็จ และในขณะเดียวกันก็หวังว่าครอบครัวของเขาจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมครับ

สำหรับฉากแผ่นดินไหวในเรื่องนี้ บอกเลยว่าอลังการงานสร้างมากครับ CG ทำออกมาได้สมจริงสุดๆ ครับ ตึกถล่ม ถนนทรุด แผ่นดินแยก คือมันดูแล้วรู้สึกเหมือนเราอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ ครับ โดยเฉพาะฉากที่ตึกถล่มลงมาเป็นโดมิโน่ หรือฉากที่สึนามิซัดถล่มเมืองนี่คือผมถึงกับต้องอุทานออกมาเลยครับว่า "โหดจัด" ครับ คือมันทำให้เราเห็นถึงพลังทำลายล้างของธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่จริงๆ ครับ

นอกจากฉากแอคชั่นที่ระทึกแล้ว หนังยังสอดแทรกเรื่องราวของความกล้าหาญ การเสียสละ และความร่วมมือร่วมใจของมนุษย์ในยามวิกฤตครับ เราจะได้เห็นผู้คนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อเอาชีวิตรอดจากภัยพิบัติครั้งนี้ครับ ตรงนี้เองที่ทำให้หนังมีข้อคิดดีๆ ครับ คือไม่ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายแค่ไหน ถ้าเรามีความหวังและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เราก็จะสามารถผ่านพ้นมันไปได้ครับ

ส่วนตัวผมให้คะแนนหนังเรื่องนี้ประมาณ 7.5/10 ครับ คือมันเป็นหนังที่ดูสนุก ลุ้นระทึก และได้ข้อคิดดีๆ ครับ แต่อาจจะมีบางจุดที่รู้สึกว่ามันเกินจริงไปบ้างครับ อย่างเช่นความสามารถของตัวละครหลักที่ดูเหมือนจะรอดตายได้ทุกสถานการณ์ครับ แต่ก็เข้าใจครับว่ามันคือหนังครับ ถ้าจะให้สมจริงไปหมดก็อาจจะไม่สนุกเท่าไหร่ครับ

โดยรวมแล้ว San Andreas เป็นหนังภัยพิบัติที่ผมแนะนำให้ทุกคนดูครับ โดยเฉพาะคนที่ชอบหนังแนวนี้ครับ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนครับ คุณจะได้ลุ้นระทึกไปกับตัวละคร ได้เห็นฉากแอคชั่นสุดอลังการ และได้ข้อคิดดีๆ กลับไปครับ

ถ้าใครยังไม่เคยดู ลองไปหามาดูกันนะครับ แล้วมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ครับ ว่าดูแล้วรู้สึกยังไงกันบ้างครับ ส่วนตัวผมคิดว่าหนังเรื่องนี้ให้ความบันเทิงได้ดีเยี่ยมเลยครับ ดูแล้วทำให้ผมรู้สึกอยากเตรียมตัวรับมือกับภัยพิบัติมากขึ้นเลยครับ คือไม่ประมาทไว้ก่อนก็ดีครับ

สุดท้ายนี้ ขอฝากไว้ว่าภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมของเราครับ สิ่งที่เราทำได้คือเตรียมพร้อมรับมือและช่วยเหลือซึ่งกันและกันครับ หวังว่ารีวิวของผมจะเป็นประโยชน์กับทุกท่านนะครับ แล้วเจอกันใหม่ในรีวิวหนังเรื่องต่อไปครับ ขอบคุณครับ!

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่