คุณคิดเห็นอย่างไร🧐😊
หลายคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “บ้านคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด” หรือ “ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องกลับบ้าน” แต่พอโตขึ้นกลับพบว่าคำพูดเหล่านี้อาจไม่ใช่สำหรับทุกคน
สำหรับบางคน บ้านคือสถานที่ที่เต็มไปด้วยความรัก ความเข้าใจ และเป็นที่ที่ทำให้รู้สึกสบายใจที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีอีกหลายคนที่รู้สึกว่าการกลับบ้านคือความกดดัน ต้องคอยระวังคำพูด กลัวการถูกตำหนิจากครอบครัว บางบ้านพ่อแม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูกทำให้ลูกมีภาพจำการใช้ความรุนแรง ทำร้ายร่างกาย บางครั้งก็ถูกเปรียบเทียบกับลูกคนอื่นว่าเขาดีนั้นนู้นนี่บ้าง หรือไม่มีใครรับฟังความรู้สึกเลย
สิ่งที่น่าคิดคือ คนส่วนใหญ่มักมองว่าการมีบ้านก็เพียงพอแล้ว แต่จริง ๆ แล้ว “บ้าน” ไม่ใช่แค่สถานที่สำหรับอยู่อาศัย แต่ควรเป็นพื้นที่ที่ทำให้เรารู้สึกปลอดภัยทั้งร่างกายและจิตใจ การมีคนในครอบครัวที่พร้อมรับฟัง เข้าใจกัน และเคารพความรู้สึกของกันและกัน อาจสำคัญกว่าบ้านที่สวยหรือใหญ่เสียอีก
แน่นอนว่าไม่มีครอบครัวไหนสมบูรณ์แบบ ทุกบ้านย่อมมีปัญหา แต่หากทุกคนเปิดใจพูดคุย รับฟังกันมากขึ้น และลดการใช้คำพูดที่ทำร้ายจิตใจกัน บ้านก็คงเป็นเซฟโซนของคนในครอบครัวได้มากขึ้น
ส่วนตัวเราก็คิดว่าบ้านคือเซฟโซนของเราค่ะเพราะมีครอบครัวที่พร้อมรับฟังปัญหาที่เจอคอยซัพพอร์ตเป็นครอบครัวที่อบอุ่นมีอะไรพูดกันได้ตลอดทำให้การอยู่บ้านเป็นที่ที่ปลอดภัยของเราค่ะแต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของตัวเราเองนะคะถ้าเราทำตัวดีย่อมมีคนอยากทำดีกับเราค่ะ
กระทู้นี้ไม่ได้มีเจตนาจะโทษครอบครัวของใคร แค่อยากให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไปหรืออยากให้ทุกคนมองอีกมุมว่า คำว่า “บ้านคือเซฟโซน” อาจเป็นความจริงของใครหลายๆคน แต่ก็ไม่ใช่ความจริงของทุกคน
แล้วทุกคนคิดยังไงกับประโยคนี้?
* บ้านของคุณเป็นเซฟโซนหรือเปล่า?
* อะไรที่ทำให้บ้านเป็น หรือไม่เป็น พื้นที่ปลอดภัยสำหรับคุณ?
* คุณคิดว่าเราจะช่วยกันทำให้บ้านเป็นเซฟโซนของทุกคนได้อย่างไร?
ขอแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างสุภาพนะคะกระทู้นี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะโทษครอบครัวของใครแค่อยากให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นค่ะขอบคุณค่ะ😊
คิดยังไงกับคำว่า “บ้านไม่ใช่เซฟโซนของทุกคน”
หลายคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “บ้านคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด” หรือ “ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องกลับบ้าน” แต่พอโตขึ้นกลับพบว่าคำพูดเหล่านี้อาจไม่ใช่สำหรับทุกคน
สำหรับบางคน บ้านคือสถานที่ที่เต็มไปด้วยความรัก ความเข้าใจ และเป็นที่ที่ทำให้รู้สึกสบายใจที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีอีกหลายคนที่รู้สึกว่าการกลับบ้านคือความกดดัน ต้องคอยระวังคำพูด กลัวการถูกตำหนิจากครอบครัว บางบ้านพ่อแม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูกทำให้ลูกมีภาพจำการใช้ความรุนแรง ทำร้ายร่างกาย บางครั้งก็ถูกเปรียบเทียบกับลูกคนอื่นว่าเขาดีนั้นนู้นนี่บ้าง หรือไม่มีใครรับฟังความรู้สึกเลย
สิ่งที่น่าคิดคือ คนส่วนใหญ่มักมองว่าการมีบ้านก็เพียงพอแล้ว แต่จริง ๆ แล้ว “บ้าน” ไม่ใช่แค่สถานที่สำหรับอยู่อาศัย แต่ควรเป็นพื้นที่ที่ทำให้เรารู้สึกปลอดภัยทั้งร่างกายและจิตใจ การมีคนในครอบครัวที่พร้อมรับฟัง เข้าใจกัน และเคารพความรู้สึกของกันและกัน อาจสำคัญกว่าบ้านที่สวยหรือใหญ่เสียอีก
แน่นอนว่าไม่มีครอบครัวไหนสมบูรณ์แบบ ทุกบ้านย่อมมีปัญหา แต่หากทุกคนเปิดใจพูดคุย รับฟังกันมากขึ้น และลดการใช้คำพูดที่ทำร้ายจิตใจกัน บ้านก็คงเป็นเซฟโซนของคนในครอบครัวได้มากขึ้น
ส่วนตัวเราก็คิดว่าบ้านคือเซฟโซนของเราค่ะเพราะมีครอบครัวที่พร้อมรับฟังปัญหาที่เจอคอยซัพพอร์ตเป็นครอบครัวที่อบอุ่นมีอะไรพูดกันได้ตลอดทำให้การอยู่บ้านเป็นที่ที่ปลอดภัยของเราค่ะแต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของตัวเราเองนะคะถ้าเราทำตัวดีย่อมมีคนอยากทำดีกับเราค่ะ
กระทู้นี้ไม่ได้มีเจตนาจะโทษครอบครัวของใคร แค่อยากให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไปหรืออยากให้ทุกคนมองอีกมุมว่า คำว่า “บ้านคือเซฟโซน” อาจเป็นความจริงของใครหลายๆคน แต่ก็ไม่ใช่ความจริงของทุกคน
แล้วทุกคนคิดยังไงกับประโยคนี้?
* บ้านของคุณเป็นเซฟโซนหรือเปล่า?
* อะไรที่ทำให้บ้านเป็น หรือไม่เป็น พื้นที่ปลอดภัยสำหรับคุณ?
* คุณคิดว่าเราจะช่วยกันทำให้บ้านเป็นเซฟโซนของทุกคนได้อย่างไร?
ขอแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างสุภาพนะคะกระทู้นี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะโทษครอบครัวของใครแค่อยากให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นค่ะขอบคุณค่ะ😊