กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เตรียมกู้เงิน 20,000 ล้านบาท

เหตุปัจจุบันมีภาระหนี้ก้อนใหญ่จากการชดเชยราคาน้ำมันช่วงสงครามตะวันออกกลางถึง 4.8 หมื่นล้านบาท ขณะที่ล่าสุดภาพรวมกองทุนฯ ติดลบรวม -57,655 ล้านบาท ดังนั้นต้องกู้เพิ่มเสริมสภาพคล่อง
.
ยอมรับจะส่งผลให้รายจ่ายมากขึ้น เนื่องจากหนี้เงินกู้เดิมยังค้างอยู่อีก 22,220 ล้านบาท แต่ปัจจุบันยังมีเงินไหลเข้ากองทุนฯ กว่า 2 พันล้านบาท เชื่อมีศักยภาพชำระหนี้และดูแลความมั่นคงราคาน้ำมันในประเทศได้
.
แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) จำเป็นต้องกู้เงินจากสถาบันการเงินเพิ่มเติมเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน ภายใต้กรอบวงเงินที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2569 ได้อนุมัติไว้ 20,000 ล้านบาท
.
โดยกำหนดให้กู้เงินระหว่างเดือน มิ.ย.-ส.ค. 2569 และให้ชำระเงินกู้ภายในเดือน ก.ค. 2571- ส.ค. 2574 ซึ่งการกู้เงินรอบใหม่นี้ไม่จำเป็นต้องให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ให้ เนื่องจากตามกฎหมาย พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 กำหนดให้ สกนช. สามารถกู้เงินเองได้ไม่เกิน 20,000 ล้านบาท แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) และ ครม. ก่อน  
.
ทั้งนี้คาดว่า สกนช. จะดำเนินการกู้เงินภายในกรอบเวลาที่ ครม. อนุมัติไว้ และคาดว่าจะได้รับเงินประมาณเดือน ต.ค. 2569
.
อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะใช้แนวทางทยอยกู้ หรือจะกู้ครั้งเดียวให้ครอบคลุมภาระหนี้
.
โดยฐานะกองทุนฯ ล่าสุด ณ วันที่ 28 มิ.ย. 2569 กองทุนฯ ติดลบรวม -57,655 ล้านบาท ซึ่งมาจากบัญชีน้ำมันติดลบรวม -18,433 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบรวม -39,222 ล้านบาท
.
อย่างไรก็ตามปัจจุบันกองทุนฯ ยังเหลือหนี้ที่ต้องชำระสถาบันการเงินจากการกู้ยืมเงินรวม 105,333 ล้านบาท ระหว่างปี 2565-2566 ปัจจุบันเหลือหนี้อยู่ 22,220 ล้านบาท ที่คาดว่าจะชำระเสร็จตามกรอบเวลาเดิมในปี 2572 และหากมีการกู้เงินรอบใหม่อีก 20,000 ล้านบาท ก็ยังสามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ถึงปี 2574

แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่