เศรษฐกิจไทยไม่ได้แย่อย่างที่คิด... มองเศรษฐกิจไทยให้ครบทุกมุม

ช่วงหลัง ๆ ถ้าเราเปิดข่าวเศรษฐกิจ ก็มักจะได้ยินคำพูดประมาณว่า
“GDP ไทยโตแค่ 1-2%”
“เวียดนามโต 6-7%”
“ไทยกำลังถูกเพื่อนบ้านแซง”
“อนาคตประเทศไทยน่าเป็นห่วง”
ผมมองว่าคำพูดเหล่านี้Toxic และบั่นทอนจิตใจของคนในชาติ
เมื่อได้ยินซ้ำ ๆ หลายคนอาจเริ่มรู้สึกว่า ประเทศไทยกำลังถอยหลัง และไม่มีจุดแข็งเหลืออยู่แล้ว

แต่ความจริง เศรษฐกิจของประเทศมีหลายมิติ และการมองเฉพาะตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียว อาจทำให้เราเห็นภาพไม่ครบ
GDP (gross domestic product) เปรียบเสมือนการวัดว่า “มีการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นในประเทศมากแค่ไหน”
GNI (gross national income) หรือรายได้ประชาชาติ เปรียบเสมือนการวัดว่า “รายได้นั้นตกเป็นของคนและธุรกิจของประเทศจริง ๆ มากน้อยแค่ไหน”
GNI = GDP+NFIA (Net Factor Income from Abroad) หรือรายได้จากการลงทุนในต่างประเทศ

ทั้งสองตัวเลขมีความสำคัญ แต่กำลังตอบคำถามคนละข้อ
หลายประเทศเติบโตอย่างรวดเร็วจากการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยสร้างงาน สร้างโรงงาน และเพิ่มการส่งออก
ขณะเดียวกัน ประเทศไทยก็มีจุดแข็งอีกแบบหนึ่งที่มักไม่ค่อยถูกพูดถึง นั่นคือการที่ บริษัทไทยจำนวนมากสามารถขยายธุรกิจไปต่างประเทศได้สำเร็จ
วันนี้เรามีกลุ่มธุรกิจไทยที่เข้าไปลงทุนในหลายภูมิภาคทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหาร ค้าปลีก พลังงาน วัสดุก่อสร้าง การเงิน หรือบริการต่าง ๆ
รายได้ที่ธุรกิจไทยสร้างขึ้นจากต่างประเทศจำนวนไม่น้อย ถูกนำกลับมาสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทย
นี่คือสิ่งที่สะท้อนว่า แม้ประเทศไทยอาจไม่ได้เติบโตแบบหวือหวาเหมือนประเทศกำลังพัฒนาบางแห่ง แต่เรายังมีภาคธุรกิจที่มีความสามารถแข่งขันในระดับภูมิภาคและระดับโลก

ที่สำคัญ ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานดีที่สุดแห่งหนึ่งในอาเซียน
เรามีระบบสาธารณสุขที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ
มีภาคเกษตรที่แข็งแรง
มีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักทั่วโลก
มีอุตสาหกรรมอาหารที่ส่งออกไปยังหลายสิบประเทศ
และมีผู้ประกอบการไทยจำนวนมากที่สามารถสร้างแบรนด์ของตนเองจนประสบความสำเร็จในต่างประเทศ

แน่นอนว่า ประเทศไทยยังมีปัญหาที่ต้องแก้ไขอีกมาก
ทั้งเรื่องสังคมสูงวัย ผลิตภาพแรงงาน การศึกษา การวิจัยและพัฒนา รวมถึงการดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ
เราไม่ควรปฏิเสธความจริงเหล่านี้
แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ไม่ควรมองข้ามจุดแข็งที่ประเทศไทยมีอยู่เช่นกัน
การยอมรับปัญหาไม่ได้หมายความว่าต้องหมดหวัง
และการมองเห็นจุดแข็งก็ไม่ได้หมายความว่าปฏิเสธข้อเท็จจริง

สิ่งสำคัญคือการมองประเทศด้วยความเข้าใจที่สมดุล
ประเทศไทยอาจไม่ได้เป็นดาวรุ่งที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาค
แต่ก็ไม่ได้เป็นประเทศที่ไร้อนาคตอย่างที่หลายคนชอบพูด
เรายังคงมีฐานเศรษฐกิจขนาดใหญ่ มีภาคธุรกิจที่แข่งขันได้ มีทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพ และมีความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก
บางครั้งการพัฒนาประเทศไม่ได้วัดจากความเร็วเพียงอย่างเดียว
แต่วัดจากความสามารถในการรักษาความมั่นคง สร้างโอกาส และส่งต่อความมั่งคั่งให้คนรุ่นต่อไปได้อย่างยั่งยืน
ประเทศไทยยังมีงานหนักรออยู่ข้างหน้า

แต่ก็ยังมีเหตุผลมากพอที่จะเชื่อมั่นว่า หากเราแก้ไขจุดอ่อนอย่างจริงจังและต่อยอดจากจุดแข็งที่มีอยู่ ประเทศไทยยังสามารถเติบโตและแข่งขันได้ในโลกยุคใหม่

ดังนั้น แทนที่จะมองตัวเองด้วยความสิ้นหวัง เราอาจควรมองประเทศไทยด้วยสายตาที่เป็นธรรมมากขึ้น
เห็นปัญหาอย่างตรงไปตรงมา
และเห็นศักยภาพที่ยังมีอยู่จริงเช่นกัน
เพราะอนาคตของประเทศ ไม่ได้ถูกกำหนดจากตัวเลขเศรษฐกิจเพียงปีเดียว แต่ถูกกำหนดจากความสามารถของคนไทยในการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่องในระยะยาว


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่