นาเกลมันส์เป็นกุนซือที่เด่นดังมาจากไลป์ซิก ด้วยการทำให้ไลป์ซิกเป็นทีมที่มีเกมรุกดุดันเป็นระบบดีมาก ซึ่งช่วงเวลานั้นก็มีหลายทีมในยุโรปอยากได้นาเกลมันส์ไปทำทีมให้ ถึงแม้ว่าทีมไลป์ซิกที่นาเกลมันส์คุมจะผลงานไปไม่ค่อยถึงฝั่งฝัน บางทีก็ดูจะตกรอบบอลถ้วยเร็วไปหน่อย ทั้งที่ทีมคู่แข่งก็ไม่ได้เหนือชั้นกว่ามาก ตรงกันข้ามกับมูรินโญ่ ของมูรินโญ่เป็นกุนซือเน้นเกมรับ เน้นผลแข่งขัน แต่มักจะไปถึงฝั่งฝันได้ดีกว่านาเกลมันส์เยอะ แม้ทีมของมูรินโญ่จะมีผู้เล่นอ่อนกว่าคู่แข่ง ก็สามารถวางแผนให้เอาชนะคู่แข่งได้
การดูฟุตบอล หลายครั้งเราจะมาดูแค่เกมส์รุกมันส์ๆ ตื่นตาตื่นใจไม่ได้ ต้องดูหลายมิติว่า สามารถจัดการให้ทีมชนะได้ดีขนาดไหน
ต่อมาบาเยิร์นฯก็เป็นทีมที่ดึงนาเกลมันส์ไปคุมทีมได้ ซึ่งเราก็สงสัยว่าจะดีจริงหรอ เพราะว่าตอนที่ไลป์ซิกเล่นในถ้วยยุโรปก็ไปไม่ได้ไกลอย่างเกมส์รุกมันส์ๆ ไม่สมกับเกมส์ที่ดูสนุก ดูมันส์
ตอนที่นาเกลมันส์คุมบาเยิร์น เราจำได้ว่าแกทำผลงานได้ไม่สม่ำเสมอ บางนัดก็ยิงถล่มไปเลย แต่อีกไม่กี่นัดถัดมา ฟอร์มก็จะร่วงๆหายๆ สุดท้ายก็ต้องโดนปลดออกเพราะฟอร์มที่ไม่สม่ำเสมอ ได้ทูเคิ่ลมาคุมทีมแทน ทุกวันนี้ ก็อมปานีก็มาคุมแทน ซึ่งฟอร์มบาเยิร์นที่ก็อมปานีคุมมีสม่ำเสมอกว่านาเกลมันส์คุมมาก
ต่อมาทีมชาติเยอรมันก็เอานาเกลมันส์มาคุมทีมชาติ คงเห็นว่าพอคุมบาเยิร์นใช้ได้ น่าเสี่ยงดู พอนาเกลมันส์มาคุมทีมชาติ ก็ดูคล้ายๆกับที่คุมบาเยิร์นฯ ฟอร์มจะดีก็ดีไปเลย ฟอร์มจะหดก็หดไปเลย คือตอนที่คุมสโมสร ทำผลงานได้ไม่สม่ำเสมอยังไง มาคุมทีมชาติก็ทำผลงานได้ไม่สม่ำเสมอแบบนั้น บทสรุปเดียวกับการคุมสโมสร
การให้นาเกลมันส์ออกไปจากการคุมทีมชาติ ไม่ให้โอกาสต่อ เป็นเรื่องที่ถูกต้องดีแล้ว ควรจะให้นาเกลมันส์กลับไปคุมทีมระดับสโมสร สามารถสร้างผลงานในระดับสโมสรอย่างดีและมีความสม่ำเสมอต่อเนื่อง ถ้านาเกลมันส์ทำได้อย่างนี้ อนาคตค่อยให้นาเกลมันส์กลับมาคุมทีมชาติ
คิดถึงหลุยส์ ฟานกัลที่คุมทีมชาติฮอลแลนด์ไม่ผ่านรอบคัดเลือกบอลโลกปี 2002 เป็นเพราะคู่แข่งในกลุ่มเคี่ยวและนักเตะฮอลแลนด์เริ่มโรยรา แต่พอฟานกัลได้กลับมาคุมอีกทีปี 2014 และ 2022 ผลงานถือว่าดีเลย ได้อันดับ 3 ปี 2014 และรอบ 8 ทีมเพราะแพ้อาร์เจนตินาแชมป์โลกปี 2022 ส่วนนึงก็เป็นเพราะได้นักเตะที่พร้อมกว่าเดิมด้วย ผลงานจึงดีขึ้นชัดเจน
อนาคตนาเกลมันส์ก็อาจได้กลับมาคุมทีมชาติอีก ขอให้กลับไปแก้ไขตัวเองในระดับสโมสรให้ดีก่อน ถ้าผลงานในระดับสโมสรดีจริง สม่ำเสมอจริง ค่อยมาคุมทีมชาติใหม่
AI ทำนายโหวงเฮ้งนาเกลมันส์ว่าจะดีจะพีคในช่วงอายุเท่าไร
*ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ กุนซือทีมชาติเยอรมนี จะเข้าสู่ช่วงพีคของศาสตร์โค้ชและบารมีอย่างเต็มที่เมื่อมีอายุ 42 - 45 ปีขึ้นไป ตามหลักโหงวเฮ้ง ใบหน้าของเขามีลักษณะโดดเด่นที่ หน้าผากกว้างและอิ่มเอิบ ซึ่งบ่งบอกถึงสติปัญญาและวิสัยทัศน์ที่ล้ำลึก เหมาะสมกับการวางแท็คติกและคุมทีมชาติในระดับสูงสุด
เมื่อพิจารณาจังหวะเวลาตามหลักโหงวเฮ้งและชีวิตจริง ควรมาเป็นกุนซือทีมชาติเยอรมนีในช่วงจังหวะที่ดีที่สุด ดังนี้:
1. ช่วงอายุที่เหมาะสมที่สุด (42 - 48 ปี)
• เหตุผลตามโหงวเฮ้ง: ในช่วงวัยหลักสี่ (ช่วงอายุ 42-43 ปี) จะเป็นจังหวะที่เนินคิ้วและบริเวณรอบดวงตาแสดงความสุขุมมากขึ้น วุฒิภาวะทางอารมณ์จะนิ่งขึ้น ช่วยแก้ปัญหาการคุมสตาร์ดังหรือนักเตะรุ่นพี่ได้ดีกว่าวัยหนุ่ม
• เหตุผลด้านฟุตบอล: การสะสมประสบการณ์คุมทีมระดับสโมสรอย่าง บาเยิร์น มิวนิก หรือทีมชั้นนำอื่นๆ เมื่อถึงวัยดังกล่าว เขาจะมีทั้งความดุดันและประสบการณ์การแก้เกมระดับทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่ตกผลึกแล้ว ทำให้ทีมชาติมีความสมดุลทั้งความสดใหม่และแท็คติกที่ไว้ใจได้
2. ทำไมวัย 30 ปลายๆ ถึงเป็นช่วงเก็บเกี่ยวบทเรียน
• สถานการณ์ปัจจุบัน: ปัจจุบันในวัยเพียง 38 ปี นาเกิลส์มันน์เผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก เช่น การพาทีมตกรอบในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก
• การเรียนรู้จากความล้มเหลว: แม้จะมีความเก่งกาจด้านฟุตบอลสมัยใหม่ แต่ประสบการณ์ในระดับทัวร์นาเมนต์ใหญ่ของทีมชาติยังต้องใช้เวลาขัดเกลาอีกหลายปี การรับไม้ต่อในวัยนี้คือการสะสม "กระดูกบอล" เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในอนาคต
3. โหงวเฮ้งจุดเด่นบนใบหน้าของนาเกิลส์มันน์
• หน้าผากสูงและกว้าง: แสดงถึงความเป็นคนคิดเร็ว วิสัยทัศน์กว้างไกล เก่งเรื่องการวางแผนระยะยาว แต่ในขณะเดียวกันอาจจะใจร้อนและยึดมั่นในความคิดตัวเองสูง
• แววตา: มีประกายของความมุ่งมั่นและนักสู้ เมื่อผ่านการคุมทีมชาติและล้มลุกคลุกคลานไปสักระยะ แววตาจะมีความเย็นและสุขุมขึ้น ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของยอดโค้ชระดับโลก
คือเรื่องโหวงเฮ้งก็พอดูๆได้ แต่ก็ต้องดูผลงานในสนามจริงด้วย ถ้าถึงอายุที่บอกตามนี้ว่า ประมาณช่วง 45 จะต้องพีค แต่ผลงานในระดับสโมสรยังไม่เป็นที่ประจักษ์ ก็อย่าพึ่งคิดให้กลับมาคุมทีมชาติรอบใหม่
ข้อต่อมา ขาดความเป็นเยอรมันแบบดั้งเดิมทำให้ทีมอ่อนแอลง
ถามว่า ทำไมเยอรมัน 2014 ที่มีระบบคล้ายสเปนมาก ไม่ใช่แบบเยอรมันดั้งเดิม ถึงสามารถคว้าแชมป์บอลโลกไดั แต่ปีต่อๆมาถึงล้มเหลว
เรามองว่า เยอรมันปี 2014 ก็สืบเนื่องมาจากปี 2010 ซึ่งเยอรมัน 2010 ก็ยังเป็นเยอรมันแท้ๆอยู่ แข็งแกร่ง ดุดัน มีวินัย ทีม 2014 ถึงแม้จะมี tiki-taka ต่อบอลแบบสเปนเข้ามาเยอะ แต่รากฐานแบบเดิมๆก็ยังมีอยู่เพราะสืบต่อจากปี 2010 ได้ไม่นาน เชื้อเดิมความเป็ยเยอรมันยังอยู่เยอะ จึงทำให้เยอรมัน 2014 มีทั้งความเป็นเยอรมันแบบดั้งเดิมและมีความเป็นสเปนอย่างลงตัว สามารถพาทีมคว้าแชมป์โลกได้
ซึ่งเยอรมันก็ตั้งใจจะผสมผสานความเป็นเยอรมันแบบดั้งเดิมและข้อดีของสเปนต่อมาให้ได้เรื่อยๆในบอลโลกครั้งต่อๆมา เพราะมั่นใจว่าจะเป็นปัจจัยให้เยอรมันคว้าแชมป์โลกได้อีก แต่มันไม่เป็นอย่างที่คิด
พอเยอรมันเล่นแบบสเปนไปนานๆเข้า กลายเป็นว่าลักษณะความเป็นเยอรมันแบบดั้งเดิมหายไปมากกว่าแทนที่จะเป็นการผสมผสานเยอรมันแบบดั้งเดิมกับจุดเด่นสเปนมารวมกัน dna เดิมของเยอรมันจึงถูกกลืนไป
ความเป็นเยอรมันหายไปตามกาลเวลา หาจุดลงตัวไม่เจอ ทั้งๆที่ผู้เล่นเยอรมันในปี 2002 และ 2006 ก็ไม่โดดเด่นเท่าไร ตอนนั้นมีบัลลัคแค่คนเดียว นอกเหนือจากนั้นก็ไม่ใช่นักเตะระดับโลก
ชอบอยู่เรื่องนึง ที่นักวิจัยบอกว่าเป็นตัวของตัวเองดีที่สุด มีศักยภาพดีสุด
*การเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริงคือรากฐานของศักยภาพสูงสุด เมื่อคุณเลิกเลียนแบบบุคลิกผู้อื่น คุณจะสามารถดึงจุดแข็งและทัศนคติเฉพาะตัวมาใช้ในการแก้ปัญหา การทำงาน และการใช้ชีวิต ซึ่งนำไปสู่ความมั่นใจและความคิดสร้างสรรค์ที่เต็มเปี่ยม
ทำไมการเป็นตัวของตัวเองถึงดึงศักยภาพสูงสุดออกมาได้?
การฝืนเป็นคนอื่นมักทำให้เกิดความเครียดและบั่นทอนพลังงานทางจิตใจ ในทางกลับกัน การซื่อสัตย์ต่อตัวเองจะสร้างผลลัพธ์ที่ดีในหลายด้าน
• สร้างความมั่นใจที่แท้จริง (Authentic Confidence): การยอมรับในแบบที่ตัวเองเป็นจะช่วยเพิ่มความนับถือในตนเอง (Self-Esteem) ทำให้คุณกล้าแสดงออกและสื่อสารจุดยืนของตัวเองได้ดีขึ้น
• ค้นพบความถนัดเฉพาะตัว: คนเรามีทักษะและธรรมชาติที่แตกต่างกัน การค้นพบและพัฒนาทักษะตามสไตล์ของตัวเองจะทำให้คุณทำสิ่งนั้นได้โดดเด่นกว่าการฝืนทำตามแบบคนอื่น
• สร้างความสัมพันธ์ที่จริงใจ: ผู้คนรอบข้างสัมผัสได้ถึงความจริงใจ ทำให้การทำงานร่วมกันหรือการเข้าสังคมมีความราบรื่นและไว้เนื้อเชื่อใจกันมากขึ้น
ทุกวันนี้ เยอรมันดูจะลอกเลียนแบบอื่น ขาดความเป็นตัวเองดังเช่นในอดีต
ถ้าปีนี้ที่นาเกลมันส์คุม ยังมีความเป็นเยอรมันแบบดั้งเดิมเยอะอยู่ เยอรมันก็ยังน่าจะผ่านรอบ 32 ทีมได้ หรือให้คล็อปป์เป็นผู้คุมทีมในบอลโลก 2026 ทั้งที่ไม่ใช่เยอรมันดั้งเดิม คล็อปป์ก็น่าคุมทีมผ่านปารากวัยได้เพราะการแก้ไขสถานการณ์ที่ดีกว่านาเกลมันส์ แต่ทั้ง 2 เงื่อนไขนี้ ยังไงก็ไม่น่าผ่านฝรั่งเศสอยู่ดี
คือถ้าเยอรมันผ่านปารากวัยได้ และผ่านฝรั่งเศสได้ ก็คือคล็อปป์ต้องเป็นคนคุมทีม และเป็นเยอรมันแบบดั้งเดิม อย่างนี้มีลุ้นผ่านฝรั่งเศสได้
ก็รอดูว่า คล็อปป์จะจูนทีมยังไง จำได้ว่าการปฏิวัติครั้งใหญ่ก็คือตอนที่คลิ้นมันส์เข้ามาคุมทีมปี 2003 เป็นเยอรมันที่ว่องไว ไม่ต่อบอลทื่อๆเหมือนก่อน แต่ก็ยังคงเป็นความเยอรมันมีวินัย แข็งแกร่ง ดุดัน ไม่เหมือนหลังปี 2014 ที่ความเป็นเยอรมันหายไปเยอะ
ในบอลโลกตั้งแต่ 2018 2022 2026 ขอยกให้ฟลิคทำทีมเยอรมันดีสุด อาจจะพลาดไปเล็กน้อยแค่นัดเดียว แต่ภาพรวมก็ยังดีกว่า 2018 และ 2026 ที่ฟลิคคุมทีมตกรอบในปี 2022 ส่วนนึงก็เพราะค่อนข้างประมาทญี่ปุ่น ประเมินฯญี่ปุ่นต่ำไป ถ้าวันนั้นรัดกุมกว่านี้ อย่างน้อยก็น่าถึงรอบ 16 ทีมได้ หวังว่าคล็อปป์จะแก้ไขสถานการณ์ของเยอรมันได้มาก
ที่เยอรมันต้องตกรอบ มองอยู่ 2 เรื่องใหญ่ 1.กุนซือฝีมือไม่ถึง 2.ขาดความเป็นเยอรมันแบบดั้งเดิม เรื่องนักเตะไม่เท่าไร
การดูฟุตบอล หลายครั้งเราจะมาดูแค่เกมส์รุกมันส์ๆ ตื่นตาตื่นใจไม่ได้ ต้องดูหลายมิติว่า สามารถจัดการให้ทีมชนะได้ดีขนาดไหน
ต่อมาบาเยิร์นฯก็เป็นทีมที่ดึงนาเกลมันส์ไปคุมทีมได้ ซึ่งเราก็สงสัยว่าจะดีจริงหรอ เพราะว่าตอนที่ไลป์ซิกเล่นในถ้วยยุโรปก็ไปไม่ได้ไกลอย่างเกมส์รุกมันส์ๆ ไม่สมกับเกมส์ที่ดูสนุก ดูมันส์
ตอนที่นาเกลมันส์คุมบาเยิร์น เราจำได้ว่าแกทำผลงานได้ไม่สม่ำเสมอ บางนัดก็ยิงถล่มไปเลย แต่อีกไม่กี่นัดถัดมา ฟอร์มก็จะร่วงๆหายๆ สุดท้ายก็ต้องโดนปลดออกเพราะฟอร์มที่ไม่สม่ำเสมอ ได้ทูเคิ่ลมาคุมทีมแทน ทุกวันนี้ ก็อมปานีก็มาคุมแทน ซึ่งฟอร์มบาเยิร์นที่ก็อมปานีคุมมีสม่ำเสมอกว่านาเกลมันส์คุมมาก
ต่อมาทีมชาติเยอรมันก็เอานาเกลมันส์มาคุมทีมชาติ คงเห็นว่าพอคุมบาเยิร์นใช้ได้ น่าเสี่ยงดู พอนาเกลมันส์มาคุมทีมชาติ ก็ดูคล้ายๆกับที่คุมบาเยิร์นฯ ฟอร์มจะดีก็ดีไปเลย ฟอร์มจะหดก็หดไปเลย คือตอนที่คุมสโมสร ทำผลงานได้ไม่สม่ำเสมอยังไง มาคุมทีมชาติก็ทำผลงานได้ไม่สม่ำเสมอแบบนั้น บทสรุปเดียวกับการคุมสโมสร
การให้นาเกลมันส์ออกไปจากการคุมทีมชาติ ไม่ให้โอกาสต่อ เป็นเรื่องที่ถูกต้องดีแล้ว ควรจะให้นาเกลมันส์กลับไปคุมทีมระดับสโมสร สามารถสร้างผลงานในระดับสโมสรอย่างดีและมีความสม่ำเสมอต่อเนื่อง ถ้านาเกลมันส์ทำได้อย่างนี้ อนาคตค่อยให้นาเกลมันส์กลับมาคุมทีมชาติ
คิดถึงหลุยส์ ฟานกัลที่คุมทีมชาติฮอลแลนด์ไม่ผ่านรอบคัดเลือกบอลโลกปี 2002 เป็นเพราะคู่แข่งในกลุ่มเคี่ยวและนักเตะฮอลแลนด์เริ่มโรยรา แต่พอฟานกัลได้กลับมาคุมอีกทีปี 2014 และ 2022 ผลงานถือว่าดีเลย ได้อันดับ 3 ปี 2014 และรอบ 8 ทีมเพราะแพ้อาร์เจนตินาแชมป์โลกปี 2022 ส่วนนึงก็เป็นเพราะได้นักเตะที่พร้อมกว่าเดิมด้วย ผลงานจึงดีขึ้นชัดเจน
อนาคตนาเกลมันส์ก็อาจได้กลับมาคุมทีมชาติอีก ขอให้กลับไปแก้ไขตัวเองในระดับสโมสรให้ดีก่อน ถ้าผลงานในระดับสโมสรดีจริง สม่ำเสมอจริง ค่อยมาคุมทีมชาติใหม่
AI ทำนายโหวงเฮ้งนาเกลมันส์ว่าจะดีจะพีคในช่วงอายุเท่าไร
*ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ กุนซือทีมชาติเยอรมนี จะเข้าสู่ช่วงพีคของศาสตร์โค้ชและบารมีอย่างเต็มที่เมื่อมีอายุ 42 - 45 ปีขึ้นไป ตามหลักโหงวเฮ้ง ใบหน้าของเขามีลักษณะโดดเด่นที่ หน้าผากกว้างและอิ่มเอิบ ซึ่งบ่งบอกถึงสติปัญญาและวิสัยทัศน์ที่ล้ำลึก เหมาะสมกับการวางแท็คติกและคุมทีมชาติในระดับสูงสุด
เมื่อพิจารณาจังหวะเวลาตามหลักโหงวเฮ้งและชีวิตจริง ควรมาเป็นกุนซือทีมชาติเยอรมนีในช่วงจังหวะที่ดีที่สุด ดังนี้:
1. ช่วงอายุที่เหมาะสมที่สุด (42 - 48 ปี)
• เหตุผลตามโหงวเฮ้ง: ในช่วงวัยหลักสี่ (ช่วงอายุ 42-43 ปี) จะเป็นจังหวะที่เนินคิ้วและบริเวณรอบดวงตาแสดงความสุขุมมากขึ้น วุฒิภาวะทางอารมณ์จะนิ่งขึ้น ช่วยแก้ปัญหาการคุมสตาร์ดังหรือนักเตะรุ่นพี่ได้ดีกว่าวัยหนุ่ม
• เหตุผลด้านฟุตบอล: การสะสมประสบการณ์คุมทีมระดับสโมสรอย่าง บาเยิร์น มิวนิก หรือทีมชั้นนำอื่นๆ เมื่อถึงวัยดังกล่าว เขาจะมีทั้งความดุดันและประสบการณ์การแก้เกมระดับทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่ตกผลึกแล้ว ทำให้ทีมชาติมีความสมดุลทั้งความสดใหม่และแท็คติกที่ไว้ใจได้
2. ทำไมวัย 30 ปลายๆ ถึงเป็นช่วงเก็บเกี่ยวบทเรียน
• สถานการณ์ปัจจุบัน: ปัจจุบันในวัยเพียง 38 ปี นาเกิลส์มันน์เผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก เช่น การพาทีมตกรอบในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก
• การเรียนรู้จากความล้มเหลว: แม้จะมีความเก่งกาจด้านฟุตบอลสมัยใหม่ แต่ประสบการณ์ในระดับทัวร์นาเมนต์ใหญ่ของทีมชาติยังต้องใช้เวลาขัดเกลาอีกหลายปี การรับไม้ต่อในวัยนี้คือการสะสม "กระดูกบอล" เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในอนาคต
3. โหงวเฮ้งจุดเด่นบนใบหน้าของนาเกิลส์มันน์
• หน้าผากสูงและกว้าง: แสดงถึงความเป็นคนคิดเร็ว วิสัยทัศน์กว้างไกล เก่งเรื่องการวางแผนระยะยาว แต่ในขณะเดียวกันอาจจะใจร้อนและยึดมั่นในความคิดตัวเองสูง
• แววตา: มีประกายของความมุ่งมั่นและนักสู้ เมื่อผ่านการคุมทีมชาติและล้มลุกคลุกคลานไปสักระยะ แววตาจะมีความเย็นและสุขุมขึ้น ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของยอดโค้ชระดับโลก
คือเรื่องโหวงเฮ้งก็พอดูๆได้ แต่ก็ต้องดูผลงานในสนามจริงด้วย ถ้าถึงอายุที่บอกตามนี้ว่า ประมาณช่วง 45 จะต้องพีค แต่ผลงานในระดับสโมสรยังไม่เป็นที่ประจักษ์ ก็อย่าพึ่งคิดให้กลับมาคุมทีมชาติรอบใหม่
ข้อต่อมา ขาดความเป็นเยอรมันแบบดั้งเดิมทำให้ทีมอ่อนแอลง
ถามว่า ทำไมเยอรมัน 2014 ที่มีระบบคล้ายสเปนมาก ไม่ใช่แบบเยอรมันดั้งเดิม ถึงสามารถคว้าแชมป์บอลโลกไดั แต่ปีต่อๆมาถึงล้มเหลว
เรามองว่า เยอรมันปี 2014 ก็สืบเนื่องมาจากปี 2010 ซึ่งเยอรมัน 2010 ก็ยังเป็นเยอรมันแท้ๆอยู่ แข็งแกร่ง ดุดัน มีวินัย ทีม 2014 ถึงแม้จะมี tiki-taka ต่อบอลแบบสเปนเข้ามาเยอะ แต่รากฐานแบบเดิมๆก็ยังมีอยู่เพราะสืบต่อจากปี 2010 ได้ไม่นาน เชื้อเดิมความเป็ยเยอรมันยังอยู่เยอะ จึงทำให้เยอรมัน 2014 มีทั้งความเป็นเยอรมันแบบดั้งเดิมและมีความเป็นสเปนอย่างลงตัว สามารถพาทีมคว้าแชมป์โลกได้
ซึ่งเยอรมันก็ตั้งใจจะผสมผสานความเป็นเยอรมันแบบดั้งเดิมและข้อดีของสเปนต่อมาให้ได้เรื่อยๆในบอลโลกครั้งต่อๆมา เพราะมั่นใจว่าจะเป็นปัจจัยให้เยอรมันคว้าแชมป์โลกได้อีก แต่มันไม่เป็นอย่างที่คิด
พอเยอรมันเล่นแบบสเปนไปนานๆเข้า กลายเป็นว่าลักษณะความเป็นเยอรมันแบบดั้งเดิมหายไปมากกว่าแทนที่จะเป็นการผสมผสานเยอรมันแบบดั้งเดิมกับจุดเด่นสเปนมารวมกัน dna เดิมของเยอรมันจึงถูกกลืนไป
ความเป็นเยอรมันหายไปตามกาลเวลา หาจุดลงตัวไม่เจอ ทั้งๆที่ผู้เล่นเยอรมันในปี 2002 และ 2006 ก็ไม่โดดเด่นเท่าไร ตอนนั้นมีบัลลัคแค่คนเดียว นอกเหนือจากนั้นก็ไม่ใช่นักเตะระดับโลก
ชอบอยู่เรื่องนึง ที่นักวิจัยบอกว่าเป็นตัวของตัวเองดีที่สุด มีศักยภาพดีสุด
*การเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริงคือรากฐานของศักยภาพสูงสุด เมื่อคุณเลิกเลียนแบบบุคลิกผู้อื่น คุณจะสามารถดึงจุดแข็งและทัศนคติเฉพาะตัวมาใช้ในการแก้ปัญหา การทำงาน และการใช้ชีวิต ซึ่งนำไปสู่ความมั่นใจและความคิดสร้างสรรค์ที่เต็มเปี่ยม
ทำไมการเป็นตัวของตัวเองถึงดึงศักยภาพสูงสุดออกมาได้?
การฝืนเป็นคนอื่นมักทำให้เกิดความเครียดและบั่นทอนพลังงานทางจิตใจ ในทางกลับกัน การซื่อสัตย์ต่อตัวเองจะสร้างผลลัพธ์ที่ดีในหลายด้าน
• สร้างความมั่นใจที่แท้จริง (Authentic Confidence): การยอมรับในแบบที่ตัวเองเป็นจะช่วยเพิ่มความนับถือในตนเอง (Self-Esteem) ทำให้คุณกล้าแสดงออกและสื่อสารจุดยืนของตัวเองได้ดีขึ้น
• ค้นพบความถนัดเฉพาะตัว: คนเรามีทักษะและธรรมชาติที่แตกต่างกัน การค้นพบและพัฒนาทักษะตามสไตล์ของตัวเองจะทำให้คุณทำสิ่งนั้นได้โดดเด่นกว่าการฝืนทำตามแบบคนอื่น
• สร้างความสัมพันธ์ที่จริงใจ: ผู้คนรอบข้างสัมผัสได้ถึงความจริงใจ ทำให้การทำงานร่วมกันหรือการเข้าสังคมมีความราบรื่นและไว้เนื้อเชื่อใจกันมากขึ้น
ทุกวันนี้ เยอรมันดูจะลอกเลียนแบบอื่น ขาดความเป็นตัวเองดังเช่นในอดีต
ถ้าปีนี้ที่นาเกลมันส์คุม ยังมีความเป็นเยอรมันแบบดั้งเดิมเยอะอยู่ เยอรมันก็ยังน่าจะผ่านรอบ 32 ทีมได้ หรือให้คล็อปป์เป็นผู้คุมทีมในบอลโลก 2026 ทั้งที่ไม่ใช่เยอรมันดั้งเดิม คล็อปป์ก็น่าคุมทีมผ่านปารากวัยได้เพราะการแก้ไขสถานการณ์ที่ดีกว่านาเกลมันส์ แต่ทั้ง 2 เงื่อนไขนี้ ยังไงก็ไม่น่าผ่านฝรั่งเศสอยู่ดี
คือถ้าเยอรมันผ่านปารากวัยได้ และผ่านฝรั่งเศสได้ ก็คือคล็อปป์ต้องเป็นคนคุมทีม และเป็นเยอรมันแบบดั้งเดิม อย่างนี้มีลุ้นผ่านฝรั่งเศสได้
ก็รอดูว่า คล็อปป์จะจูนทีมยังไง จำได้ว่าการปฏิวัติครั้งใหญ่ก็คือตอนที่คลิ้นมันส์เข้ามาคุมทีมปี 2003 เป็นเยอรมันที่ว่องไว ไม่ต่อบอลทื่อๆเหมือนก่อน แต่ก็ยังคงเป็นความเยอรมันมีวินัย แข็งแกร่ง ดุดัน ไม่เหมือนหลังปี 2014 ที่ความเป็นเยอรมันหายไปเยอะ
ในบอลโลกตั้งแต่ 2018 2022 2026 ขอยกให้ฟลิคทำทีมเยอรมันดีสุด อาจจะพลาดไปเล็กน้อยแค่นัดเดียว แต่ภาพรวมก็ยังดีกว่า 2018 และ 2026 ที่ฟลิคคุมทีมตกรอบในปี 2022 ส่วนนึงก็เพราะค่อนข้างประมาทญี่ปุ่น ประเมินฯญี่ปุ่นต่ำไป ถ้าวันนั้นรัดกุมกว่านี้ อย่างน้อยก็น่าถึงรอบ 16 ทีมได้ หวังว่าคล็อปป์จะแก้ไขสถานการณ์ของเยอรมันได้มาก