จุดยืนภูมิใจไทยไม่เคยเปลี่ยน ! "สส.ศุภชัย" โต้กระแสสังคม ย้ำจุดยืน ‘กัญชาทางการแพทย์’ ไม่ใช่ ‘เสรีนันทนาการ’ จี้สภาฯ เร่งคลอด พ.ร.บ. สิงหาคมนี้
.
วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า กัญชาทางการแพทย์: ความจริงที่สังคมควรรู้ และจุดยืนที่พรรคภูมิใจไทยไม่เคยเปลี่ยน
.
ในช่วงที่ผ่านมา ประเด็นกัญชาได้กลายเป็นหัวข้อที่ถูกหยิบยกมาถกเถียงอย่างกว้างขวาง ทั้งในแวดวงการเมือง สังคม และสื่อมวลชน หลายครั้งมีการสื่อสารจนทำให้ประชาชนเข้าใจว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นผู้ผลักดัน “กัญชาเสรี” และเป็นต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
.
พรรคภูมิใจไทยเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ข้อเท็จจริงควรถูกนำเสนออย่างตรงไปตรงมา
.
จุดยืนของพรรคภูมิใจไทยไม่เคยเปลี่ยนแปลง นั่นคือ สนับสนุนกัญชาเพื่อการแพทย์และสุขภาพ ไม่ใช่เพื่อการนันทนาการและการใช้กัญชาจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่ชัดเจน มีระบบกำกับดูแล และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ
.
การผลักดันให้กัญชาสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ มีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าถึงทางเลือกในการรักษา สนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ รวมทั้งสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการที่ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
.
อย่างไรก็ตาม การนำกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดเพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าควรปล่อยให้เกิดการใช้โดยไร้กติกา ตรงกันข้าม พรรคภูมิใจไทยมีจุดยืนมาโดยตลอดว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีกฎหมายเฉพาะเพื่อกำหนดกรอบการใช้กัญชาอย่างรัดกุม ครอบคลุมการปลูก การผลิต การจำหน่าย การโฆษณา การสั่งจ่าย และการใช้ เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด แต่กฎหมายที่พรรคภูมิใจไทยเสนอก็ไม่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรในปี 2565 เพราะเหตุทางการเมือง ซึ่งกว่าสองปีที่กัญชากลายเป็นปัญหาจากร้านค้ากัญชาผิดกฎหมาย การใช้นันทนาการอย่างกลาดเกลื่อนและการปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
.
เมื่อกฎหมายเฉพาะยังไม่แล้วเสร็จ ประเทศย่อมเผชิญกับช่องว่างในการกำกับดูแล ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่ทุกฝ่ายควรร่วมกันแก้ไข มากกว่าจะใช้เป็นประเด็นกล่าวโทษกันทางการเมือง
.
พรรคภูมิใจไทยเชื่อว่า การแก้ปัญหาที่ถูกต้องไม่ใช่การย้อนกลับไปปิดโอกาสของผู้ป่วย หรือปฏิเสธประโยชน์ของกัญชาทางการแพทย์ แต่คือการเร่งสร้างระบบกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ ปิดช่องว่างทางกฎหมาย และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
.
เราสนับสนุนมาตรการที่ชัดเจน เช่น การจำกัดการใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ การควบคุมการสั่งจ่ายโดยบุคลากรทางการแพทย์ การห้ามจำหน่ายแก่เด็กและเยาวชน การห้ามโฆษณาที่ชักจูงให้เกิดการใช้ในทางที่ผิด และการกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนอย่างเหมาะสม
.
พรรคภูมิใจไทยเชื่อว่า นโยบายสาธารณะที่ดีต้องตั้งอยู่บนหลักฐานทางวิชาการ ไม่ใช่อารมณ์หรือความหวาดกลัว การตัดสินใจด้านนโยบายควรรับฟังทั้งข้อมูลทางการแพทย์ ข้อกังวลของสังคม และบทเรียนจากการบังคับใช้กฎหมายที่ผ่านมา
.
ประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลางด้านกัญชาทางการแพทย์ของภูมิภาคได้ หากมีระบบกำกับดูแลที่โปร่งใส เข้มแข็ง และได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน ทั้งในด้านการวิจัย การผลิตยา การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคการเกษตร
.
พรรคภูมิใจไทยจึงขอยืนยันอีกครั้งว่า เราไม่สนับสนุนกัญชาเพื่อการนันทนาการ แต่เราจะยืนหยัดปกป้องสิทธิของผู้ป่วยในการเข้าถึงการรักษา สนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ และผลักดันกฎหมายที่รัดกุมเพื่อคุ้มครองสังคม
.
นี่คือจุดยืนที่ยึดถือมาตั้งแต่ต้น และจะยังคงยึดมั่นต่อไป เพราะเป้าหมายของเราคือการสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ การพัฒนาเศรษฐกิจ และการคุ้มครองสุขภาพของประชาชนทุกคน
.
พรรคภูมิใจไทยได้ยื่นร่างพระราชบัญญัติกัญชาทางการแพทย์ต่อสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์ที่ผ่านมา และเมื่อสภาผู้แทนราษฎรเปิดสมัยประชุมในเดือนสิงหาคม ร่างพระราชบัญญัตินี้จะต้องมีการพิจารณาอย่างเร่งด่วน และพรรคภูมิใจไทยขอเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทุกพรรคการเมืองได้ร่วมกันผ่านกฎหมายนี้
.
พรรคภูมิใจไทยเชื่อมั่นว่า นโยบายที่ดีต้องไม่เลือกข้างระหว่างผู้ป่วยกับสังคม แต่ต้องปกป้องทั้งสองฝ่ายพร้อมกัน ผู้ป่วยต้องไม่ถูกตัดโอกาสในการรักษา ขณะที่เด็กและเยาวชนต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มแข็ง นี่คือความรับผิดชอบที่พรรคภูมิใจไทยยึดมั่น และจะเดินหน้าผลักดันต่อไป
https://www.facebook.com/share/p/18tBwvMKxn/
.
#สำนักข่าววันนิวส์
นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ย้ำจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยต่อประเด็นกัญชา โดยยืนยันว่า พรรคสนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น ไม่สนับสนุนการใช้เพื่อการนันทนาการ พร้อมเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคการเมืองร่วมกันผลักดันร่างพระราชบัญญัติกัญชาทางการแพทย์ให้ผ่านการพิจารณา
"...กัญชาทางการแพทย์ ความจริงที่สังคมควรรู้ และจุดยืนที่พรรคภูมิใจไทยไม่เคยเปลี่ยน..."
นายศุภชัยระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมา ประเด็นกัญชาถูกนำมาถกเถียงอย่างกว้างขวาง ทั้งในแวดวงการเมือง สังคม และสื่อมวลชน โดยมีการสื่อสารหลายครั้งจนทำให้ประชาชนเข้าใจว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นผู้ผลักดัน “กัญชาเสรี” และเป็นต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน พรรคภูมิใจไทยจึงเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ข้อเท็จจริงควรถูกนำเสนออย่างตรงไปตรงมา
นายศุภชัยย้ำว่า จุดยืนของพรรคภูมิใจไทยไม่เคยเปลี่ยนแปลง คือสนับสนุนกัญชาเพื่อการแพทย์และสุขภาพ ไม่ใช่เพื่อการนันทนาการ
"...จุดยืนของพรรคภูมิใจไทยไม่เคยเปลี่ยนแปลง นั่นคือ สนับสนุนกัญชาเพื่อการแพทย์และสุขภาพ ไม่ใช่เพื่อการนันทนาการและการใช้กัญชาจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่ชัดเจน มีระบบกำกับดูแล และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ..."
สำหรับการผลักดันให้กัญชาสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ นายศุภชัยระบุว่า มีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยมีทางเลือกในการรักษา สนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ รวมถึงสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการที่ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม นายศุภชัยกล่าวว่า การนำกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดเพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าควรปล่อยให้มีการใช้โดยไร้กติกา ตรงกันข้าม พรรคภูมิใจไทยมีจุดยืนมาโดยตลอดว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีกฎหมายเฉพาะ เพื่อกำหนดกรอบการใช้กัญชาอย่างรัดกุม ครอบคลุมการปลูก การผลิต การจำหน่าย การโฆษณา การสั่งจ่าย และการใช้ เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด
นายศุภชัยระบุเพิ่มเติมว่า ร่างกฎหมายที่พรรคภูมิใจไทยเคยเสนอไม่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในปี 2565 ด้วยเหตุผลทางการเมือง ส่งผลให้ตลอดเวลากว่าสองปีที่ผ่านมา กัญชากลายเป็นปัญหาจากร้านค้ากัญชาผิดกฎหมาย การใช้เพื่อการนันทนาการอย่างแพร่หลาย และการปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่รัฐ
นายศุภชัยเห็นว่า เมื่อกฎหมายเฉพาะยังไม่แล้วเสร็จ ประเทศย่อมเผชิญช่องว่างในการกำกับดูแล ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทุกฝ่ายควรร่วมกันแก้ไข มากกว่าการนำประเด็นดังกล่าวมาใช้กล่าวโทษกันทางการเมือง
ทั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยเห็นว่า การแก้ปัญหาที่ถูกต้องไม่ใช่การย้อนกลับไปปิดโอกาสของผู้ป่วย หรือปฏิเสธประโยชน์ของกัญชาทางการแพทย์ แต่ต้องเร่งสร้างระบบกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ ปิดช่องว่างทางกฎหมาย และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
นายศุภชัยระบุว่า พรรคภูมิใจไทยสนับสนุนมาตรการที่ชัดเจน เช่น การจำกัดการใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ การควบคุมการสั่งจ่ายโดยบุคลากรทางการแพทย์ การห้ามจำหน่ายแก่เด็กและเยาวชน การห้ามโฆษณาที่ชักจูงให้เกิดการใช้ในทางที่ผิด และการกำหนดบทลงโทษที่เหมาะสมสำหรับผู้ฝ่าฝืน
นายศุภชัยยังระบุว่า นโยบายสาธารณะที่ดีต้องตั้งอยู่บนหลักฐานทางวิชาการ ไม่ใช่อารมณ์หรือความหวาดกลัว โดยการตัดสินใจเชิงนโยบายควรรับฟังทั้งข้อมูลทางการแพทย์ ข้อกังวลของสังคม และบทเรียนจากการบังคับใช้กฎหมายที่ผ่านมา
พร้อมกันนี้ พรรคภูมิใจไทยเชื่อว่า ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นศูนย์กลางด้านกัญชาทางการแพทย์ของภูมิภาค หากมีระบบกำกับดูแลที่โปร่งใส เข้มแข็ง และได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน ทั้งในด้านการวิจัย การผลิตยา การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคการเกษตร
นายศุภชัยยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยไม่สนับสนุนกัญชาเพื่อการนันทนาการ แต่จะเดินหน้าปกป้องสิทธิของผู้ป่วยในการรับการรักษา สนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ และผลักดันกฎหมายที่รัดกุมเพื่อคุ้มครองสังคม โดยมีเป้าหมายสร้างสมดุลระหว่างประโยชน์ทางการแพทย์ การพัฒนาเศรษฐกิจ และการคุ้มครองสุขภาพของประชาชน
นายศุภชัยระบุในตอนท้ายว่า พรรคภูมิใจไทยได้ยื่นร่างพระราชบัญญัติกัญชาทางการแพทย์ต่อสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์ที่ผ่านมา และเมื่อสภาผู้แทนราษฎรเปิดสมัยประชุมในเดือนสิงหาคม ร่างกฎหมายฉบับนี้ควรได้รับการพิจารณาอย่างเร่งด่วน พร้อมเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทุกพรรคการเมืองร่วมกันผ่านกฎหมายดังกล่าว
"...พรรคภูมิใจไทยเชื่อมั่นว่า นโยบายที่ดีต้องไม่เลือกข้างระหว่างผู้ป่วยกับสังคม แต่ต้องปกป้องทั้งสองฝ่ายพร้อมกัน ผู้ป่วยต้องไม่ถูกตัดโอกาสในการรักษา ขณะที่เด็กและเยาวชนต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มแข็ง นี่คือความรับผิดชอบที่พรรคภูมิใจไทยยึดมั่น และจะเดินหน้าผลักดันต่อไป..."
https://www.facebook.com/share/p/1JGNbMGTmL/
#วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #TPOnline #พรรคภูมิใจไทย #กัญชาเพื่อการแพทย์
จุดยืนภูมิใจไทยไม่เคยเปลี่ยน ! "สส.ศุภชัย" โต้กระแสสังคม ย้ำจุดยืน ‘กัญชาทางการแพทย์’ ไม่ใช่ ‘เสรีนันทนาการ’
จุดยืนภูมิใจไทยไม่เคยเปลี่ยน ! "สส.ศุภชัย" โต้กระแสสังคม ย้ำจุดยืน ‘กัญชาทางการแพทย์’ ไม่ใช่ ‘เสรีนันทนาการ’ จี้สภาฯ เร่งคลอด พ.ร.บ. สิงหาคมนี้
.
วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า กัญชาทางการแพทย์: ความจริงที่สังคมควรรู้ และจุดยืนที่พรรคภูมิใจไทยไม่เคยเปลี่ยน
.
ในช่วงที่ผ่านมา ประเด็นกัญชาได้กลายเป็นหัวข้อที่ถูกหยิบยกมาถกเถียงอย่างกว้างขวาง ทั้งในแวดวงการเมือง สังคม และสื่อมวลชน หลายครั้งมีการสื่อสารจนทำให้ประชาชนเข้าใจว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นผู้ผลักดัน “กัญชาเสรี” และเป็นต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
.
พรรคภูมิใจไทยเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ข้อเท็จจริงควรถูกนำเสนออย่างตรงไปตรงมา
.
จุดยืนของพรรคภูมิใจไทยไม่เคยเปลี่ยนแปลง นั่นคือ สนับสนุนกัญชาเพื่อการแพทย์และสุขภาพ ไม่ใช่เพื่อการนันทนาการและการใช้กัญชาจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่ชัดเจน มีระบบกำกับดูแล และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ
.
การผลักดันให้กัญชาสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ มีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าถึงทางเลือกในการรักษา สนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ รวมทั้งสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการที่ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
.
อย่างไรก็ตาม การนำกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดเพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าควรปล่อยให้เกิดการใช้โดยไร้กติกา ตรงกันข้าม พรรคภูมิใจไทยมีจุดยืนมาโดยตลอดว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีกฎหมายเฉพาะเพื่อกำหนดกรอบการใช้กัญชาอย่างรัดกุม ครอบคลุมการปลูก การผลิต การจำหน่าย การโฆษณา การสั่งจ่าย และการใช้ เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด แต่กฎหมายที่พรรคภูมิใจไทยเสนอก็ไม่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรในปี 2565 เพราะเหตุทางการเมือง ซึ่งกว่าสองปีที่กัญชากลายเป็นปัญหาจากร้านค้ากัญชาผิดกฎหมาย การใช้นันทนาการอย่างกลาดเกลื่อนและการปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
.
เมื่อกฎหมายเฉพาะยังไม่แล้วเสร็จ ประเทศย่อมเผชิญกับช่องว่างในการกำกับดูแล ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่ทุกฝ่ายควรร่วมกันแก้ไข มากกว่าจะใช้เป็นประเด็นกล่าวโทษกันทางการเมือง
.
พรรคภูมิใจไทยเชื่อว่า การแก้ปัญหาที่ถูกต้องไม่ใช่การย้อนกลับไปปิดโอกาสของผู้ป่วย หรือปฏิเสธประโยชน์ของกัญชาทางการแพทย์ แต่คือการเร่งสร้างระบบกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ ปิดช่องว่างทางกฎหมาย และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
.
เราสนับสนุนมาตรการที่ชัดเจน เช่น การจำกัดการใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ การควบคุมการสั่งจ่ายโดยบุคลากรทางการแพทย์ การห้ามจำหน่ายแก่เด็กและเยาวชน การห้ามโฆษณาที่ชักจูงให้เกิดการใช้ในทางที่ผิด และการกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนอย่างเหมาะสม
.
พรรคภูมิใจไทยเชื่อว่า นโยบายสาธารณะที่ดีต้องตั้งอยู่บนหลักฐานทางวิชาการ ไม่ใช่อารมณ์หรือความหวาดกลัว การตัดสินใจด้านนโยบายควรรับฟังทั้งข้อมูลทางการแพทย์ ข้อกังวลของสังคม และบทเรียนจากการบังคับใช้กฎหมายที่ผ่านมา
.
ประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลางด้านกัญชาทางการแพทย์ของภูมิภาคได้ หากมีระบบกำกับดูแลที่โปร่งใส เข้มแข็ง และได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน ทั้งในด้านการวิจัย การผลิตยา การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคการเกษตร
.
พรรคภูมิใจไทยจึงขอยืนยันอีกครั้งว่า เราไม่สนับสนุนกัญชาเพื่อการนันทนาการ แต่เราจะยืนหยัดปกป้องสิทธิของผู้ป่วยในการเข้าถึงการรักษา สนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ และผลักดันกฎหมายที่รัดกุมเพื่อคุ้มครองสังคม
.
นี่คือจุดยืนที่ยึดถือมาตั้งแต่ต้น และจะยังคงยึดมั่นต่อไป เพราะเป้าหมายของเราคือการสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ การพัฒนาเศรษฐกิจ และการคุ้มครองสุขภาพของประชาชนทุกคน
.
พรรคภูมิใจไทยได้ยื่นร่างพระราชบัญญัติกัญชาทางการแพทย์ต่อสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์ที่ผ่านมา และเมื่อสภาผู้แทนราษฎรเปิดสมัยประชุมในเดือนสิงหาคม ร่างพระราชบัญญัตินี้จะต้องมีการพิจารณาอย่างเร่งด่วน และพรรคภูมิใจไทยขอเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทุกพรรคการเมืองได้ร่วมกันผ่านกฎหมายนี้
.
พรรคภูมิใจไทยเชื่อมั่นว่า นโยบายที่ดีต้องไม่เลือกข้างระหว่างผู้ป่วยกับสังคม แต่ต้องปกป้องทั้งสองฝ่ายพร้อมกัน ผู้ป่วยต้องไม่ถูกตัดโอกาสในการรักษา ขณะที่เด็กและเยาวชนต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มแข็ง นี่คือความรับผิดชอบที่พรรคภูมิใจไทยยึดมั่น และจะเดินหน้าผลักดันต่อไป
https://www.facebook.com/share/p/18tBwvMKxn/
.
#สำนักข่าววันนิวส์
นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ย้ำจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยต่อประเด็นกัญชา โดยยืนยันว่า พรรคสนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น ไม่สนับสนุนการใช้เพื่อการนันทนาการ พร้อมเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคการเมืองร่วมกันผลักดันร่างพระราชบัญญัติกัญชาทางการแพทย์ให้ผ่านการพิจารณา
"...กัญชาทางการแพทย์ ความจริงที่สังคมควรรู้ และจุดยืนที่พรรคภูมิใจไทยไม่เคยเปลี่ยน..."
นายศุภชัยระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมา ประเด็นกัญชาถูกนำมาถกเถียงอย่างกว้างขวาง ทั้งในแวดวงการเมือง สังคม และสื่อมวลชน โดยมีการสื่อสารหลายครั้งจนทำให้ประชาชนเข้าใจว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นผู้ผลักดัน “กัญชาเสรี” และเป็นต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน พรรคภูมิใจไทยจึงเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ข้อเท็จจริงควรถูกนำเสนออย่างตรงไปตรงมา
นายศุภชัยย้ำว่า จุดยืนของพรรคภูมิใจไทยไม่เคยเปลี่ยนแปลง คือสนับสนุนกัญชาเพื่อการแพทย์และสุขภาพ ไม่ใช่เพื่อการนันทนาการ
"...จุดยืนของพรรคภูมิใจไทยไม่เคยเปลี่ยนแปลง นั่นคือ สนับสนุนกัญชาเพื่อการแพทย์และสุขภาพ ไม่ใช่เพื่อการนันทนาการและการใช้กัญชาจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่ชัดเจน มีระบบกำกับดูแล และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ..."
สำหรับการผลักดันให้กัญชาสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ นายศุภชัยระบุว่า มีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยมีทางเลือกในการรักษา สนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ รวมถึงสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการที่ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม นายศุภชัยกล่าวว่า การนำกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดเพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าควรปล่อยให้มีการใช้โดยไร้กติกา ตรงกันข้าม พรรคภูมิใจไทยมีจุดยืนมาโดยตลอดว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีกฎหมายเฉพาะ เพื่อกำหนดกรอบการใช้กัญชาอย่างรัดกุม ครอบคลุมการปลูก การผลิต การจำหน่าย การโฆษณา การสั่งจ่าย และการใช้ เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด
นายศุภชัยระบุเพิ่มเติมว่า ร่างกฎหมายที่พรรคภูมิใจไทยเคยเสนอไม่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในปี 2565 ด้วยเหตุผลทางการเมือง ส่งผลให้ตลอดเวลากว่าสองปีที่ผ่านมา กัญชากลายเป็นปัญหาจากร้านค้ากัญชาผิดกฎหมาย การใช้เพื่อการนันทนาการอย่างแพร่หลาย และการปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่รัฐ
นายศุภชัยเห็นว่า เมื่อกฎหมายเฉพาะยังไม่แล้วเสร็จ ประเทศย่อมเผชิญช่องว่างในการกำกับดูแล ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทุกฝ่ายควรร่วมกันแก้ไข มากกว่าการนำประเด็นดังกล่าวมาใช้กล่าวโทษกันทางการเมือง
ทั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยเห็นว่า การแก้ปัญหาที่ถูกต้องไม่ใช่การย้อนกลับไปปิดโอกาสของผู้ป่วย หรือปฏิเสธประโยชน์ของกัญชาทางการแพทย์ แต่ต้องเร่งสร้างระบบกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ ปิดช่องว่างทางกฎหมาย และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
นายศุภชัยระบุว่า พรรคภูมิใจไทยสนับสนุนมาตรการที่ชัดเจน เช่น การจำกัดการใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ การควบคุมการสั่งจ่ายโดยบุคลากรทางการแพทย์ การห้ามจำหน่ายแก่เด็กและเยาวชน การห้ามโฆษณาที่ชักจูงให้เกิดการใช้ในทางที่ผิด และการกำหนดบทลงโทษที่เหมาะสมสำหรับผู้ฝ่าฝืน
นายศุภชัยยังระบุว่า นโยบายสาธารณะที่ดีต้องตั้งอยู่บนหลักฐานทางวิชาการ ไม่ใช่อารมณ์หรือความหวาดกลัว โดยการตัดสินใจเชิงนโยบายควรรับฟังทั้งข้อมูลทางการแพทย์ ข้อกังวลของสังคม และบทเรียนจากการบังคับใช้กฎหมายที่ผ่านมา
พร้อมกันนี้ พรรคภูมิใจไทยเชื่อว่า ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นศูนย์กลางด้านกัญชาทางการแพทย์ของภูมิภาค หากมีระบบกำกับดูแลที่โปร่งใส เข้มแข็ง และได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน ทั้งในด้านการวิจัย การผลิตยา การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคการเกษตร
นายศุภชัยยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยไม่สนับสนุนกัญชาเพื่อการนันทนาการ แต่จะเดินหน้าปกป้องสิทธิของผู้ป่วยในการรับการรักษา สนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ และผลักดันกฎหมายที่รัดกุมเพื่อคุ้มครองสังคม โดยมีเป้าหมายสร้างสมดุลระหว่างประโยชน์ทางการแพทย์ การพัฒนาเศรษฐกิจ และการคุ้มครองสุขภาพของประชาชน
นายศุภชัยระบุในตอนท้ายว่า พรรคภูมิใจไทยได้ยื่นร่างพระราชบัญญัติกัญชาทางการแพทย์ต่อสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์ที่ผ่านมา และเมื่อสภาผู้แทนราษฎรเปิดสมัยประชุมในเดือนสิงหาคม ร่างกฎหมายฉบับนี้ควรได้รับการพิจารณาอย่างเร่งด่วน พร้อมเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทุกพรรคการเมืองร่วมกันผ่านกฎหมายดังกล่าว
"...พรรคภูมิใจไทยเชื่อมั่นว่า นโยบายที่ดีต้องไม่เลือกข้างระหว่างผู้ป่วยกับสังคม แต่ต้องปกป้องทั้งสองฝ่ายพร้อมกัน ผู้ป่วยต้องไม่ถูกตัดโอกาสในการรักษา ขณะที่เด็กและเยาวชนต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มแข็ง นี่คือความรับผิดชอบที่พรรคภูมิใจไทยยึดมั่น และจะเดินหน้าผลักดันต่อไป..."
https://www.facebook.com/share/p/1JGNbMGTmL/
#วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #TPOnline #พรรคภูมิใจไทย #กัญชาเพื่อการแพทย์