.
ตั้งวงถก ‘นิรโทษกรรม’ ชัยธวัช ชี้โจทย์ต่าง เทียบบริบท 6 ตุลา เปิดปมท้าทายคดีการเมือง
.
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการจัดกิจกรรมหัวข้อ “ครึ่งศตวรรษรัฐประหาร 6 ตุลาฯ ถึงเวลาลบมรดกบาป” เนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์รัฐประหารภายหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 โดยมีนักวิชาการ ผู้ได้รับผลกระทบจากคดีการเมือง นักกิจกรรม และประชาชนเข้าร่วม เพื่อร่วมทบทวนประวัติศาสตร์ แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับผลกระทบของรัฐประหารต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และร่วมเปิดแคมเปญ “ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาคม” อาทิ นายชัยธวัช ตุลาธน ผู้อำนวยการอาวุโส มูลนิธิคณะก้าวหน้า, นายวิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ อดีตจำเลยในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม, นางสาวบุณยนุช มัทธุจักร เจ้าหน้าที่รณรงค์ จาก iLaw, ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย วินิจจะกูล อดีตจำเลยในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม, นายสราวุทธิ์ กุลมธุรพจน์ อดีตจำเลยในศาลทหารเชียงราย และนางสาวจุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ จำเลยในยุคราษฎร 2563
.
ดำเนินรายการโดย นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และนางสาวจุฑารัตน์ กุลตัณกิจจา จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
.
เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศบริเวณด้านหน้าห้อง LT.1 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีผู้เข้าร่วมงานทยอยลงทะเบียนและเยี่ยมชมนิทรรศการซึ่งจัดแสดงข้อมูลด้านประวัติศาสตร์อย่างต่อเนื่อง
.
นอกจากนี้ บริเวณหน้างานยังมีการตั้งบูธเผยแพร่เอกสาร หนังสือ ของที่ระลึก และสื่อรณรงค์จากภาคประชาสังคม อาทิ iLaw, พิพิธภัณฑ์สามัญชน และแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม พร้อมทั้งมีป้ายประชาสัมพันธ์แคมเปญ “ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาคม” เชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อสนับสนุนการยกเลิกคำสั่งคณะรัฐประหารที่เกี่ยวข้องกับผลพวงจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519
.
เวลา 13.30 น. มีการฉายสารคดี “นิรโทษกรรม จำเลยคดี 6 ตุลา” โดยได้รับการสนับสนุนภาพยนตร์สำหรับการจัดฉายจากหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)
.
จากนั้น เวลา 14.30 น. มีวงพูดคุยหลังการฉายสารคดี โดยนายชัยธวัช และนายวิโรจน์ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสารคดี
.
ในตอนหนึ่ง นายวิโรจน์กล่าวว่า หลายเรื่องในเหตุการณ์นั้น ตนจำไม่ได้แล้ว แต่เมื่อได้ชมสารคดี ได้เห็นภาพซ้ำอีกครั้ง ทำให้รู้สึกว่าทหารรุ่นนั้นมีความฉลาด มีปัญญาทางการเมือง ซึ่งหลังจากนั้นมาไม่เคยเห็นแบบนั้นอีกเลย โดยครั้งนั้น ‘ฝ่ายพิราบ’ ชนะ และปล่อยพวกเราออกมา ทำให้สถานการณ์คลี่คลายลงไปเยอะ แม้แต่ทฤษฎีโดมิโนก็ยังหยุดได้
.
“เรามัวแต่พูดถึงสิ่งที่อยู่ในประเทศไทย แต่ยังไม่ได้เอาเหตุการณ์นั้นไปวางไว้ในบริบทของโลก ขณะนั้นโลกอยู่ในยุคของทฤษฎีโดมิโน ที่ประเทศต่างๆ ล้มเป็นทอดๆ
.
การตัดสินใจครั้งนั้นเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับโลก เป็นการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยที่ดีมาก และการปล่อยพวกเราออกมาในตอนนั้น ทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับจากนานาชาติอย่างมาก
.
พอเรามาดูเรื่องนี้ ก็เหมือนกับดูสามก๊ก เมื่อเรามองเข้าไปในสามก๊ก เราจะรู้เลยว่าใครมีปัญญา แต่เมื่อมองกลับมาที่ทหารกลุ่มนี้ ผมเห็นว่าพวกเขามีปัญญา แต่มีเพียงครั้งเดียว แล้วตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ก็ไม่เคยเห็นอีกเลย” นายวิโรจน์กล่าว
.
ด้านนายชัยธวัชกล่าวว่า ภาพนี้สะท้อน 2 เรื่อง คือ
.
1.หมายความว่าเรื่องนี้มีความสำคัญทางการเมืองสำหรับรัฐบาลพลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ อย่างมาก
.
2. มีความเป็นไปได้ที่ผู้ทุบโต๊ะให้มีการนิรโทษกรรมน่าจะเป็นพลเอกเกรียงศักดิ์และคณะ หากพิจารณาภาษากายและภาษาภาพ
.
นายชัยธวัชกล่าวต่อไปว่า ต้องเข้าใจก่อนว่า คดี 6 ตุลา ข้อหาหนักจริงๆ คือการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ที่ครอบคลุมทุกข้อกล่าวหา สิ่งที่ต่างกันในตอนนั้นคือโจทย์ของชนชั้นนำไทยว่าจะสู้กับคอมมิวนิสต์อย่างไร จะยุติสงครามการเมืองอย่างไร ไม่ใช่เรื่องมาตรา 112
.
“ภาพความโหดร้ายจากเหตุการณ์ 6 ตุลา ที่หลายคนบอกว่าทำให้ฝ่ายโจทก์ตกเป็นฝ่ายจำเลยของสังคมเสียเองด้วย เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้นำกองทัพตัดสินใจยุติเรื่องนี้ด้วยการนิรโทษกรรม ไม่อยากให้คดียืดเยื้อไปอีก” นายชัยธวัชกล่าว
.
นายชัยธวัชกล่าวว่า พอมาพูดถึงปัจจุบัน จริงๆ ในอดีตข้อหารุนแรงกว่าปัจจุบันเยอะ แต่ทำไมนิรโทษกรรมได้ ขณะที่ปัจจุบันกลับนิรโทษกรรมไม่ได้ ตนคิดว่าความท้าทายคือดุลอำนาจที่เปลี่ยนไป ซึ่งแม้เห็นข้อดีของการนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 ก็ไม่กล้าตัดสินใจด้วยตนเอง
.
“คิดว่าสิ่งที่แตกต่างกันอีกอย่างหนึ่ง คือโจทย์และบริบททางการเมืองเปลี่ยนไปด้วย ตอนนั้นคือต้องการยุติสงครามคอมมิวนิสต์ แต่ตอนนี้ชนชั้นนำจารีตต้องการควบคุมความรู้สึกนึกคิดใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย โดยเฉพาะหลังปี 2560 เป็นต้นมา คนรุ่นใหม่เรียกร้องการปฏิรูป โจทย์จึงเป็นคนละเรื่อง ไม่ใช่การตัดกำลังพรรคคอมมิวนิสต์ แต่เป็นการควบคุมความรู้สึกนึกคิดแบบใหม่ที่จะกระจายออกไป ในสถานการณ์ที่อุดมการณ์หลักแบบเดิมค่อยๆ เสื่อมลง” นายชัยธวัช กล่าว
.
นายชัยธวัชกล่าวด้วยว่า สภาพการณ์แบบนี้เป็นความท้าทายสำหรับการผลักดันเรื่องการนิรโทษกรรมคดีการเมืองในปัจจุบัน ตนเชื่อว่าสังคมไทยต้องการฝ่ายอนุรักษนิยมที่ฉลาด และฉลาดอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีความกล้าหาญทางการเมืองด้วย
.
.
ภาคประชาชน ล่า 5 หมื่นชื่อ ยกเลิกคำสั่ง ฉบับ 41 ยุค 6 ตุลา ในวาระครบ 50 ปี
https://www.matichon.co.th/politics/news_5792805
.
ภาคประชาชน ล่า 5 หมื่นชื่อ ยกเลิกคำสั่ง ฉบับ 41 ยุค 6 ตุลา ในวาระครบ 50 ปี
.
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการจัดกิจกรรมหัวข้อ “
ครึ่งศตวรรษรัฐประหาร 6 ตุลาฯ ถึงเวลาลบมรดกบาป” เนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์รัฐประหารภายหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 โดยมีนักวิชาการ ผู้ได้รับผลกระทบจากคดีการเมือง นักกิจกรรม และประชาชนเข้าร่วม เพื่อร่วมทบทวนประวัติศาสตร์ แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับผลกระทบของรัฐประหารต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน
.
และร่วมเปิดแคมเปญ “
ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาคม” อาทิ นาย
ชัยธวัช ตุลาธน ผู้อำนวยการอาวุโส มูลนิธิคณะก้าวหน้า, นาย
วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ อดีตจำเลยในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม, นางสาว
บุณยนุช มัทธุจักร เจ้าหน้าที่รณรงค์ จาก iLaw, ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.
ธงชัย วินิจจะกูล อดีตจำเลยในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม, นาย
สราวุทธิ์ กุลมธุรพจน์ อดีตจำเลยในศาลทหารเชียงราย และนางสาว
จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ จำเลยในยุคราษฎร 2563
.
โดยเมื่อเวลา 17.00 น. หลังเสร็จสิ้นการชมภาพยนตร์สารคดี และวงเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมอง ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเคลื่อนย้ายจากห้องเสวนาไปยังลานประติมานุสรณ์ เพื่อร่วมเปิดแคมเปญ ‘ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ’
.
นาย
สุเทพ สุริยะมงคล ประธานคณะกรรมการจัดงานรำลึกเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 เล่าถึงที่มาและวัตถุประสงค์ของแคมเปญ พร้อมอ่านแถลงการณ์ โดยระบุว่า หลายปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 มักถูกกล่าวถึงในฐานะหน้าประวัติศาสตร์อันโศกเศร้า ในฐานะบทเรียนความรุนแรงของรัฐแต่สำหรับพวกเราที่ชีวิตถูกหักรากถอนโคนด้วยน้ำมือของเผด็จการอีกทั้งมรดกบาปของการรัฐประหารในวันนั้น ยังคงฝังรากลึกและทำหน้าที่กดทับสิทธิเสรีภาพของประชาชนไทย อยู่จนถึงวินาทีนี้
.
นาย
สุเทพ กล่าวต่อไปว่า ในตอนเย็นของวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ได้มีการก่อการรัฐประหารโดยคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินระหว่างการปกครอง โดยคณะรัฐประหารได้มีการออกคำสั่งของคณะหลายฉบับ หนึ่งในนั้น คือคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ซึ่งแก้ไขโทษของกฎหมายหลายมาตราให้สูงขึ้นทั้งหมิ่นศาลหมิ่นประมาทและอื่นๆ รวมถึงมาตรา 112
.
นาย
สุเทพ กล่าวว่า จากตอนนั้นจนถึงตอนนี้ คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินไม่มีอยู่แล้ว แต่ผลพวงของกฎหมายยังคงอยู่และยังมีการทำรัฐประหาร ซึ่งฉุดรั้งประเทศมาจนถึงปัจจุบัน
.
เนื่องด้วยโอกาสครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ในปีนี้ จึงอยากให้ 6 ตุลาเป็นวาระรับใช้ประชาชน โดยการร่วมกันยกเลิกประกาศดังกล่าว ทั้งฉบับ เพื่อเป็นการปักธงว่า คณะรัฐประหารและกฎหมายที่ไม่ได้มาจากประชาชนเป็นสิ่งที่ มิอาจยอมรับได้และไม่ควรมีที่ยืนในสังคมอีกต่อไป
.
“
อยากเชิญชวนทุกคนมาร่วมลงชื่อเพื่อยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองฉบับที่ 41 ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 6 ตุลาคม ไม่ว่าจะเป็นพวกเราหรือคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันเราต่างได้รับผลกระทบของรัฐประหารด้วยกัน ทั้งนั้นการผสานพลังของพวกเราจะช่วยให้ประเทศไทย เป็น ประชาธิปไตยขึ้นอีกก้าว
.
มาร่วมลงชื่อด้วยกัน เพื่อลบมรดกบาปรัฐประหารและเขียนอนาคตด้วยประชาชน ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลา คืนเสรีภาพ คืนอำนาจ ให้ประชาชน” นาย
สุเทพ กล่าวทิ้งท้าย
.
ทั้งนี้ ผู้จัดงานระบุว่า สามารถร่วมลงชื่อสนับสนุนแคมเปญ “
ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ” ได้ผ่านเว็บไซต์ decoup6octsins.com ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม จนถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2569 โดยตั้งเป้ารวบรวมรายชื่อให้ได้ 50,000 รายชื่อ เพื่อนำไปผลักดันการยกเลิกคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ต่อไป
.
.
เตือนไทยเสี่ยง "Government Shutdown" แบบสหรัฐฯ หนี้สาธารณะทะลุเพดาน 70% เมื่อรวมหนี้แฝง
https://prachatai.com/journal/2026/07/117945
.
รองประธานกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร เตือนไทยเสี่ยง "Government Shutdown" แบบสหรัฐฯ หนี้สาธารณะทะลุเพดาน 70% เมื่อรวมหนี้แฝง ชี้งบประมาณปี 2570 รายจ่ายประจำพุ่งจนใกล้ชนรายได้ ขณะที่งบลงทุนกลับหดตัว เรียกร้องปฏิรูปภาครัฐและขยายฐานภาษีก่อนติดล็อกกฎหมายวินัยการคลัง
.
5 กรกฎาคม 2569 รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน และรองประธานกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ไทยมีความเสี่ยงที่รายจ่ายประจำจะสูงกว่ารายได้ในปีงบประมาณ 2571 ซึ่งอาจติดล็อกกฎหมายวินัยการคลังที่กำหนดให้รัฐบาลต้องจัดงบลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 20 ของงบประมาณทั้งหมด และกฎหมายหนี้สาธารณะที่จำกัดการขาดดุลไม่เกินร้อยละ 20 ของงบประมาณรวมรายจ่ายคืนต้นเงินกู้ หากรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายประจำและไม่สามารถปฏิรูปได้ทันเวลา อาจนำไปสู่การปิดที่ทำการรัฐบาลชั่วคราว หรือ Government Shutdown แบบที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา
.
รศ.ดร.อนุสรณ์ ชี้สัญญาณอันตรายจากงบประมาณปี 2570 ที่รายจ่ายประจำเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 หรือ 131,000 ล้านบาท จนแตะ 2.78 ล้านล้านบาท เมื่อรวมกับรายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 151,000 ล้านบาท จะเท่ากับรายได้ทั้งหมด ขณะที่รายจ่ายลงทุนกลับลดลง 72,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.4 สะท้อนว่าศักยภาพเศรษฐกิจไทยในอนาคตอาจถดถอยลงจากการลงทุนที่หดตัว นอกจากนี้ค่ารักษาพยาบาลข้าราชการยังมีแนวโน้มสูงขึ้นจากปัญหาระบบเบิกจ่ายตรงที่ขาดการควบคุมต้นทุนและตรวจสอบความจำเป็น ขณะที่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) มีผลดำเนินงานติดลบสูงถึง 43,339 ล้านบาท
JJNY : 5in1 ตั้งวงถก‘นิรโทษกรรม’│ภาคปชช.ล่าชื่อยกเลิกคำสั่ง│เตือนไทยเสี่ยงแบบสหรัฐฯ│สัญญาณบวกอ่าวเปอร์เซีย│ไร้เงาโมจตาบา
https://www.matichon.co.th/politics/news_5792745
.
ตั้งวงถก ‘นิรโทษกรรม’ ชัยธวัช ชี้โจทย์ต่าง เทียบบริบท 6 ตุลา เปิดปมท้าทายคดีการเมือง
.
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการจัดกิจกรรมหัวข้อ “ครึ่งศตวรรษรัฐประหาร 6 ตุลาฯ ถึงเวลาลบมรดกบาป” เนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์รัฐประหารภายหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 โดยมีนักวิชาการ ผู้ได้รับผลกระทบจากคดีการเมือง นักกิจกรรม และประชาชนเข้าร่วม เพื่อร่วมทบทวนประวัติศาสตร์ แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับผลกระทบของรัฐประหารต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และร่วมเปิดแคมเปญ “ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาคม” อาทิ นายชัยธวัช ตุลาธน ผู้อำนวยการอาวุโส มูลนิธิคณะก้าวหน้า, นายวิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ อดีตจำเลยในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม, นางสาวบุณยนุช มัทธุจักร เจ้าหน้าที่รณรงค์ จาก iLaw, ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย วินิจจะกูล อดีตจำเลยในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม, นายสราวุทธิ์ กุลมธุรพจน์ อดีตจำเลยในศาลทหารเชียงราย และนางสาวจุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ จำเลยในยุคราษฎร 2563
.
ดำเนินรายการโดย นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และนางสาวจุฑารัตน์ กุลตัณกิจจา จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
.
เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศบริเวณด้านหน้าห้อง LT.1 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีผู้เข้าร่วมงานทยอยลงทะเบียนและเยี่ยมชมนิทรรศการซึ่งจัดแสดงข้อมูลด้านประวัติศาสตร์อย่างต่อเนื่อง
.
นอกจากนี้ บริเวณหน้างานยังมีการตั้งบูธเผยแพร่เอกสาร หนังสือ ของที่ระลึก และสื่อรณรงค์จากภาคประชาสังคม อาทิ iLaw, พิพิธภัณฑ์สามัญชน และแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม พร้อมทั้งมีป้ายประชาสัมพันธ์แคมเปญ “ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาคม” เชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อสนับสนุนการยกเลิกคำสั่งคณะรัฐประหารที่เกี่ยวข้องกับผลพวงจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519
.
เวลา 13.30 น. มีการฉายสารคดี “นิรโทษกรรม จำเลยคดี 6 ตุลา” โดยได้รับการสนับสนุนภาพยนตร์สำหรับการจัดฉายจากหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)
.
จากนั้น เวลา 14.30 น. มีวงพูดคุยหลังการฉายสารคดี โดยนายชัยธวัช และนายวิโรจน์ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสารคดี
.
ในตอนหนึ่ง นายวิโรจน์กล่าวว่า หลายเรื่องในเหตุการณ์นั้น ตนจำไม่ได้แล้ว แต่เมื่อได้ชมสารคดี ได้เห็นภาพซ้ำอีกครั้ง ทำให้รู้สึกว่าทหารรุ่นนั้นมีความฉลาด มีปัญญาทางการเมือง ซึ่งหลังจากนั้นมาไม่เคยเห็นแบบนั้นอีกเลย โดยครั้งนั้น ‘ฝ่ายพิราบ’ ชนะ และปล่อยพวกเราออกมา ทำให้สถานการณ์คลี่คลายลงไปเยอะ แม้แต่ทฤษฎีโดมิโนก็ยังหยุดได้
.
“เรามัวแต่พูดถึงสิ่งที่อยู่ในประเทศไทย แต่ยังไม่ได้เอาเหตุการณ์นั้นไปวางไว้ในบริบทของโลก ขณะนั้นโลกอยู่ในยุคของทฤษฎีโดมิโน ที่ประเทศต่างๆ ล้มเป็นทอดๆ
.
การตัดสินใจครั้งนั้นเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับโลก เป็นการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยที่ดีมาก และการปล่อยพวกเราออกมาในตอนนั้น ทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับจากนานาชาติอย่างมาก
.
พอเรามาดูเรื่องนี้ ก็เหมือนกับดูสามก๊ก เมื่อเรามองเข้าไปในสามก๊ก เราจะรู้เลยว่าใครมีปัญญา แต่เมื่อมองกลับมาที่ทหารกลุ่มนี้ ผมเห็นว่าพวกเขามีปัญญา แต่มีเพียงครั้งเดียว แล้วตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ก็ไม่เคยเห็นอีกเลย” นายวิโรจน์กล่าว
.
ด้านนายชัยธวัชกล่าวว่า ภาพนี้สะท้อน 2 เรื่อง คือ
.
1.หมายความว่าเรื่องนี้มีความสำคัญทางการเมืองสำหรับรัฐบาลพลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ อย่างมาก
.
2. มีความเป็นไปได้ที่ผู้ทุบโต๊ะให้มีการนิรโทษกรรมน่าจะเป็นพลเอกเกรียงศักดิ์และคณะ หากพิจารณาภาษากายและภาษาภาพ
.
นายชัยธวัชกล่าวต่อไปว่า ต้องเข้าใจก่อนว่า คดี 6 ตุลา ข้อหาหนักจริงๆ คือการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ที่ครอบคลุมทุกข้อกล่าวหา สิ่งที่ต่างกันในตอนนั้นคือโจทย์ของชนชั้นนำไทยว่าจะสู้กับคอมมิวนิสต์อย่างไร จะยุติสงครามการเมืองอย่างไร ไม่ใช่เรื่องมาตรา 112
.
“ภาพความโหดร้ายจากเหตุการณ์ 6 ตุลา ที่หลายคนบอกว่าทำให้ฝ่ายโจทก์ตกเป็นฝ่ายจำเลยของสังคมเสียเองด้วย เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้นำกองทัพตัดสินใจยุติเรื่องนี้ด้วยการนิรโทษกรรม ไม่อยากให้คดียืดเยื้อไปอีก” นายชัยธวัชกล่าว
.
นายชัยธวัชกล่าวว่า พอมาพูดถึงปัจจุบัน จริงๆ ในอดีตข้อหารุนแรงกว่าปัจจุบันเยอะ แต่ทำไมนิรโทษกรรมได้ ขณะที่ปัจจุบันกลับนิรโทษกรรมไม่ได้ ตนคิดว่าความท้าทายคือดุลอำนาจที่เปลี่ยนไป ซึ่งแม้เห็นข้อดีของการนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 ก็ไม่กล้าตัดสินใจด้วยตนเอง
.
“คิดว่าสิ่งที่แตกต่างกันอีกอย่างหนึ่ง คือโจทย์และบริบททางการเมืองเปลี่ยนไปด้วย ตอนนั้นคือต้องการยุติสงครามคอมมิวนิสต์ แต่ตอนนี้ชนชั้นนำจารีตต้องการควบคุมความรู้สึกนึกคิดใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย โดยเฉพาะหลังปี 2560 เป็นต้นมา คนรุ่นใหม่เรียกร้องการปฏิรูป โจทย์จึงเป็นคนละเรื่อง ไม่ใช่การตัดกำลังพรรคคอมมิวนิสต์ แต่เป็นการควบคุมความรู้สึกนึกคิดแบบใหม่ที่จะกระจายออกไป ในสถานการณ์ที่อุดมการณ์หลักแบบเดิมค่อยๆ เสื่อมลง” นายชัยธวัช กล่าว
.
นายชัยธวัชกล่าวด้วยว่า สภาพการณ์แบบนี้เป็นความท้าทายสำหรับการผลักดันเรื่องการนิรโทษกรรมคดีการเมืองในปัจจุบัน ตนเชื่อว่าสังคมไทยต้องการฝ่ายอนุรักษนิยมที่ฉลาด และฉลาดอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีความกล้าหาญทางการเมืองด้วย
.
.
ภาคประชาชน ล่า 5 หมื่นชื่อ ยกเลิกคำสั่ง ฉบับ 41 ยุค 6 ตุลา ในวาระครบ 50 ปี
https://www.matichon.co.th/politics/news_5792805
.
ภาคประชาชน ล่า 5 หมื่นชื่อ ยกเลิกคำสั่ง ฉบับ 41 ยุค 6 ตุลา ในวาระครบ 50 ปี
.
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการจัดกิจกรรมหัวข้อ “ครึ่งศตวรรษรัฐประหาร 6 ตุลาฯ ถึงเวลาลบมรดกบาป” เนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์รัฐประหารภายหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 โดยมีนักวิชาการ ผู้ได้รับผลกระทบจากคดีการเมือง นักกิจกรรม และประชาชนเข้าร่วม เพื่อร่วมทบทวนประวัติศาสตร์ แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับผลกระทบของรัฐประหารต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน
.
และร่วมเปิดแคมเปญ “ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาคม” อาทิ นายชัยธวัช ตุลาธน ผู้อำนวยการอาวุโส มูลนิธิคณะก้าวหน้า, นายวิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ อดีตจำเลยในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม, นางสาวบุณยนุช มัทธุจักร เจ้าหน้าที่รณรงค์ จาก iLaw, ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย วินิจจะกูล อดีตจำเลยในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม, นายสราวุทธิ์ กุลมธุรพจน์ อดีตจำเลยในศาลทหารเชียงราย และนางสาวจุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ จำเลยในยุคราษฎร 2563
.
โดยเมื่อเวลา 17.00 น. หลังเสร็จสิ้นการชมภาพยนตร์สารคดี และวงเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมอง ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเคลื่อนย้ายจากห้องเสวนาไปยังลานประติมานุสรณ์ เพื่อร่วมเปิดแคมเปญ ‘ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ’
.
นายสุเทพ สุริยะมงคล ประธานคณะกรรมการจัดงานรำลึกเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 เล่าถึงที่มาและวัตถุประสงค์ของแคมเปญ พร้อมอ่านแถลงการณ์ โดยระบุว่า หลายปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 มักถูกกล่าวถึงในฐานะหน้าประวัติศาสตร์อันโศกเศร้า ในฐานะบทเรียนความรุนแรงของรัฐแต่สำหรับพวกเราที่ชีวิตถูกหักรากถอนโคนด้วยน้ำมือของเผด็จการอีกทั้งมรดกบาปของการรัฐประหารในวันนั้น ยังคงฝังรากลึกและทำหน้าที่กดทับสิทธิเสรีภาพของประชาชนไทย อยู่จนถึงวินาทีนี้
.
นายสุเทพ กล่าวต่อไปว่า ในตอนเย็นของวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ได้มีการก่อการรัฐประหารโดยคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินระหว่างการปกครอง โดยคณะรัฐประหารได้มีการออกคำสั่งของคณะหลายฉบับ หนึ่งในนั้น คือคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ซึ่งแก้ไขโทษของกฎหมายหลายมาตราให้สูงขึ้นทั้งหมิ่นศาลหมิ่นประมาทและอื่นๆ รวมถึงมาตรา 112
.
นายสุเทพ กล่าวว่า จากตอนนั้นจนถึงตอนนี้ คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินไม่มีอยู่แล้ว แต่ผลพวงของกฎหมายยังคงอยู่และยังมีการทำรัฐประหาร ซึ่งฉุดรั้งประเทศมาจนถึงปัจจุบัน
.
เนื่องด้วยโอกาสครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ในปีนี้ จึงอยากให้ 6 ตุลาเป็นวาระรับใช้ประชาชน โดยการร่วมกันยกเลิกประกาศดังกล่าว ทั้งฉบับ เพื่อเป็นการปักธงว่า คณะรัฐประหารและกฎหมายที่ไม่ได้มาจากประชาชนเป็นสิ่งที่ มิอาจยอมรับได้และไม่ควรมีที่ยืนในสังคมอีกต่อไป
.
“อยากเชิญชวนทุกคนมาร่วมลงชื่อเพื่อยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองฉบับที่ 41 ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 6 ตุลาคม ไม่ว่าจะเป็นพวกเราหรือคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันเราต่างได้รับผลกระทบของรัฐประหารด้วยกัน ทั้งนั้นการผสานพลังของพวกเราจะช่วยให้ประเทศไทย เป็น ประชาธิปไตยขึ้นอีกก้าว
.
มาร่วมลงชื่อด้วยกัน เพื่อลบมรดกบาปรัฐประหารและเขียนอนาคตด้วยประชาชน ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลา คืนเสรีภาพ คืนอำนาจ ให้ประชาชน” นายสุเทพ กล่าวทิ้งท้าย
.
ทั้งนี้ ผู้จัดงานระบุว่า สามารถร่วมลงชื่อสนับสนุนแคมเปญ “ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ” ได้ผ่านเว็บไซต์ decoup6octsins.com ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม จนถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2569 โดยตั้งเป้ารวบรวมรายชื่อให้ได้ 50,000 รายชื่อ เพื่อนำไปผลักดันการยกเลิกคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ต่อไป
.
.
เตือนไทยเสี่ยง "Government Shutdown" แบบสหรัฐฯ หนี้สาธารณะทะลุเพดาน 70% เมื่อรวมหนี้แฝง
https://prachatai.com/journal/2026/07/117945
.