"พระเจ้า" ถูกมารเข้าสิง



แม้แต่ผู้ที่ผู้อื่นยกย่องว่าเป็น "พระเจ้า" ก็ยังอาจถูกมารครอบงำ(สิง)ได้

ในพระไตรปิฎกมีเรื่องของ พกาพรหม ผู้หลงสำคัญตนว่าเป็นพระเจ้า
เป็นผู้เที่ยง เป็นอมตะ และเป็นผู้สร้างสรรพสิ่ง เพราะเกิดในพรหมโลกเป็นเวลายาวนาน จนลืมอดีตชาติ
เห็นแต่ผู้อื่นเกิดและดับ ส่วนตนยังดำรงอยู่ จึงเกิดความเห็นผิดว่าตนเป็นผู้สูงสุด

พระพุทธเจ้าทรงทราบด้วยพระญาณว่า พกาพรหมกำลังตกอยู่ในความเห็นผิด
จึงเสด็จไปโปรดเพื่อแสดงความจริง

ระหว่างการสนทนาธรรม พญามารได้เข้าครอบงำ(สิง)พกาพรหม
พยายามให้คัดค้านและไม่ยอมรับคำสอนของพระพุทธเจ้า
แต่พระพุทธเจ้าทรงทราบการกระทำของมาร จึงตรัสเปิดเผยว่าทรงรู้ทัน
มารจึงไม่อาจแทรกแซงต่อไปและต้องหลีกไป

เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า หากยังมีกิเลสและความเห็นผิดอยู่ แม้จะเป็นพรหมผู้มีอำนาจและมีอายุยืน
ก็ยังอาจถูกมารครอบงำได้ ต่างจากพระพุทธเจ้าผู้สิ้นกิเลสแล้ว ซึ่งมารไม่อาจครอบงำได้

(ในตำราทางฝ่ายเหนือบันทึกไว้ว่า พกาพรหมเคยเป็นมารดาของพระพุทธเจ้าเมื่อ
แสนนานมาแล้ว คือเป็นแม่กาเผือกวางไข่5ฟอง พระพุทธเจ้าคือ 1 ในห้าฟองนั้น
ดูรายละเอียดได้ที่ประวัติเวียงกาหลง)

ที่มา:
พรหมนิมันตนิกสูตร
เป็นพระสูตรที่ช่วยตอบคำถามเรื่อง "พระเจ้า" ได้อย่างลึกซึ้งที่สุดพระสูตรหนึ่งในพระไตรปิฎก
ใจความสำคัญของพระสูตรมี 3 ประเด็นคือ

1) พกาพรหมหลงตนเอง เพราะมีอายุยืนมาก จึงเข้าใจผิดว่าตนเที่ยง เป็นอมตะ และเป็นผู้สูงสุด

2) พระพุทธเจ้าทรงแสดงความจริง ว่าพรหมก็ยังอยู่ในวัฏสงสาร ยังไม่พ้นความเกิดดับ

3) มารยังครอบงำพกาพรหมได้ แต่ไม่อาจครอบงำพระพุทธเจ้าได้ เพราะพระองค์ทรงสิ้นอาสวกิเลสแล้ว

จึงเป็นพระสูตรที่แสดงว่า ฐานะหรืออำนาจไม่ได้เป็นเครื่องวัดความหลุดพ้น
แม้จะเป็นพรหมผู้ยิ่งใหญ่
หากยังมีอวิชชา ก็ยังตกอยู่ในอำนาจของกิเลสและมารได้

ยิ้ม
เพื่อหลุดพ้นจากมาร เราจึงควรมีสติอยู่เสมอ


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่